@นอกจากเรื่องการ”ก่อวินาศกรรม” ปั้มน้ำมัน และร้าน”สะดวกซื้อ” เวลาเดียวกัน 17 จุด วันคืนวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความ เสียหาย อย่าง”ย่อยยับ” ให้กับ “เอกชน” ที่เป็น”เจ้าของกิจการ”แล้ว ยังเป็นความ”สูญเสีย” ทาง “เศรษฐกิจ” การ”ลงทุน” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สำคัญคือการ”สูญเสีย”ความ”เชื่อมั่น” ของ”ประชาชน” และของ”สังคม” ที่มีต่อ”กองทัพ” และมีต่อ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ ผู้รับผิดชอบไม่ว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รัฐมนตรี “กลาโหม” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ต้อง “เร่งด่วน” ในการ”กอบกู้”สถานการณ์ และ”กอบกู้” ความ”ศรัทธา” ความ”เชื่อมมั่น”ของคนในพื้นที่ และคนในประเทศ กลับคืนมา….แต่ที่ติดตามมาคือ ”ความวัว” ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ยังหา”แพะ” หรือหาความ”ผิดพลาด” เพื่อบอกกับ”ประชาชน” ยังไม่ได้”ในกรณี”เผาและวางเพลิงคืนเดียว 17 แห่งแต่ก็มี”ความควาย” เกิดขึ้นเป็นการ”ซ้ำเติม”ถึงความ”หย่อนยาน” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอีกเรื่อง นั่นคือเรื่องของ” ส.ต.ท.หญิง แห่ง กองบัญชาการตำรวจ”สันติบาล” ที่มี”ภูมิลำเนา”ที่ จ.ราชบุรี แต่มีชื่อมา”ช่วยราชการ” อยู่ที่ กอ.รมน.ภาค ภ 4 ส่วนหน้า และมี “สว. เข้ามาเกี่ยวข้อง ในเรื่องการ”ทารุณกรรม” ต่อ “หญิงรับใช้” ซึ่งเป็น”ทหารหญิง” ที่มีชื่อ มีตำแหน่ง อยู่ที่”กรมกอง”ของ”กองทัพบก” เช่นกัน…ประเด็นที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องตอบคำถามของ”คนไทย” ทั้งประเทศคือ 1. การช่วย”ราชการ”ของ ส.ต.ท.หญิง คนนั้น เคยมา”ปฏิบัติหน้าที่” ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หรือไม่ หรือ มาแต่”ชื่อ” และ”ตำแหน่ง” โดยไม่ได้มาทำหน้าที่จริง

@ 2 .เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ของ ส.ต.ท.หญิง ใครเป็นคนรับ ส.ต.ท.หญิง เป็นคนรับ หรือมี “นาย” บางคนรับแทน เหมือนๆกับ กรณี”ไอ้เณร” ที่เป็น “ทหารเกณฑ์” ที่ ฝึกเสร็จแล้ว ไม่ต้องอยู่ใน”ค่าย” ใน”กรม กอง” ให้ กลับไป อยู่บ้าน ไปทำงานได้ แต่ ต้องเซ็นยก “เงินเดือน”และ”เบี้ยเลี้ยง” ให้”นาย” และ 3. เรื่องของ”ทหารหญิง” ที่เป็น”ทหารรับใช้” ที่เป็น”กำลังพล” ของ “กองทัพบก”มีความเป็นมาอย่างไร  อาศัย”เส้นสาย” ใคร และ การส่งให้ไปเป็น”คนรับใช้” ส.ต.ท. ถูกต้อง และ”เหมาะสม” หรือไม่ คือเป็น”โจทย์ใหญ่” ที่ กอ.รนมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ต้องมีคำตอบให้กับ “สังคม” เพราะ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ทุกบาททุกสตางค์เป็น”งบประมาณแผ่นดิน” และเป็น”ภาษี” ของประชาชนทุกคนที่”กองทัพ” ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์” จะเอามาทำเป็นเรื่อง”อีลุ่ยฉุยแฉก” ไม่ได้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ในฐานะของ ผบ.ทบ. ผู้นำของ”กองทัพ” ต้องรับผิดชอบ…

@และที่กลายเป็น”ปม”ที่ประชาชนทั้งประเทศ”สงสัย” และ ต้องการ”รับรู้” คือ “กำลังพลผี” และ”บัญชีผี” และ”เงินเดือนผี”  นอกจาก ส.ต.ท. หญิง ที่ จ.ราชบุรี แล้ว ใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังมี”มากน้อย” เท่าไหร่ และ “กองทัพ”จะมีการ”สะสาง”เรื่องนี้อย่างไร เพราะเรื่อง”กำลังพล” ที่เป็น กำลังพลผี” มีการ “นินทา” กัน ว่าเกิดขึ้นกับ”กองทัพภาคที่ 4” ตั้งแต่สมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น ผบ.ทบ.แล้ว หรือเรื่องนี้คือ”วัฒนธรรม” องค์กรที่กลายเป็น”มรดก” ตกทอดแบบ”รุ่นสู่รุ่น”ไปแล้ว และที่สำคัญ ใครเป็นผู้ได้”ประโยชน์” ช่วยกันตอบให้คนไทยทั้งประเทศฟังชัดๆ….และตัว”ละคร” ที่สำคัญ ที่ ทำให้เกิดการ”ช่วยราชการ”ของ ส.ต.ท.หญิง เรื่องการฝาก คนเข้ามาเป็น”ทหารหญิง” เข้ามา”รับราชการ” ก่อนที่จะมีการ”ย้าย” ให้ไปเป็น”ทหารรับใช้” ส.ต.ท.หญิง มี สว. ที่ไม่ได้แปลว่า”ผู้สูงอายุ” แต่เป็น สมาชิก”วุฒิสภา” เป็นผู้”จัดการ”ทั้งหมด วันนี้ สังคมไทย ต้องการที่จะรู้ว่า “สว. คนนี้เป็นใคร เกี่ยวพันกับ คดีนี้อย่างไร เรื่องนี้”พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานรัฐสภา และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ผบ.ตร. ต้องให้ ตำรวจ จ.ราชบุรี  สืบสวนสอบสวน ข้อเท็จจริงให้”กระจ่างแจ้ง” โดยเฉพาะ”รัฐสภา”ที่ ความ”ศรัทธา” ของ ผู้คน”เสื่อมถอย” อยู่แล้ว จะ”เสื่อม” มากขึ้น….

@ไม่มีพื้นที่ไหนในโลกนี้ที่จะ”พัฒนา” ไปสู่ความ”อยู่ดีกินดี” ของประชาชน โดยไม่ต้อง”พึ่งพา” ระบบ”ทุนนิยม” ดังนั้นการที่”บีอาร์เอ็น” อ้างว่าการ “ก่อวินาศกรรม” ปั้มน้ำมัน และร้าน”สะดวกซื้อ” ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ เพื่อ”ทำลาย” ระบบ”ทุนนิยม” ที่”เอารัดเอาเปรียบ” “ที่”ทุนใหญ่”ทำลาย”ทุนเล็ก” จึงเป็นเพียง”ข้ออ้าง” เพื่อสร้างความ”ชอบธรรม” ให้กับ “บีอาร์เอ็น” ที่เป็น ขบวนการโจรก่อการร้าย…. การ”ขับไล่” ประชาชน ออกจากสถานที่ “วางเพลิง”และ”วางระเบิด” เพื่อไม่ต้องการให้”คนตาย” ไม่ใช่เรื่องของ”เมตตาธรรม” แต่เป็น นโยบาย ของ “เจนีวาคอลล์” องค์กร”เอ็นจีโอ” จาก”ชาติตะวันตก”เพื่อให้”สอดคล้อง”กับเรื่องการต่อสู้ในประเด็น”สันติภาพ”และ”สันติวิธี”เท่านั้น …และถ้าวันนี้ ประชาชนที่เป็น”มุสลิม”กว่า 90 % ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยัง”เห็นดีเห็นงาม” กับความเดือดร้อน ที่ได้รับจาก”ฝีมือ” ของ”บีอาร์เอ็น” และยังเชื่อการ”โกหกพกลม” จากผู้ที่อ้างว่าเป็นคนสนิทของ”ฮาซัน ตอยิบ”อดีต หัวหน้าคณะเจรจา”สันติภาพ” ของ “บีอาร์เอ็น ครั้งที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็น นายกรัฐมนตรี ที่ออกมา”ส่งสาร” ถึง ชาว”มาลายูปาตานี” ว่าการ “ก่อวินาศกรรม” ครั้งใหญ่ ครั้งนี้ เป็นการ”สั่งการ” จาก หน่วยงานของรัฐที่ร่วมมือกับ”นักการเมือง” ถ้าถึงขั้นนี้แล้วยัง”งมงาย” ขนาดนี้ ก็ถือว่า”จบข่าว …

@และถือเป็นอีกหนึ่งความ”ล้มเหลว” ของงาน”การเมือง”ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะ หลักฐาน ที่ปรากฏ”ชัดเจน” ว่าผู้ก่อเหตุคือ”กองกำลังติดอาวุธ” และ”กองกำลัง”เยาวชน” ของ “บีอาร์เอ็น”  แต่ก็ยังไม่สามารถ”สื่อสาร” ให้ ประชาชนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของ”องค์กรก่อการร้ายที่ชื่อ”บีอาร์เอ็น” …เพราะไม่มีเหตุ ไม่มีผลอะไร ที่ “เจ้าหน้าที่รัฐ” และ”นักการเมือง” จะต้อง”สร้างสถานการณ์”ให้เกิดขึ้น รวมทั้ง”บีอาร์เอ็น” ก็ออกมา”ยอมรับ” และให้”เหตุผล”ถึงการ”ก่อวินาศกรรม”ในครั้งนี้  แต่ที่ต้อง”กลับลำ” ออกมา”ปฏิเสธ” ผ่านคนของ”ฮาซัน ตอยิบ” เพราะตรวจสอบ”กระแสสังคม”ในพื้นที่ พบว่า “ประชาชน”ส่วนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น  เพราะ “ประชาชน” ได้รับความเดือดร้อน จากการกระทำของ”บีอาร์เอ็น” ….แต่ “เสียดาย” ที่ หน่วยงานในด้าน”สร้างความเข้าใจกับสังคม” และ หน่วยงาน”ไอโอ”ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ไม่ได้ใช้”เงื่อนไข” ที่เกิดขึ้น ให้เป็นประโยชน์ ในการ”ทิ่มแทง” กลับไปที่”บีอาร์เอ็น” เพื่อชี้ให้”ประชาชน” เห็นถึงความ”เลวร้าย” ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ทั้งที่ “รัฐไทย” มีทั้ง”บุคลากร” มีทั้ง”เครื่องมือ” และ ที่สำคัญมี”งบประมาณ” นี่แหละที่ พยายาม บอกกับ หน่วยงานความมั่นคงว่าไม่มี”ยุทธศสาตร์” และ”ผู้นำ” ไม่มี”วิสัยทัศน์”.

@เรื่อง”ป้องกัน” เจ้าภาพหลักคือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่หลังเกิดเหตุเป็น”หน้าที่หลัก” ของ”ตำรวจ” ในการ รวบรวมหลักฐาน เพื่อ ติดตาม”จับกุม” ผู้ก่อเหตุ ซึ่งถ้ารวมทั้งผู้” ปฏิบัติการ” และ “แนวร่วม” ใน พื้นที่ “เปอร์มูดอ,เปอร์มูดี,โลจิสติกส์” และ อื่นๆ รวมแล้วต้องมากกว่า 100 คน ที่เป็นผู้”ลงมือ”ก่อวินาศกรรม  เป็นหน้าที่ของ  พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 จะต้อง”เร่งรัด” ให้ “ตำรวจ”ทั้ง 3 จังหวัด ปฏิบัติการด้วยความ”รอบคอบ” และ”รัดกุม” เพื่อเอา”คนผิด” และผู้ที่”เกี่ยวข้อง”มาลงโทษให้ได้ ช้านิดก็ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่”จับแพะ” เพื่อสร้าง”ผลงาน” และเพื่อ”ปิดคดี” ประเด็น”สำคัญ” คือ ผลของการ”สอบสวน” จะทำให้มีข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม และตอบ”สังคม”ได้ชัดเจนว่า “บีอาร์เอ็น” คือผู้”บงการ” และ”เป็น”ศัตรู”หมายเลข 1 ของประเทศไทย….งานนี้จะเป็นการแสดงฝีมือของ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ยะลา พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัน ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ พล.ต.ต. แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว. นราธิวาส ที่จะเป็นการ”ชี้ชัด”ว่า ใครบ้างที่มีความ”เหมาะสม” กับตำแหน่ง ที่สูงขึ้น ใน”อนาคต”ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9….

@ยังอยู่กับเรื่อง”ความมั่นคง” ที่วันนี้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ”พูดคุยสันติสุข” ที่วันนี้ “นิ้วทุกนิ้ว” ชี้ไปว่า “วินาศกรรม” 18 จุด ที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาจากการ”พูดคุย” แบบไร้” กลยุทธ์” ที่ทำให้ “บีอาร์เอ็น” ต้องออกมา”ก่อวินาศกรรม” ทำลาย เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการ”กดดัน” ให้ “รัฐไทย” รับข้อเสนอของ”บีอาร์เอ็น” จากการ”พูดคุย”  นั่นคือการให้  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเปิด”ไฟเขียว” ให้ “แกนนำ”ของ”บีอาร์เอ็น” เข้ามาในพื้นที่ “จชต. เพื่อร่วมกับ “เอ็นจีโอ” และ ภาคประชาสังคมทำ”กิจกรรม” ทาง”การเมือง” และขอให้มีการตั้ง”มอนิเตอริ่ง ธีม “ เพื่อ ตรวจสอบสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นใน “จชต. ว่าเป็น”ฝีมือใคร” ….ถ้าการ”พูดคุย” ไม่มีทั้ง”ยุทธศาสตร์” และไร้ซึ่ง”กลยุทธ์” และยิ่งก่อให้เกิดความ”รุนแรง” ในพื้นที่  วันนี้ “รัฐบาล” ต้อง ทบทวน ด้วยการ “ชะลอ” การ”พูดคุย” เพื่อให้ คณะพูดคุย”ตั้งหลัก” เพื่อที่จะได้มีการกำหนด”เกม” กันใหม่ อาจจะต้องมีการ”เปลี่ยนแปลง” คณะทำงาน ที่มีความรู้  มีความเข้าใจ และที่สำคัญมี”ยุทธศาสตร์” อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมี”กลยุทธ”ของการ”พูดคุย”ด้วย….

@ส่วนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) คือ หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบจากการ”ก่อวินาศกรรม”ครั้งนี้โดยตรง เพราะงานด้านการ”พัฒนา” การ ดึงนักลงทุน จากนอกพื้นที่เข้ามา ทั้งในเรื่องการสร้าง”โรงไฟฟ้าชีวมวล, ชีวภาพ การส่งเสริม ปศุสัตว์ แบบครบวงจร การ ท่องเที่ยว ระดับโลก อาจจะต้อง หยุดชะงัก เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้น   ผลเสียที่เห็นได้ ชัดเจน คือ นักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาใน อ.เบตง จ.ยะลา”ยกเลิก” การเดินทางเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีใคร”รับประกัน”ได้ว่า “เบตง” จะยัง”ปลอดภัย” ในเมื่อ”บีอาร์เอ็น” ต้องการ”กดดัน” ให้การ”พูดคุย” เป็นไปใน”ทิศทาง” ที่ต้องการ เมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว คือเมืองที่อยู่ใน”เป้าหมาย” ของ”บีอาร์เอ็น” นี่เป็นงานหนักของ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่รับผิดชอบในการ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายของ “รัฐบาล”….

@เรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์” ที่ จ.สงขลา เป็นความ”ผิดพลาด” ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เลือก “คู่สัญญา” ที่เป็น บริษัทที่ไม่”มั่นคง” เป็นหนี้”ภาษี” โดยมีการติดตามทวงหนี้จาก “สรรพากร” และเงินงวดแรก 15% ของงบประมาณในการก่อสร้าง 125 ล้านบาท กลายเป็น”เงินทอน” ให้กับ “นักการเมือง” และ “ข้าราชการ” ที่”หยิบยื่น” งานก่อสร้างให้ ก่อนที่จะมีการ “แก้แบบ” และแก้”สัญญา” อีกหลายครั้ง เพื่อต้องการ”เงินทอน” จาก”โครงการ”นี้…ประเด็นที่คน”สงขลา” สงสัยคือ กระทรวงศึกษาธิการสอบสวนแล้วพบการ”ทุจริต” และ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.” ดำเนินการ”ไต่สวน” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนาม ตั้งแต่ปี 2561  แต่ ป.ป.ช. ไม่เคย แถลงถึงความคืบหน้าของการ”ไต่สวน” นี่คือความผิด”ปกติ” ที่เกิดขึ้น หรือเป็นเพราะผู้ที่อยู่ใน”บัญชี” การ”ทุจริต” ที่”การุณ สกุลประดิษฐ์ อดีต ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในครั้งนั้น มีรายชื่อ “ตนใหญ่คนโต” จนทำให้การ”ไต่ส่วน” ของ ป.ป.ช. กลายเป็น”หอยทาก”….แต่กับคดี “ซื้อรถซ่อมถนน” ของ อบจ.สงขลา ที่มี “นิพนธ์ บุญญามณี  อดีต นายก อบจ.สงขลา เป็น”จำเลย” ทั้งที่มี “หลักฐาน” ว่า สาเหตุที่ “นิพนธ์” ไม่จ่ายเงินให้ บริษัทผู้”ประมูล” ได้ เป็นเพราะ มีการ”ฮั้วงาน” เกิดขึ้น การ”ไม่จ่าย” จึงเป็นการ รักษาผลประโยชน์ให้กับแผ่นดิน  ป.ป.ช. ยังเดินหน้าฟ้อง เมื่อ”อัยการสูงสุด” สั่ง”ไม่ฟ้อง” เพราะสำนวน”บกพร่อง” ป.ป.ช. ก็ใช้สิทธิ์ ในการฟ้องเอง แต่กับเรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์” กลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ ความเสียหายมากถึง 1,400 ล้านบาท ประเด็นนี้ ป.ป.ช. ต้องชี้แจง….

@ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ประถมศึกษาใน ต.ตาเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ไม่มีน้ำใช้ มาเป็นเวลา 3 ปี โดยไม่มีการ”แก้ไข” หลังมีการ”ร้องเรียน” และ”เป็นข่าว”  ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ต้องลงพื้นที่ไปดูด้วยตนเอง และ “สั่งการ” ให้ อบต. ปรับปรุงระบบน้ำประปา ให้มีความเพียงพอ และทั่วถึง ถ้าทุกเรื่องต้องให้”พ่อเมือง” เป็นผู้แก้ปัญหา แล้วจะมี”นายอำเภอ” นายก อบต. ไว้ทำอะไร เปลืองเงินเดือน เปลืองภาษี ประชาชนเปล่าๆ…. และอีกเรื่องที่ จ.ตรัง ท่าเทียบเรือบ้านพร้าว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่การก่อสร้าง ไม่ถูกต้อง แจ้งจาก  ราม วสุธรภิญโญ  ผอ.ป.ป.ช.ตรังว่า  ได้มีการลงพื้นที่พร้อมด้วย สุชาติ กรวยกิตานนท์  ผู้ช่วย เลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 9  ทำการตรวจสอบ และสั่งให้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว….เช่นเดียวกับการก่อสร้าง ปรับปรุงทางขึ้นชม”พะยูน” ในพื้นที่ เขาโต๊ะเตะ หมู่ 4 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ก็ตรวจพบมีการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตาม”แบบแปลน”จึงได้สั่งให้มีการ”ปรับปรุง” แก้ไข แล้วเช่นกัน  นี่บ้านเมืองของเรา ต้องอาศัย ป.ป.ช. เป็นผู้”ตรวจการณ์” งานก่อสร้างของ”ราชการ” ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และคนที่มี”ตำแหน่ง” มีความรับผิดชอบ โครงการ ต่างๆ ไม่มีใครทำหน้าที่แล้วหรือ เห็นทีต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าท่าน”บริหาร” ประเทศนี้อย่างไร จึงได้นำพา”ประเทศไทย” มาถึง จุดนี้ได้…..

@ส่วนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ทุกแห่งต้อง”พิจารณา” คือเรื่องที่”นายอำเภอ” แต่ละอำเภอ อนุญาต ให้”นายทุน” มีการ”จัดงานสวนสนุก” ในชื่อต่างๆ เช่น” ของดีเมืองจะนะ” งาน”กิ่งกาชาดอำเภอนาทวี” งาน”วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” และ อีกมากมากในชื่อต่างๆกัน โดย อนุญาตให้มีการ”พนัน”  ใน”รูปแบบ” ต่างๆ  ซึ่งแม้จะให้ “อนุญาต”ได้ แต่ก็เป็น”การพนัน” ที่ต้อง”ควบคุม” ดูแล เหมือนอย่าง”กระท่อม” และ”กัญชา” แม้จะ”ปลด” จาก บัญชี”ยาเสพติด” ก็ยังเป็น”ยาเสพติด” เหมือนเดิม…การ พนันมากมาย ในงาน”สวนสนุก” แม้จะขอ”อนุญาต”ได้ แต่ก็ยังเป็นการพนัน ที่สำคัญ เมื่อห้าม”เยาวชน” นักเรียน “หญิง-ชาย” อย่าให้ เล่นการพนันไม่ได้ ก็ไม่ควร”อนุญาตให้มี เรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยต้อง”ใส่ใจ” เพราะ”การพนัน”คือ”อบายมุข” และเป็น”ต้นเหตุ”ของ”อาชญากรรม”….นี่ก็มี ประชาชน ร้องเรียนมา ว่าแถว “ชุมชุมเคหะ” อ.เมือง จ.สงขลา มีบ่อนการพนันใหญ่ชื่อ”บ่อนเจ้พร” เปิดเล่นเป็น”บ่อนประจำถิ่น” มีคน”เข้า-ออก” เป็น ว่าเล่น ถ้าปล่อยไว้ อาจจะเป็นแหล่งเพาะ”อาชญากรรม” ตามมา อย่างไรก็ฝากให้  พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์ ผกก.สภ.เมือง สงขลา ช่วย”จัดการ” ด้วย  อย่าให้ต้องมีการ”ร้องเรียน” ไปยัง พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา เพราะเรื่องเล็กนิดเดียว…

@ตำรวจถูกตำรวจโกง นั่นคือการโกงเงินสหกรณ์ตำรวจ ที่ จ.พัทลุง  ที่กลุ่มผู้”บริหาร”มีการโกงเงิน สหกรณ์ตำรวจไปถึง 1,500 ล้านบาท เรื่องนี้”คาราคาซัง” มาหลายปี เป็น”เผือกร้อน” ที่ไม่มีใครกล้า”จัดการ” แต่ทำได้”สำเร็จ” ใน ยุคที่”บิ๊กโจ๊ก”  พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาลเป็น ผช. ผบ.ตร. ที่เข้ามา”สะสาง” จนจับ”คนโกง” ได้จำนวนหนึ่ง และที่ออก”หมายจับ” แล้วยังต้อง”ตามจับ” อีกจำนวนหนึ่ง วันนี้อยู่ในขั้นตอนการ”ไล่ทรัพย์” ของ”คนโกง” เพื่อยึดกับมาคืนให้”สหกรณ์” ถึงจะได้ไม่ครบ  ก็ดีกว่า สูญเสียทั้งหมด ตำรวจ ภ.จว.พัทลุง ที่เป็น”เหยื่อ” ในการถูกโกง ฝาก ขอบคุณ”โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” มา ณ ที่นี้ด้วย….

@ซ่อมทั้งปี ขุดกันทั้งปี คือถนนสาย หาดใหญ่-พัทลุง และ พัทลุง-ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งที่ ถนนยังมี”สภาพดี” แต่เพราะ”นักการเมือง” ต้องการ”เงินทอน” จาก งบประมาณ และ”นายทุน” ผู้รับเหมา รายใหญ่ ต้องการ”ได้งาน “จึงกลายเป็นเรื่องของ”คอหอย”กับ”ลูกกระเดือก” ในการ คิดทำโครงการ ดังนั้น ถนนสายนี้ จึงมีการ”ขุด”การ”สร้าง”และ”การซ่อม” ที่ไม่เคยแล้วเสร็จ ยิ่งใกล้เลือกตั้งเข้ามา”งบประมาณ” ในการ”สร้าง ซ่อม ถนน จึง”หลั่งไหล” ความจริง ถนนใน”ชนบท” อีกมากมาย ที่ควรทำ เพื่อให้ ประชาชน ได้รับความ”สะดวก” ในการ”สัญจร” และในการนำ”ผลผลิต” ทางการเกษตร ออกสู่ “ตลาด”แต่ไม่ได้ทำ ส่วน”ทางหลวงแผ่นดิน” ที่ยังดีๆอยู่ ไม่ต้อง”ขุด”ไม่ต้อง”ซ่อม”ก็ได้ ก็ฝากให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม พิจารณา ว่าอะไรที่”จำเป็น” ที่”ควรทำ” เพราะประโยชน์ของประชาชน  ..และที่ขอตั้งเป็น”ข้อสังเกต” สำหรับ “แขวงการทาง” ในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา คือ การยกเลิก”เกาะกลางถนน” ที่เคยใช้”ปลูกต้นไม้” หรือ”ดอกไม้” มาเป็นการ”ขุดคูขนาดใหญ่” แทน เพื่อที่จะได้ใช้”งบประมาณ” เมื่อ”ขุดคูเสร็จ” ก็กลัวเกิด”อันตราย”จากรถที่อาจจะตกไปในคูน้ำ จึงตั้งงบในการสร้าง”ราวกั้น” และใน “อนาคต” อาจจะได้เห็น”แขวงการทาง” ทำ”หลังคา” ครอบถนนและ”คูน้ำ”เป็นการ”ป้องกัน” น้ำไหลลงคูที่ เพื่อป้องกัน”น้ำท่วม” ถนน  วันนี้ คูกลางถนน” ที่มาแทน”เกาะกลางถนน” จึงเป็น”อันตราย” กับการใช้รถ ใช้ถนน มากกว่าเดิม ทั้งหมด ทั้งปวง เป็นการ “ออกแบบ”เพื่อการใช้”งบประมาณ” ไม่ได้”ออกแบบ”มาเพื่อป้องกัน”อันตราย” ของผู้ใช้รถใช้ถนน แต่อย่างใด….

@เปลี่ยนบรรยากาศมาดูเรื่อง”การเมือง” ที่อย่างไรเสียหากไม่มีการ”ปฏิวัติ” หรือ”รัฐประหาร” เกิดขึ้น เดือน มีนาคม 2566  ต้องมีการ”เลือกตั้ง” ดังนั้น พรรคการเมือง และ นักการเมือง จึงมีการ “ลงพื้นที่” มีการทำ”กิจกรรม” เพื่อการ”ซื้อเสียง”ล่วงหน้ากันแล้ว  โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สงขลา ที่วันนี้ตัวผู้สมัครจาก 3 พรรคใหญ่”ชัดเจน” แล้ว สส.คน”ปัจจุบัน”ของเขตนี้คือ “พยม พรหมเพชร” ผู้มีฉายา” สส.ร้อยศพ” เพราะ ไปร่วมทุกงานที่มีการตายเกิดขึ้น ส่วนผู้ที่”หมายมั่น” ที่จะ”ล้ม”  “อาจารย์ยม” ให้ได้ในสมัยหน้าคือ “เถ้าแก่ถึก” หรือ “ สมยศ พลายด้วง”  ซึ่งส่งโดยพรรค”สีฟ้า” ประชาธิปัตย์ ที่ลงพื้นที่ เช่าโรงแรม ทำกิจกรรม”การเมือง” ตั้งแต่”ไก่ยังไม่โห่” หมดเงินไปแล้วน่าจะ”หลายกระสอบ” แต่ เส้นทางการเดินเข้า “สภาหินอ่อน”ของ”เถ้าแก่ถึก” อาจจะไม่ราบรื่นแล้ว เมื่อ ไพร พัฒโน อดีต สส.พรรค ประชาธิปัตย์ ในเขตเลือกตั้งแห่งนี้ เขียน”ใบลา” ออกจากเป็น “รองหัวหน้าพรรค” ของ “ผู้กองธรรมนัส” และหันมา”ใส่เสื้อ”ของพรรค”ภูมิใจไทย” ที่วันนี้ “นาที รัชกิจประการ” ผู้รับผิดชอบพื้นที่”ภาคใต้”ของ”ภูมิใจไทย” หนุนอย่างเต็มถัง เพื่อ”ปักธง” ในพื้นที่ “สงขลา”ให้ได้อย่างน้อย 3 เขต  และ เขต 3 คือ”เป้าหมายของการ”ปักธง” และที่สำคัญ”ไพร พัฒโน” มาลงในเขตนี้”มีลุ้น” แน่นอน ส่วน”เถ้าแก่ถึง” และ”อาจารย์ยม” นั้น “มีเสียว” แน่ๆ….

@เรื่องการ”โยกย้าย”ในกระทรวง”คลองหลอด” ซึ่งเป็นเรื่องของ”นักปกครอง” ที่”ล๊อตแรก” ออกมาแล้ว และ “สิงห์ดำ” ต่าง”พาเหรด”สู่ตำแหน่งสำคัญๆ ของ กระทรวง  จะเป็น”สิงห์ดำ,สิงห์แดง, สิงห์ทอง” หรือ สิงห์อะไรก็ไม่สำคัญ ถ้าเข้ามาเพื่อสร้าง”ประโยชน์” ให้กับ ประชาชน และ”ประเทศชาติ” ด้วยการเป็น”สิงห์” ที่”ไม่เห่า”และไม่”เลียแข้งเลียขา” นักการเมือง  เพื่อความก้าวหน้าใน”ตำแหน่ง” และผลประโยชน์ส่วนตน เพราะวันนี้  นักปกครอง”น้ำดี” อย่างไนอดีต”หายาก” ยิ่งกว่า”งมเข็ม” ใน”มหาสมุทร” ส่วนใหญ่ ก้าวหน้า เพราะ”อิงแอบ” และ”รับใช้” นักการเมือง”กับ”ทุนนิยม” เกือบทั้งนั้น…สำหรับ ภาคใต้ มีการโยกย้าย”สับเปลี่ยน” ผู้ว่า”ฝั่งอันดามัน” เอกรัฐ หลีเส็น ผวจ. สตูลไปเป็น ผวจ. พังงา ส่วน จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ. พังงา มาเป็น ผวจ. สตูล เป็นการ “โยกย้าย” ในระนาบเดียวกัน….ในส่วนของ จ.ปัตตานี,ยะลา ซึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด เกษียณอายุ ยังไม่มีการ แต่งตั้ง  ข่าวว่า เป็น”ตำแหน่ง” ที่ให้ รอง ผวจ.ได้”มีลุ้น” ในการได้ขยับขึ้นเป็น”ผู้ว่า” ที่ผ่านมา ทั้ง 2 จังหวัด ได้”พ่อเมือง” ที่มีอายุราชการ “ปีเดียว” เป็นการ”โยกย้าย” มาเพื่อรอ”เกษียณ” และมีการ”คัดค้าน” จาก”ประชาชน” ในการไม่เอา”พ่อเมือง” ปีเดียว แต่การ”คัดค้าน” ไม่เคยสำเร็จ ก็ได้แต่หวังว่า ในการ”แต่งตั้ง” ครั้งนี้ จ.ปัตตานี และ ยะลา จะได้ “พ่อเมือง” ที่ไม่ใช่มาเพื่อรอ”เกษียณ” เพราะ ทั้ง 2  จังหวัด เป็นพื้นที่  มีปัญหา ทั้งเรื่อง”ความมั่นคง” และเรื่อง”ความยากจน” ดังนั้น”มหาดไทย” ต้องคัดเลือก ผู้ที่จะมาเป็น”พ่อเมือง” ที่เป็นคนดี มีความรู้ เพื่อมา แก้ปัญหา ไม่ใช่มาเพื่อรอ”เกษียณ”….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ

————————————————————- 

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

รักษาดินแดนยิ่งชีพ.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชาบแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานอันเชิญเครื่องหมาย”รักษาดินแดนยิ่งชีพ”แก่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ ประจำ ศอ.บต.ที่ประกอบคุณประโยชน์ต่อกิจการกองทัพอาสารักษาดินแดน ณ ห้องประชุม ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

เปิดงานศูนย์ศึกษา.   พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ  ครั้งที่ 23 ประจำปี 2565 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมี สมศักดิ์ เพิ่มเกษร รองเลขาธิการ ฯ สำนักงาน(กปร.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.และ สนั่น พงษ์อักษร ผวจ.สงขลา ให้การต้อนรับ 

ติดตามการขับเคลื่อน.   ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ติดตามการขับเคลื่อน โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา แห่งใหม่ เพื่อการเชื่อมต่อกับด่านบูกิตกายูฮีตำของประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมนำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุม กพต.ในวันที่ 19 ก.ย.ที่ จ.นราธิวาส 

เปิดสำนักงานที่ดิน.   นิพนธ์ บุญญามณี รมช. มหาดไทย เป็นประธานเปิดสำนักงานที่ดิน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา โดยมี นิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน และ เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมในพิธี ณ ถนนลพบุรีราเมศวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้บริการประชาชนใน 3 อำเภอ คือ อ.บางกล่ำ,นาหม่อม และ คลองหอยโข่ง 

ปชป.พร้อมบริหารประเทศ.   นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ รมช.มหาดไทย ร่วมเวทีระดมความคิดเห็นกับแกนนำและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อสม. และกลุ่มสตรี ในพื้นที่เขตการเลือกตั้งที่ 3  สงขลา  พร้อมชูนโยบาย ปชป.พร้อมในการบริหารประเทศ ณ ก้องประชุมร.ร.เจบี หรรษา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 

สดุดีทหารกล้า.   พ.อ.จิรศักดิ์ คงทน รอง ผบ.ฉก.ปัตตานี เป็นผู้แทน ผบ.ฉก.ปัตตานี ร่วมพิธีรดน้ำศพ และวางหรีดเคารพศพ อส.ทพ.วรวิทย์ ทิพย์รักษ์ ที่เสียชีวิต จากการถูกคนร้ายซุ่มโจมตี ณ ฐานปฏิบัติการ 4914. อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับตัวแทนของครัวครัว ก่อนส่งไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดทุ่งเตง ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 

มอบเงินช่วยเหลือ.   พล.อ.ฉลิมพล ศรีสวัสดิ์  ผบ.สส. มอบหมายให้ พ.อ.โยธิน รัตตเสรี ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4  หน่วยบัญชาการทการพัฒนา มอบเงินช่วยเหลือ อส.ทพ.มะซูร เจ๊ะแล๊ะ ที่ได้รีบบาดเจ็บจากการถูกคนร้ายซุ่มโจมตี ได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส 

แก้ปัญหาขาดน้ำ.   ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านตั้เสะ  ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ ซึ่งมีปัญหา น้ำประปาไม่ไหลมาแล้ว 3 ปี สร้างความเดือดร้อนให้ นักเรียน ครู บุคลากร ทางการศึกษา โดยมี มนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอหาดสำราญ ชุลีกร ทองด้วง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น 

คุกคามสื่อ.   ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคใต้ตอนล่าง/นายกสมาคมนัดหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย นำ ทรงวุฒิ นาคพล เข้าพบ ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณี สท.เทศบาลนครตรัง ข่มขู่ คุกคาม ทรงวุฒิ นาคพล ผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ ประจำจังหวัดตรัง ที่ห้องประชุม จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง 

พุทธาภิเศก.    เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์  (เถ้าแก่หลี)คหบดี อ.สิงหนคร จ.สงขลาเจ้าของกิจการโรงโม่หิน  เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเศก พระพุทธเมตตาบารมีเปิดโลก ณ วัดธรรมโฆษณ์ ต.สทิ้งหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อให้ประชาชนได้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป 

เยี่ยมชม.   ไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาพร้อมด้วย  ฐิตารีย์  เชื้อพราหมณ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสาธารณสุข ร่วมลงพื้นที่กับคณะ สปสช. เยี่ยมชมศูนย์ซ่อมสร้างสุขชุมชน ณ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่, ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุและศูนย์ผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบถอดซักได้ (น้องอ้อมปันสุข) เพื่อติดตามการพัฒนาการเข้าถึง บริการระบบหลักประกันสุขภาพครบวงจร ผ่านกลไกกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ระดับจังหวัด 

ประชุมหารือ.   โยธิน ทองเนื้อแข็ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอกระแสสินธุ์ ร่วมประชุมหารือเตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบวิหารสมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ นำทีมโดยท่านพระครูวิจิตรสาธุรส เจ้าอาวาสวัดเกาะใหญ่ เอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอกระแสสินธุ์ สุเทพ ศรีใส กำนันตำบลเกาะใหญ่ อาทิตย์ แก้วบริสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะใหญ่ และสมาชิกครอบครัวกาแฟยามเช้า อำเภอกระแสสินธุ์ ร่วมด้วย ณ วัดเกาะใหญ่ ม.7 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 

เงินเยียวยา.   อาซิ อะแซ กำนันตำบลหน้าถ้ำ นำสมาชิกชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ลงพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เข้ามอบเงินเยียวยา จำนวน 30,000 บาท ให้กับครอบครัวของ นายดอเลาะ เซะบิง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) หมู่ที่ 6 ตำบลลำใหม่ กับการจากไปด้วยโรคประจำตัว 

คนรุ่นใหม่.   ผศ.ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เยาวรุ่นยุคใหม่ หัวใจไร้ควัน” ประจำปี 2565 โดยมี แกนนำนักศึกษาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จำนวน 30 คน เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าและบทลงโทษทางกฎหมาย และเสริมทักษะในการสร้างสื่อออนไลน์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าบนแฟลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมชั้น 2 กองพัฒนานักศึกษา อาคารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 

ช่วยสังคม.   ว่าที่ ร.ต.ฟรุกอง ดอเลาะ นำทีมงาน SAHAI CLUB  อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพในพื้นทีจำนวนหนึ่ง รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จากการได้จัดฟุตบอล สหายคัพ ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา เพื่อมอบให้กับเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ และ ผู้ป่วยติดเตียงซึ่งในครั้งนี้ได้จัดชุดถุงยังชีพ จำนวน 50 ชุด มอบในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 

รักษ์สิ่งแวดล้อม.    เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สส.เขต 5 สุภาภรณ์ กำเนิดผล สส.เขต  6  จ.สงขลาเป็นประธานเปิดกิจกรรม “รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์คลองอู่ตะภา รักษ์คลองคลองแงะ ฝายมีชีวิต 935 เพื่อรณรงค์ ให้ประชนชน มีส่วนร่วมในการ รักษาสิ่งแวดล้อมในคลองอู่ตะเภา ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของ จ.สงขลา 

ต้อนรับ.   พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ. 9 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา และข้าราชการตำรวจ  จ.ยะลา ให้การต้อนรับ  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. และคณะ ที่เดินทางมามอบสิ่งของให้หน่วยงานต่างๆ และเข้ากราบนมัสการพระสิริปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา พระอารามหลวง 

ห่วงใย.   วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่  ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมเจ้าของปั้มน้ำมัน-ร้านสะดวกซื้อ ที่ถูกวางระเบิด-วางเพลิง ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี