สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดิลี ประเทศติมอร์ตะวันออก เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า หลังการนับคะแนน การเลือกตั้งประธานาธิบดีติมอร์ตะวันออก 2022 เสร็จสิ้นลงเมื่อคืนวันจันทร์ นายโฮเซ่ รามอส-ฮอร์ตา อดีตประธานาธิบดีระหว่างปี 2550 – 2555 ตัวแทนพรรคสภาแห่งชาติเพื่อการฟื้นฟูติมอร์ (เอ็นซีทีอาร์) ได้คะแนนเสียงสนับสนุน 46.58% อันดับ 2 ประธานาธิบดีฟรานซิสโก “ลู โอโล” กูเตอร์เรส ตัวแทนพรรคเฟรติลิน ได้ 22.35% และอันดับ 3 นางอาร์แมนดา เบอร์ตา ดอส ซานโตส รองนายกรัฐมนตรีอันดับที่ 1 จากพรรคคุนโต ได้ 9.41%

เกือบ 2 ทศวรรษ หลังแยกตัวเป็นเอกราชจากอินโดนีเซีย ติมอร์ตะวันออกจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้สมัครแข่งขันทั้ง 16 คนล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญ ที่เคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้ เพื่อเอกราชของประเทศน้องใหม่ล่าสุดของทวีปเอเชีย
ตามกฎกติกา เมื่อไม่มีผู้สมัครรายใด ได้คะแนนเสียงเกิน 50% การเลือกตั้งรอบ 2 รอบชี้ขาด จะมีขึ้นในวันที่ 19 เม.ย. 2565 ระหว่างผู้ชนะอันดับ 1 และอันดับ 2 ในรอบแรก

รามอส-ฮอร์ตา วัย 72 ปี ผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2539 แสดงความเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และชัยชนะของเขาจะทำให้เกิด “แผ่นดินไหวทางการเมือง ในรัฐสภาของประเทศ”

ระบบการเมืองของติมอร์ตะวันออก ประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งรัฐบาล และยุบรัฐสภา ในปี 2561 ประธานาธิบดีกูเตอร์เรส ผุ้นำคนปัจจุบัน ปฏิเสธการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรี 7 คน โดยอ้างการประพฤติมิชอบตามกฎหมาย ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อ
รามอส-ฮอร์ตา กล่าวว่า เขาอาจจะใช้อำนาจยุบรัฐสภา หากชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
ติมอร์ตะวันออก ประเทศประชากร 1.36 ล้านคน เป็นหนึ่งในเพียงแค่ 2 ประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เศรษฐกิจของติมอร์ตะวันออกต้องพึ่งพาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก และประเทศต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมือง และอุปสรรคในการพัฒนามาตลอด นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2545.
เครดิตภาพ – Reuters
เครดิตคลิป – Al Jazeera English



