น.ส.มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการทรูมันนี่ เปิดเผยว่า ทรู มันนี่ ได้ร่วมมือกับ ชิลด์ บริษัทผู้ดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก ในการพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานทรูมันนี่ ผ่านแพลตฟอร์มการบริหารความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการใช้งานระบบสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน ก่อนการเข้าใช้งานหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และความมั่นใจในความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
“ที่ผ่านมา ทรู มันนี่ มีการลงทุนในระบบความปลอดภัยอย่างต่อนื่อง ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นร่วมกัน อาทิ ชิลด์ ไอดี ระบุตัวตนผู้ใช้และอุปกรณ์ทุกรายในระบบอย่างต่อเนื่อง, ชิลด์ ริสค์ อินดิเคเตอร์ ที่ใช้ตรวจจับเครื่องมือและเทคนิคที่ใช้ในการฉ้อโกง และชิลด์ เซนติเนล ที่ช่วยแยกการแสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายในช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการเชื่อมต่อ ฯลฯ”

น.ส.มนสินี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการใช้บริการ อี เพย์เมนต์ และบริการการเงินดิจิทัล ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ทรู มันนี่ มีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ 24 ล้านราย โดยภายในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มผู้ใช้งานเป็น 30 ล้านราย และนอกจากนี้ ภายในสิ้นปี 66 ตั้งเป้าหมายจะมีผู้ใช้งานประมาณ 50% ของจำนวนประชากรของไทย หรือ ประมาณ 35 ล้านราย โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีความปลอดภัย จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่ม ความไว้วางใจและเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานได้มากขึ้น ในการเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ ของทรู มันนี่
ด้านนายจัสติน ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารบริษัท ชิลด์ ภายใต้ บริษัท ชิลด์ เอ ไอ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า โดยปกติของการทำธุรกรรมทางการเงินแบบดิจิทัล ประมาณ 5-10% ของการทำรายการ จะมีการพยายามในการเจาะระบบ หรือการฉ้อโกง ซึ่งหากไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยและการตรวจจับที่ดี ก็จะส่งผลให้เกิดความเสียหายตามมาได้



