เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นางกนกวัลย์ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันที่จะเสนอร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่…) พ.ศ. … เพื่อให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาลงนามออกร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะทำให้นักเรียนในโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูเพิ่มขึ้น 450 บาทต่อคนต่อปี จากอัตราเดิม 8,5820.50 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 9,032.50 บาทต่อคนต่อปี จะเท่ากับการอุดหนุนนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่านความเห็นชอบเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามในการระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฉบับนี้ก็จะทำให้โรงเรียนอาชีวศึกษาได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 ขณะนี้ทาง สอศ.ได้จัดเตรียมงบประมาณเพื่อจัดสรรให้กับโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนเอาไว้แล้ว
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ จากเดิมอัตราร้อยละ 4 ต่อปี เหลืออัตราร้อยละ 2 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2565 ถึง 1 มิ.ย.2568 ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้มีการปรับเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ พ.ศ.2560 เพื่อให้โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กสามารถเข้ามากู้เงินจากกองทุนฯ ได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อจำกัดในเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กสามารถหายใจหายคอในการบริหารสถานศึกษาได้คล่องขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางกองทุนฯ มีเงินคงเหลือที่จำกัด แต่ในขณะที่โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กเองก็ประสบปัญหาสภาพคล่องอยู่พอสมควร ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะจัดทำตัวเลขเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อมาช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนอีกก้อนหนึ่ง เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งหากได้มาก็จะสมทบช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนได้มากขึ้น.



