“มองไกล เห็นใกล้” ถ้าเทียบเวลาก่อสร้างกับโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผอ.ฝ่ายวิชาการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าระหว่างบรรยายโครงการมองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ โดยยกข้อมูล FIRR  ชี้ให้เห็นโอกาสทำกำไรประเมินผลตอบแทนเฉพาะตัวเงินอยู่ที่ 6.3% ในระยะเวลา 25 ปี ส่วน EIRR นับรวมผลประโยชน์และต้นทุนที่ไม่ใช่ตัวเงินจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 18.5% ทั้งท่องเที่ยว เดินทาง และขนส่ง ด้วยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เคยมีมาก่อนในลาว

จริงๆ แล้วรถไฟจากจีนจะเชื่อมต่อไทย 3 เส้นทาง ซึ่ง รศ.ดร.ปิติ เล่าว่า จีนทำมาสเตอร์แพลนระบบรางเชื่อมโยง ให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน วาง “คุณหมิง” เป็นประตูสู่อาเซียน ปัจจุบันรถไฟจีน-เวียดนามวิ่งไปถึงยุโรป แต่การเชื่อมต่อจากเวียดนามเข้ากัมพูชายังสะดุด เช่นเดียวกับเส้นทางวิ่งผ่านเมียนมาร์ที่ติดปัญหางบประมาณ ไม่สามารถสร้างต่อมาที่ไทยได้

“รถไฟจีน-ลาว ถือเป็นความหวังเดียวที่จะเป็นประตูเชื่อมจีนสู่อาเซียน ผ่านประเทศในคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางทะเลสายสำคัญของโลก ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกที่ตอกย้ำว่าอเมริกาไม่ใช่เบอร์ 1 อีกต่อไป แต่เป็นคู่มหาอำนาจ จีน-อเมริกา โดยจีนจะกำหนดโควตานำเข้าอาหารและสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่ไม่ได้มองแค่เรื่องราคาเท่านั้น แต่มองประเด็นความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงทางอาหาร นโยบายต่างประเทศ และความมั่นคงด้านอื่นๆ เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง”

นับเป็นมุมมองที่น่าสนใจจาก รศ.ดร.ปิติ …

สำหรับรถไฟจีน-ลาว ที่จะเชื่อมต่อไทยถือเป็นโอกาสและความท้าทาย โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทย ผ่านการศึกษาและทบทวนตั้งแต่สมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทั่งปี 2560 จึงเริ่มสายแรกเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย (เฟส)ที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. เพื่อให้การก่อสร้างรวดเร็วจึงแบ่ง 14 สัญญา ผ่านมา 5 ปี มีเพียงสัญญาที่ 1-1 สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. เสร็จสิ้นเพียงสัญญาเดียว

ปมล่าช้าคือ ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ต้องรอ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินประกาศใช้ ขณะที่บางสถานีต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ ประกอบกับต้นทุนค่าก่อสร้างผันผวน คดีความและพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และรถไฟไทย-จีนบริเวณสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง

เป็นความหวังที่ไม่อยากคาดหวัง รถไฟไทย-จีน จะไม่สะดุดเหมือน 2 เส้นทาง จนเสียโอกาส.

“ระรักษ์”