สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงหลังการประชุมวาระฉุกเฉินเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่า การที่รัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ถือเป็น “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่”
“Leaders approved our four new battlegroups in Bulgaria, Hungary, Romania and Slovakia”
— BBC News (World) (@BBCWorld) March 24, 2022
Nato Secretary General Jens Stoltenberg says the alliance has approved major increases of its forces in Eastern Europe as conflict in Ukraine continueshttps://t.co/2Q26DMn5SX pic.twitter.com/JzZOVmsTLr
ที่ประชุมนาโตมีมติเห็นพ้อง ให้ยกระดับการตอบสนองต่อการสู้รบครั้งนี้ “อย่างจริงจัง” ด้วยการเพิ่มจำนวนทหารประจำการใน 4 ประเทศสมาชิกนาโต ที่อยู่ทางตะวันออกของยุโรป ได้แก่ บัลแกเรีย ฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย เป็นการเสริมกำลังนอกเหนือจากที่เคยจัดไปแล้ว ในกลุ่มประเทศบอลติก หนึ่งในนั้นคือโปแลนด์ ซึ่งมีพรมแดนทางตะวันออกติดกับยูเครน
"We are determined to continue to impose costs on Russia to bring about the end of this brutal war"
— BBC News (World) (@BBCWorld) March 24, 2022
Nato chief Jens Stoltenberg says today's summit will discuss allied support to Ukraine and how Nato will respond to the new security reality in Europehttps://t.co/oDvGFMeaKx pic.twitter.com/tcx0rLaPgI
ขณะเดียวกัน สโตลเทนเบิร์กกล่าวถึงการยกระดับความช่วยเหลือแก่ยูเครน ทั้งในด้านอาวุธ การเงิน ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยจะมีการตัดสินใจในรายละเอียดอีกครั้ง ระหว่างการประชุมครั้งต่อไป ที่กรุงมาดริดของสเปน ในเดือน มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ สโตลเทนบิร์กกล่าวด้วยว่า เขาได้รับมติจากที่ประชุมทั้ง 30 ประเทศสมาชิก ขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งให้กับเขาเป็นพิเศษ คืออีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากวิกฤติการณ์ในยูเครน ทั้งนี้ สโตลเทนเบิร์ก วัย 63 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ รับตำแหน่งเลขาธิการนาโตคนที่ 13 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2557.
เครดิตภาพ : REUTERS



