ทหารผ่านศึกสู้ชีวิต ทำงานมาหลายอาชีพตั้งแต่หนุ่มจนถึงวัยเกษียณ เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ยามเฒ่าชราแม้ลูกๆ จะทำงานกันหมดแล้ว แต่ตัวเองก็ไม่คิดจะนิ่งเฉย ใช้ความถนัดในการทำอาหารหันมาทำ “ไส้อั่วสมุนไพร” ขายอยู่หน้าบ้านตัวเอง ที่ตั้งอยู่เยื้องกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ เลขที่ 27/11 หมู่ 3 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ สร้างรายได้วันละ 1-2 พันบาทเลยทีเดียว

สิบตรีพันคำ เทศประสิทธิ์ หรือ “ลุงพันคำ” ทหารผ่านศึกวัย 61 ปี จะตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปตลาดหาซื้อวัตถุดิบมาทำไส้อั่วสมุนไพรที่สดใหม่ทุกวัน ทุกเช้าจะง่วนอยู่กับการเตรียมของตั้งร้านเพื่อขายไส้อั่ว ลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ซื้อไปเป็นอาหารเช้าหรือนำไปรับประทานกันที่ทำงาน ขายวันละไม่กี่ชั่วโมง ตกสายก็หมดเกลี้ยง แม้แต่ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ยังนำเรื่องราวไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว การันตีความอร่อยอีกด้วย

ลุงพันคำ เล่าว่า อดีตตนเป็นทหารผ่านศึก ประจำการอยู่ที่กองพันทหารปืนใหญ่ ที่ 11 รอ. (รักษาพระองค์) จ.ลพบุรี หลังจากปลดประจำการ ก็ได้กลับมาอยู่บ้านที่ จ.เพชรบูรณ์ และมีครอบครัว พร้อมทั้งประกอบอาชีพหลายอย่าง ทั้งเร่ขายซาลาเปา ขายไอศกรีม ขายหมูย่าง เป็น รปภ. รวมทั้งทำงานด้านสื่อมวลชนท้องถิ่นในพื้นที่

แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ประสบกับสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้การประกอบอาชีพต่างๆ ไม่ดีเท่าที่ควร จึงมีแนวคิดที่จะทำไส้อั่วสมุนไพรขาย และใช้ชื่อว่า “ไส้อั่วสมุนไพรนายพัน” โดยตั้งโต๊ะตั้งเตาย่างขายอยู่ที่หน้าบ้าน วันแรกลองทำขาย 5 กิโลกรัม ปรากฏว่า ลูกค้าให้การอุดหนุนเป็นอย่างดี วันต่อมาจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งทุกวันนี้ ขายวันละประมาณ 12-15 กิโลกรัม มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ววันละ 1-2 พันบาท

สำหรับไส้อั่วสูตรของตนนั้น เนื้อหมูจะคัดสรรมาอย่างดี อัดแน่นด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น พริก หอมแดง กระเทียม ใบมะกรูด ผิวมะกรูด ขมิ้น ผักชี พริกไทยดำ ข่า ตะไคร้ รากผักชี ซึ่งสมุนไพรทุกอย่างจะต้องหั่นแล้วนำมาตำให้เข้ากัน ซึ่งการตำในครก จะช่วยทำให้สมุนไพรมีกลิ่นหอมมากขึ้น จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับหมูบดจนเข้าที่ ก่อนจะนำใส่เครื่องยัดใส่ไส้หมู ย่างบนเตาไฟอ่อนๆ ใส่กากมะพร้าวเพื่อให้มีควัน ซึ่งควันจากกากมะพร้าว จะทำให้ไส้อั่วมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

“ไส้อั่วของตนเน้นความสด ใหม่ ไม่ทำค้างคืน และจะเริ่มย่างขายตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไม่เกิน 10 โมง ก็ขายหมดแล้ว ลูกค้าที่มาซื้อ ก็จะมีทั้งนักเรียนและคนทำงาน โดยจะขายเป็นชิ้น ชิ้นละ 20 บาท ข้าวเหนียวห่อละ 5 บาท ส่วนลูกค้าบางรายก็จะสั่งซื้อจำนวนมาก ซึ่งตนก็จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 370 บาท ครึ่งกิโล 185 บาท”

ลูกค้าที่มาซื้อต่างก็ชมว่า ไส้อั่วของตนนั้นไม่เหมือนเจ้าอื่น เพราะย่างจนแห้งพอดี มีความหอมของสมุนไพร และที่สำคัญชิ้นใหญ่มาก กินชิ้นเดียวกับข้าวเหนียว 5 บาท ก็อิ่มท้อง ประหยัดด้วย และที่ตนภาคภูมิใจเป็นอย่างมากก็คือ ท่านกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เคยซื้อไปรับประทาน จากนั้นท่านก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กการันตีถึงความอร่อย ยิ่งทำให้ลูกค้าแห่มาอุดหนุนมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ขายหมดเร็วทุกวัน

“ลูกค้าบางคนมาซื้อไม่ทัน ก็บอกให้ทำเพิ่มปริมาณ แต่ตนก็คงจะทำเพียงเท่านี้ เพราะทำคนเดียว เพราะจะเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ ถ้าหากลูกค้าต้องการเพิ่ม สามารถโทรฯ สั่งจองกันมาล่วงหน้าได้ ท่านใดที่สนใจจะอุดหนุน หรือลองลิ้มชิมความอร่อยของไส้อั่วสมุนไพรนายพัน โดยร้านจะตั้งอยู่เยื้องกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ หรือจะโทรศัพท์สั่งจองไว้ก่อนก็ได้ ที่หมายเลข 08-9461-4954” ลุงพันคำ กล่าวทิ้งท้าย

คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : กิตติ ตันติมาลา จ.เพชรบูรณ์
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” เพิ่มเติมได้ที่นี่..