วันนี้ (22 มี.ค.) นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 65 นี้ บริษัทได้กำหนด แผนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจฝ่ายุคโควิด ด้วยกลยุทธ์ นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่มมากกว่า 20 รุ่นตลอดทั้งปี พร้อมสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เช่น การเช่าเครื่อง จับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริการดูแลและบำรุงรักษา แต่ไม่ต้องการเก็บเครื่องเป็นทรัพย์สินของบริษัท และไม่ต้องการจ้างพนักงานประจำสำหรับดูแลซ่อมเครื่อง

นอกจากนี้จะขยายไปยังธุรกิจใหม่ เพื่อเข้าสู่ เอส-เคิรฟ์ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ การเปิดตัวเปเปอร์แล็ป หรือ เครื่องรีไซเคิลกระดาษแบบแห้งเครื่องแรกของโลก และหุ่นยนต์แขนกล ฯลฯ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง และมีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันก็จะมุ่งสู่การให้บริการที่เป็นเลิศ ด้วยการขยายศูนย์บริการให้ครบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมี 184 สาขาทั่วประเทศ และมีถึง 164 สาขาที่สามารถให้บริการออนไซด์ ถึงสำนักงานของลูกค้าทั่วประเทศได้ และสุดท้ายในด้านความยั่งยืน ที่ถ่ายทอดสู่ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจากแผนกลยุทธ์ดังกล่าวคาดว่าจะช่วยทำให้บริษัทเติบโตได้มากกว่า 10% ในปีนี้ จากปี 64 ที่ผ่านมาเติบโต 9% และยังเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์ และโปรเจคเตอร์

“ในปีนี้ ตลาดไอทียังอยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยทั้งบวกและลบ โดยปัจจัยบวกคือ แต่ละประเทศเร่งเปิดประเทศ จะช่วยให้ธุรกิจดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบ ทั้งสถานการณ์โควิดที่ ยังแพร่ระบาดอยู่ โรงงานชิพเซมิคอนดักเตอร์ ไม่สามารถผลิตป้อนได้ทันตามดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้น บวกกับภาวะขาดแคลนตู้คอนเทเนอร์ และยังเกิดสงครามที่ยูเครน ทำให้ค่าน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงจีดีพีของประเทศอาจจะมีการปรับลดลง ส่งผลต้นทุน จากการผลิตและขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ภาคเอกชนมีแนวโน้ม ที่จะปรับลดการใช้จ่าย และการลงทุนใหม่ ทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อ รับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น ลดต้นทุนด้านต่างๆเพื่อ ไม่ต้องปรับเพิ่มราคาขายสินค้าในช่วงนี้” นายยรรยง กล่าว