สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า กระทรวงการค้าของมาเลเซียออกแถลงการณ์ ว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) มีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นทางการกับมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ มาเลเซียนับเป็นภาคีประเทศที่ 12 ซึ่งให้สัตยาบันต่อข้อตกลงดังกล่าว และยื่นเอกสารต่อสำนักงานเลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา
Malaysia has officially entered the world's largest regional trade bloc, #RCEP. Quick take on why this is important for ????????:
— Mohamed Azmin Ali ???????? (@AzminAli) March 18, 2022
– opens up market access to over 2.3 billion people for local industries.
– eliminates tariffs on about 90% of traded goods which makes it more competitive. pic.twitter.com/uk8Ck76c7Q
อนึ่ง อาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา กับออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น ลาว นิวซีแลนด์ ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามด้วยเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ส่วนสภาของอินโดนีเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์ ยังไม่ได้ร่วมให้สัตยาบันต่อข้อตกลง
ปัจจุบัน อาร์เซ็ปถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แบบพหุภาคี ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสมาชิกอาร์เซ็ปที่จะมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 866.58 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมประชากร 2,200 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก และยังเป็นเอฟทีเอแบบพหุภาคีฉบับแรกในประวัติศาสตร์ ที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมลงนามพร้อมกันตั้งแต่ต้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



