สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร เยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเข้าเฝ้าฯ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด
British Prime Minister Boris Johnson met with Saudi Crown Prince Mohammed bin Salman on Wednesday as part of a whistlestop Gulf tour to lobby for higher oil production after Russia's invasion of Ukraine sent markets into turmoil. pic.twitter.com/0KPTf7o1Eg
— Middle East Eye (@MiddleEastEye) March 16, 2022

หลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าฯ จอห์นสันกล่าวเพียงว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดและรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย “มีความเข้าใจ” ต่อการที่ตลาดพลังงานโลก “ขาดเสถียรภาพ” เนื่องจากวิกฤติการณ์ในยูเครน ที่ส่งให้ราคาเชื้อเพลิงทุกประเภทพุ่งทะยาน อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลริยาดจะประเมินสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ โดยเชื่อว่า โลกจะไม่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและภาวะเงินเฟ้อ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับสหรัฐ ระหว่างปี 2512-2513
UK Prime Minister Boris Johnson has arrived in UAE as part of his tour in the region#UAE #UK @BorisJohnson @AnwarGargash @ukinuae @UAEEmbassyUK pic.twitter.com/D5kEfmjf7C
— UAE Forsan (@UAE_Forsan) March 16, 2022

ก่อนการเยือนกรุงริยาด ผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) เพื่อเข้าเฝ้าฯ ชีคโมฮัมเหม็ด บิน ซาเย็ด อัล-นาห์ยาน มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี เพื่อหารือในเรื่องเดียวกัน และมีรายงานว่า “ได้รับคำตอบแบบเดียวกัน”
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก ( โอเปก ) ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบียและยูเออี ยังคงปฏิเสธเสียงเรียกร้องของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ที่ต้องการให้ประณามรัสเซียอย่างเป็นทางการ กรณีปฏิบัติการทางทหารในยูเครน.
เครดิตภาพ : REUTERS



