สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่าพล.อ. อาวุโส มิคาอิล มิซินต์เซฟ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญริายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน ว่าวิกฤติด้านมนุษยธรรมทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อให้ความช่วยเหลือดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและทั่วถึงกว่านี้ อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาชีวิต กองทัพรัสเซียต้องการให้กองทัพยูเครนวางอาวุธ ภายในเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก ( 09.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ทหารนายใดที่ยอมรับเงื่อนไขและปฏิบัติตาม จะได้รับโอกาสให้เดินทางออกจากเมือง ผ่านเส้นทางมนุษยธรรมที่มีการจัดเตรียมไว้ โดยจะมีการเปิดเส้นทางอพยพฝั่งตะวันตกเพิ่มเติม ภายในอีก 5 ชั่วโมง หลังครบเงื่อนไข
⚡️Russia demands that Ukraine surrenders Mariupol.
— The Kyiv Independent (@KyivIndependent) March 20, 2022
According to Russian media RIA Novosti, Russia's defense ministry said that Ukraine must surrender the city by 5 a.m. on March 21. Russia claims it will then open humanitarian corridors for civilians and disarmed soldiers.
⚡️Ukraine rejects Russia's demand to surrender Mariupol.
— The Kyiv Independent (@KyivIndependent) March 20, 2022
Deputy Prime Minister Iryna Vereshchuk responded to Russia by stating that surrender is not an option. The letter from Russia’s Defense Ministry said it would only establish a humanitarian corridor if Mariupol surrenders.
อย่างไรก็ตาม นางอิรินา เวเรชชุค รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน ออกมาประกาศทันควัน ว่ารัฐบาลเคียฟไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว และได้แจ้งให้รัสเซียทราบแล้ว ซึ่งรัฐบาลมอสโกและกองทัพยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

Drone footage captures residential buildings destroyed by shelling and a long queue of private cars with residents fleeing the city of #Mariupol, #Ukraine. pic.twitter.com/mVhLRSaQNG
— Ruptly (@Ruptly) March 18, 2022
ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. และเริ่มการปิดล้อมเมืองมาริอูโปล เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตในเมืองมาริอูโปล “อย่างเป็นทางการ” มากกว่า 2,500 ราย โดยเมืองมาริอูโปลมีความสำคัญอย่างมากในสมรภูมิยูเครน เนื่องจากไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่สุดบริเวณริมทะเลอาซอฟ เพื่อออกสู่ทะเลดำเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของภูมิภาคโดเนตสก์ และประชากรส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซียด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



