หลังจากเฮเธอร์และมาร์ค อีสตัน สองสามีภรรยาต้องผิดหวังกับการผสมเทียมมา 8 ปี ในที่สุดพวกเขาก็หาคนมาเป็น ‘แม่อุ้มบุญ’ ให้ลูกของพวกเขาได้ที่ยูเครน ผ่านทางโฆษณา
ธุรกิจรับจ้างตั้งครรภ์โดยใช้ตัวอ่อนของผู้ซื้อบริการเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายในประเทศยูเครน สองสามีภรรยาสกุลอีสตันจ่ายค่าบริการไปหลายหมื่นปอนด์ และพวกเขาก็ได้ลูกสาวสมใจ
ทั้งคู่เดินทางกลับถึงอังกฤษพร้อมลูกสาวคนใหม่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ก่อนหน้าที่รัสเซียจะบุกรุกยูเครนเพียงไม่กี่สัปดาห์ และเมื่อสงครามเริ่มต้น พวกเขาก็พยายามหาทางช่วยเหลือ วิตา ลีเซนโก หญิงชาวยูเครนวัย 35 ปี ที่รับเป็นแม่อุ้มบุญให้พวกเขา ให้อพยพออกมาพร้อมกับครอบครัวของเธอ ซึ่งประกอบด้วยสามีวัย 62 ปี ลูกชายวัย 3 ขวบ และสุนัข 1 ตัว และเดินทางมายังประเทศอังกฤษ โดยเฮเธอร์หาบ้านพักเตรียมไว้ให้พวกเขาในเขตวอริคเชอร์

หลังจากที่เฮเธอร์โน้มน้าวให้วิตาอพยพออกมาพร้อมกับครอบครัวได้สำเร็จ ฝ่ายหลังตัดสินใจซื้อรถ เก็บข้าวของ และขับรถหนีออกมาตั้งแต่วันอังคารที่ 15 มี.ค.
ครอบครัวลีเซนโกขับรถติดต่อกันถึง 6 วัน จากเมืองเชอร์คาซีทางตอนกลางของยูเครน มายังประเทศเบลเยียม โดยผ่านมาทางโปแลนด์และเยอรมนี แต่แล้วครอบครัวชาวยูเครนก็ไม่สามารถข้ามพรมแดนได้ เนื่องจากลีเซนโกและลูกชายของเธอไม่มีพาสปอร์ต บัตรเดบิตการ์ดของพวกเขาใช้ไม่ได้ และพวกเขาเหลือเงินสดติดตัวเพียง 20 ยูโร
ครอบครัวลีเซนโกยื่นเรื่องขอข้ามพรมแดนไปแล้ว แต่จะต้องรอวีซ่าอีกราว 1 สัปดาห์ โชคยังดีที่โรงแรมที่พวกเขาพักอยู่ ยินดีให้พักฟรีไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ลีเซนโกกล่าวว่า พวกเธอดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่และยังสบายดี แต่เป็นกังวลมากว่าทางการอังกฤษจะยอมให้พวกเขาเข้าประเทศหรือไม่

เฮเธอร์ อีสตันแสดงความไม่พอใจรัฐบาลอังกฤษ เธอกล่าวว่าทางการอังกฤษยังช่วยเหลือผู้อพยพช้าเกินไป ก่อปัญหามากเกินไป และทอดทิ้งให้พวกเขาไม่มีที่พักโดยไม่ใส่ใจแต่อย่างใด เฮเธอร์กล่าวว่า วิตา ลีเซนโก เคยช่วยเธอมาแล้วเรื่องลูก ตอนนี้ถึงคราวที่เธอจะช่วยครอบครัวของพวกเขาบ้าง
โฆษกรัฐบาลอังกฤษแถลงว่า ทางการอังกฤษกำลังเร่งกระบวนการต่าง ๆ ให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ผู้อพยพชาวยูเครนมีที่พักที่ปลอดภัยในอังกฤษ และได้เพิ่มกำลังคนเพื่อการอนุมัติวีซ่าให้ได้เร็วขึ้นในอัตรา 13,000 รายต่อสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อพยพชาวยูเครนที่ไม่มีพาสปอร์ตอย่างครอบครัวลีเซนโกได้เข้าประเทศได้เร็วขึ้น
แหล่งข่าวและเครดิตภาพ : Dailymail.co.uk



