เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง : การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ. 2565–2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ว่า 7 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ มีเจตจำนงร่วมกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเด็กปฐมวัย โดยร่วมกันผลักดันในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสร้างกลไกการดำเนินงานให้เอื้อต่อการดูแลกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ ที่เชื่อมโยงสอดรับแนวนโยบายรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการดำเนินงานแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างยั่งยืน


รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ กลุ่มผู้สูงอายุนั้น เราจะส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อคงภาวะติดสังคมให้แก่ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในชุมชน ในหลักสูตรและรูปแบบที่หลากหลาย, สนับสนุนพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในครอบครัว ในชุมชน และส่งเสริมการมีงานทำของประชากรวัยแรงงาน, ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีศักยภาพในการสื่อสารทางด้านภาษา อ่านออก เขียนได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสื่อสาร การใช้ภาษาในการดูแลตนเอง เช่น สามารถอ่านฉลากยา หลักฐานทางกฎหมาย เพื่อรู้เท่าทันกับสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และส่งเสริมสัมพันธภาพในครอบครัว และสนับสนุนการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว

“สำหรับบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ในกลุ่มเด็กปฐมวัย เราจะส่งเสริมและสนับสนุนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ให้มีสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตและการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างบูรณาการกัน และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์, ส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรในการจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน, ส่งเสริมและสนับสนุนสื่ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยในแต่ละช่วง รวมทั้งส่งเสริมการอ่าน การเล่านิทาน การใช้สื่อเรียนรู้ต่าง ๆ ให้แก่ครอบครัว, จัดสภาพแวดล้อมและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาการเด็กปฐมวัย และส่งเสริมและสนับสนุนภาวะการเจริญเติบโตและสุขภาวะที่ดีของเด็ก เพื่อให้เด็กมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมตามช่วงวัย หรือ ทำให้เด็กปฐมวัยมีครบ 5H คือ Heart จิตใจดี มีวินัย, Head เก่งคิด วิเคราะห์เป็น, Hand ใฝ่เรียนรู้ มีทักษะ, Health สุขอนามัยดี สุขภาพแข็งแรง และ Hi-tech ทันสมัย ก้าวหน้า รู้เท่าทันเทคโนโลยี ซึ่งบันทึกความร่วมมือทั้ง 2 ฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2565-2569 โดยมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันนี้ต้นไป ” นางสาวตรีนุช กล่าว.