สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงหลังการประชุมวาระฉุกเฉินเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่า การที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ถือเป็น “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่”


ที่ประชุมนาโตมีมติเห็นพ้อง ให้ยกระดับการตอบสนองต่อการสู้รบครั้งนี้ “อย่างจริงจัง” ด้วยการเพิ่มจำนวนทหารประจำการใน 4 ประเทศสมาชิกนาโต ที่อยู่ทางตะวันออกของยุโรป ได้แก่ บัลแกเรีย ฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย เป็นการเสริมกำลังนอกเหนือจากที่เคยจัดไปแล้ว ในกลุ่มประเทศบอลติก หนึ่งในนั้นคือโปแลนด์ ซึ่งมีพรมแดนทางตะวันออกติดกับยูเครน


ขณะเดียวกัน สโตลเทนเบิร์กกล่าวถึงการยกระดับความช่วยเหลือแก่ยูเครน ทั้งในด้านอาวุธ การเงิน ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยจะมีการตัดสินใจในรายละเอียดอีกครั้ง ระหว่างการประชุมครั้งต่อไป ที่กรุงมาดริดของสเปน ในเดือน มิ.ย.นี้


นอกจากนี้ สโตลเทนบิร์กกล่าวด้วยว่า เขาได้รับมติจากที่ประชุมทั้ง 30 ประเทศสมาชิก ขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งให้กับเขาเป็นพิเศษ คืออีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากวิกฤติการณ์ในยูเครน ทั้งนี้ สโตลเทนเบิร์ก วัย 63 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ รับตำแหน่งเลขาธิการนาโตคนที่ 13 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2557.

เครดิตภาพ : REUTERS