นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า การทำงานด้าน สร้างการรับรู้ และรับมือข่าวปลอมในปี 65 นี้ กระทรวงฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จะขยายกลุ่มเป้าหมาย ให้ตรงกับประเด็นการสื่อสาร ไปยัง อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.), สมาคมนักวิทยุอาสาสมัครเล่น, สมาพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อเป็นภาคีเครือข่ายของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ในการขยายสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มประชาชน วิธีสังเกตข่าวปลอม ช่องทางการแจ้งเบาะแสและขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม
“มองว่ากลุ่มบุคคลและหน่วยงานดังกล่าวเป็นภาคส่วนสำคัญ ที่จะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความมั่นคง และประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ตลอดจน หน่วยงานต่างจังหวัด”
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในสื่อสังคมออนไลน์ อันเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลปลอมดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย และได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการ “ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. ….” ให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ใน 3 ระดับ ได้แก่ ศูนย์ประสานงานกลาง จัดตั้งโดยกระทรวงดีอีเอส ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวงต่างๆ และ ศูนย์ประสานงานฯ ประจำจังหวัด โดย กระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ ยังได้มีการร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ศตปค.ตร.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย กรณีเป็นการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย.
“ขอฝากเครือข่ายทุกท่านเป็นหูเป็นตา และหากหากพบว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์ ลามกอนาจาร หมิ่นสถาบัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้าข่ายผิดกฎหมายอาหารและยา เป็นต้น กระทรวงฯ จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ลบข้อมูล หรือการหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 หรือสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี www.thaipoliceonline.com” นายชัยวุฒิ กล่าว



