มหาชาติเวสสันดรชาดก อัญเชิญชีวประวัติความเป็นมาของ องค์สมเด็จพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คราวเสวยพระชาติเป็นพระบรมโพธิสัตว์ นามบัญญัติว่า “พระเวสสันดร” ทรงบำเพ็ญทานปรมัตถะบารมีเป็นยอดนักเสียสละของโลก
พระธรรมเทศนามหาชาติในกัณฑ์ที่ 1 นามว่า กัณฑ์ “ทศพร” ประดับประดา ด้วยพระคาถา 19 พระคาถา เนื้อความมหาชาติในกัณฑ์นี้ เป็นพระนิพนธ์ใน “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสสมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และ อดีตอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รูปที่ 2 องค์รัตนกวีศรีสงฆ์ไทย และ รัตนกวีเอกของโลก ทำนองประจำกัณฑ์นี้ เรียกว่าทำนอง “ธรรมวัตร” เพลงประจำกัณฑ์เรียกว่า เพลง “สาธุการ”
“คัมภีร์มหาชาติ” เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ คู่ชาติคู่บ้านคู่เมืองมาแต่ครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นคัมภีร์แห่งชีวิต ด้วยมีหลักธรรมคำสอน สอดคล้องต้องด้วยอัธยาศัยชาวไทย เหมาะแก่บุคคลทุกเพศทุกวัย มุ่งหมายให้มีเมตตากรุณาธรรม มีความเสียสละให้ปัน มีน้ำใจ อยู่ร่วมกันฉันมิตร อันเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ สรุปความว่า คติธรรมจากมหาชาตินี้ ชี้ให้รู้ซึ้งถึงอานุภาพแห่งน้ำใจ
ดังบัณฑิตท่านกล่าวไว้ว่า ยามเจ็บไข้จะรู้ได้ว่าใครรัก ยามทุกข์หนักจะรู้ได้ใครสงสาร ยามยากจนจะรู้ได้ใครให้ทาน ยามเบิกบานจะรู้ได้ใครยินดี ยามทุกข์ใจจะรู้ได้ใครช่วยแก้ ยามพ่ายแพ้จะรู้ได้ใครคิดหนี ยามโศกเศร้าจะรู้ได้ใครปราณี ยามไม่มีจะรู้ได้ใครเพื่อนเรา ฯลฯ
คัมภีร์มหาชาติ จึงเป็นพระคัมภีร์ยอดนิยมบรมธรรม เป็นคัมภีร์มหามงคล และเป็นพระสูตรๆ เดียว ที่ถูกนำมาเผยแพร่แก่พุทธบริษัท ให้ได้สดับรับฟังมากที่สุด ทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด เพียงแต่เรียกแตกต่างกันไป อาทิ ภาคกลาง ภาคใต้ เรียกดุจเดียวกันว่า “มหาชาติหรือเวสสันดรชาดก” ภาคเหนือ เรียกว่า “พิธีตั้งธรรมหลวง” ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า “บุญพระเวส” หรือ “บุญผะเหวด”
อนึ่งการเทศน์มหาชาติเป็นการแสดงธรรมเรื่องเดียวที่มีความแปลกแตกต่างจากการเทศน์เรื่องอื่น ด้วยมีเพลงประจำกัณฑ์และมีทำนองประจำแต่ละกัณฑ์ ช่วยให้ผู้สดับได้บันเทิงเริงใจ ไม่เบื่อหน่าย และทำนองนี้เองถือว่าเป็นชีวิตของมหาชาติ สื่อให้ผู้สดับได้ซึมซาบและรู้ซึ้งถึงบรรยากาศของเรื่องแต่ละตอนว่าตอนไหนสุข ตอนไหนโศก ตอนไหนสลด รันทด หรือรื่นเริงบันเทิงใจ นอกจากนี้เป็นการเล่าเรื่อง ช่วยให้เข้าใจง่าย
สำหรับมหาชาติเวสสันดรชาดก กัณฑ์ต้น อันมีนามว่า “กัณฑ์ทศพร” แปลว่า พรอันประเสริฐ 10 ประการ อันเยาวมาลย์ผุสสดีเทพธิดา มเหสีของท้าวโกสินทร์สักกรินทร์เทวราช ได้ทูลขอต่อพระภัสดา ก่อนแต่จะนิราศจากสรวงสวรรค์ลงมาอุบัติในมนุษยพิภพ มีเนื้อความโดยสังเขปว่า
เรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำมาแสดงเป็นครั้งแรกแก่พระประยูรญาติและพระอรหันตขีณาสพ 500 รูป มีพระมหากัสสปะเป็นต้น มีพระอานนท์เป็นปริโยสาน ทรงปรารภฝนโบกขรพรรษซึ่งเป็นเป็นฝนพิเศษตกลงมาด้วยอำนาจเทวานุภาพ ภิกษุทั้งหลายเห็นเป็นอัศจรรย์จึงนำไปเล่าขาน พระพุทธเจ้าจึงประทานตรัสว่าแท้จริงฝนชนิดนี้มิใช่เพิ่งตกในปัจจุบัน และมหัศจรรย์เฉพาะครั้งนี้ก็หาไม่ ในอดีตกาลครั้งพระองค์เสวยพระชาติ เป็นพระบรมโพธิสัตว์เวสสันดร ฝนชนิดนี้ก็เคยตกมาแล้ว ภิกษุทั้งหลายใคร่จะทราบในรายละเอียด จึงกราบทูลอาราธนาให้พระองค์ทรงเล่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าเป็นตอนๆ ได้ 13 ตอน หรือ 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ วัดพระเชตุพนฯ จัดพิธีเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 67 พรรษา 2 เมษายน พุทธศักราช 2565 เพื่อส่งเสริมสืบสานการเทศน์มหาชาติ อันเป็นมรดกธรรมอันล้ำค่า เป็นการถวายพระพรชัยมงคล และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่าน…
………………………………
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



