@เรื่องของ “น้ำมันเถื่อน” ใน จ.สงขลา ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา และตำรวจปราบปรามน้ำมันเถื่อน (ปนม.) ทำการยึดรถบรรทุกน้ำมันเป็นรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 6 คัน ในพื้นที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ซึ่งจากการตรวจสอบ “สวมทะเบียนปลอม” ทั้งหมด และเป็น “ป้ายเหลือง” คือ รถบรรทุกรับจ้าง จาก จ.สระบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นรถบรรทุก “น้ำมันเถื่อน” ที่ทำกันเป็น “ขบวนการ” โดยเตรียมที่จะ “ขนน้ำมันเถื่อน” จาก อ.ควนเนียง ที่มี “คอกน้ำมันเถื่อน” ห่างจาก “ป้อมยาม” จุดตรวจ “แพรกสุวรรณ” เพียง 200 เมตร….การ “สั่งการ” ให้ เจ้าหน้าที่ “ปราบปราม” และ “จับกุม” ขบวนการ “น้ำมันเถื่อน” ในจังหวัดสงขลา เป็นการ “สั่งการ” จาก พล.ต.ท.นันเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ที่ทำให้ตำรวจต้องทำแบบ “ไม่ยินยอม” โดยก่อนหน้าที่จะมีการยึดรถบรรทุกน้ำมันที่ใช้ “ทะเบียนปลอม” ในครั้งนี้ สภ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ทำการยึดรถกระบะ “บรรทุกน้ำมันเถื่อน” เพื่อ “โชว์” ผู้ “สื่อข่าว” ได้ 1 คัน จากจำนวน 200 คัน ที่ วิ่ง “เข้า-ออก” ระหว่างฝั่งไทย-กับฝั่งมาเลเซีย ผ่าน “จุดตรวจ” พรมแดน “ศุลกากร” ด้วยการ “ดัดแปลง” รถ “กระบะบรรทุก” เป็น “ตู้ทึบ” และใน “ตู้ทึบ” มีถังบรรจุน้ำมัน 1,000-2,000 ลิตรอยู่ข้างใน ….

@คำถามแรกคือรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนมีเป็น “ร้อยๆ” คัน แต่ตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ จับได้ 1 คัน และ “ปิดจ๊อบ” ไม่มีการดำเนินการต่อ หมายความว่าอะไร หรือจับเพื่อให้ “นาย” เห็นว่า ได้ทำตาม “คำสั่ง” แล้ว คำถามที่ 2 ที่ต้องถามไปยังศุลกากรปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา คือ รถบรรทุก “ตู้ทึบ” ที่ใช้ในการขนน้ำมันเถื่อน จากฝั่ง “มาเลเซีย” ผ่าน “เข้า-ออก” ด่าน “ศุลกากร” อย่างไร จึงไม่มีมีการ “ตรวจสอบ” และ “จับกุม” เรื่องนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ “ศุลกากร” ที่ประจำ “จุดตรวจ” เป็นผู้ต้องสงสัยและเป็น “จำเลยสังคม” แล้ว ยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผอ.ศุลกากรภูมิภาคที่ 4 ต้องตอบให้สังคมทราบด้วย….และด้วยความ “เคารพ” เรื่องการ “ตรวจยึด” รถบรรทุกที่ “สวมทะเบียนปลอม” ที่ สภ.ควนเนียง จ.สงขลา จำนวน 6 คัน แม้ว่าในแท็งก์บรรทุก ยังไม่ได้บรรจุ “น้ำมันเถื่อน” แต่ “พฤติกรรมอำพราง” บอกชัดเจนว่า ใช้เพื่อ “บรรทุกน้ำมันเถื่อน” และในพื้นที่ใกล้กับจุดที่ “จับกุม” มี “คอกน้ำมันเถื่อน” อยู่ใกล้ “จุดตรวจ” ของ สภ.ควนเนียง เรื่องนี้ขอให้มีการ “ขยายผล” เพื่อการ “เอาผิด” กับ ตำรวจประจำ “ป้อมยามจุดตรวจ” เพราะจะ “ปฏิเสธ” ว่า “ไม่รู้ไม่เห็น” ฟังไม่ขึ้น และต้องตรวจสอบ สภ.ควนเนียง ที่ “ปล่อยปละ” ให้ในพื้นที่มี “คอกน้ำมันเถื่อน” เกิดขึ้น….

@ที่สำคัญต้องให้ “พนักงานสอบสวน” ขยายผลถึง “นายทุน” เจ้าของรถบรรทุกน้ำมันที่ “สวมทะเบียนปลอม” ของ “สระบุรี” ว่าใครเป็น “เจ้าของ” และใครเป็น “ผู้จัดการ” ใน จ.สงขลา ซึ่งก่อนหน้านี้ รถบรรทุกน้ำมัน “ทะเบียนสระบุรี” ก็เคยถูก “ศุลกากร” ภูมิภาคที่ 5 จับกุมได้ 1 พร้อมน้ำมันดีเซลเถื่อน 18,000 ลิตร ที่ “สี่แยกสวนผัก” อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ต้องสอบสวนว่า เป็นของ “นายทุน” คนเดียวกันใช่หรือไม่…และเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่ “สรรพสามิต” สงขลา ก็จับกุม รถบรรทุก “น้ำมันเถื่อน” จำนวน 14,000 ลิตร ที่ “สี่แยกรับแพรก” อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเชื่อว่าเป็นของ “นายทุน” คนเดียวกัน….ถ้ายังไม่ทราบว่าเป็นของใคร ก็ขอ “ขยายผล” ต่อ เพื่อให้เห็น “จิ๊กซอว์” ที่ชัดเจนว่า “นายทุน” ที่เข้ามาทำ “ธุรกิจ” น้ำมันเถื่อนเป็นใคร เพราะรู้กันมาในวงการ “น้ำมันเถื่อน” ของ จ.สงขลา มาหลายเดือนแล้วว่ามี “เสี่ยใหญ่” จาก จ.สระบุรี ที่ชื่อว่า เสี่ย “ย.ยักษ์” ที่มี “ฐาน” การทำ “ธุรกิจ” น้ำมันเชื้อเพลิง ที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เข้ามาทำธุรกิจน้ำมันเถื่อน อยู่ใน จ.สงขลา โดยมีการตั้ง “คอกน้ำมันเถื่อน” ในหลายพื้นที่ เช่นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร และ ในพื้นที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา โดยมีรถบรรทุก “หัวลาก” ที่วิ่งบรรทุกสินค้า ระหว่างประเทศ นำ “น้ำมันเถื่อน” มาขายให้ และมีรถกระบะบรรทุกที่อยู่ใน “คอลโทรล” อีก 70 คัน เป็นผู้ “ป้อนน้ำมันเถื่อน”  ให้กับ “เสี่ย ย.ยักษ์” มีการรวมน้ำมันไว้ใน “คอก” ก่อนที่จะใช้รถบรรทุกที่ติดแผนป้าย “ทะเบียนปลอม” ขนน้ำมันจาก จ.สงขลา ครั้งละ 6-7 คันรถ เพื่อไปยัง “จ.สระบุรี” นี่คือ “ข้อมูล” ของขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายนี้

@ถามว่า ทำไม่ต้องมีการ “ปลอมทะเบียน” ให้รถทั้ง 6 คัน มี “ทะเบียน” ที่เหมือนกัน 3 คัน ผลคือต้องการ “จ่ายส่วย” ให้น้อยลง เพื่อ “ตบตา” เจ้าหน้าที่ในการผ่าน “จุดตรวจ” และสาเหตุที่ถูก “เจ้าหน้าที่ตลบหลัง” เข้าทำการจับกุม อาจเพราะมีการ “เหยียบตีน” ของการ “จ่ายส่วย” ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง….และถามกัน “สั้นๆ” ว่า ถ้าไม่มี “ไฟเขียว” จาก “ส่วนกลาง” เพื่อเปิดทาง “สะดวก” ทำได้ไหม ทำไม่ได้แน่นอน เพราะจาก จ.สงขลา กว่าจะถึง จ.สระบุรี ต้องผ่าน “โรงพัก” กี่แห่ง และในแต่ละพื้นที่นอกจาก “ตำรวจ” แล้ว ยังมี สรรพสามิต, ศุลกากร และ ตำรวจ “ปนม.” ที่ “หูตา” ไม่ธรรมดา เรื่องนี้ นอกจาก พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ต้อง “เอาจริง” และไม่กลัวการ “ลูบหน้าปะจมูก” แล้ว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ “บิ๊กเด่น” ผบ.ตร. คนใหม่ ต้องแสดงฝีมือ “ล้างบาง” กลุ่ม “นายทุน” ผู้เป็น “อาชญากรทางเศรษฐกิจ” ด้วย และไม่ใช่เฉพาะรายนี้ เพราะยังมีอีกหลายรายในภาคใต้ โดยเฉพาะอีก “บริษัท” ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า “ส.เสือ” ที่อยู่ใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ เป็นผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และมี “เพาเวอร์” ที่ “รับจ้าง” ส่งน้ำมันเถื่อนทั่วประเทศ รวมทั้ง “ข้ามประเทศ” ไป ลาว, เมียนมา, กัมพูชา อีกต่างหาก ใหญ่ไม่ใหญ่ ก็ถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ ผบ.ตร.ฝ่าย “สืบสวน” ก็จะรู้…..

@เรื่องการ “ระบาด” ของ “ยาเสพติด” กลายเป็นปัญหา “บานปลาย” ที่ “อันตราย” มากขึ้นๆ ทุกวัน ขนาด ผู้นำท้องที่ นำชาวบ้าน “ชุมนุม” ที่หน้า “ศาลากลางจังหวัดกระบี่” เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ก็แสดงว่าผู้นำ “ท้องที่” และ “ประชาชน” สุดทนแบบสุดๆ แล้ว จึงต้องออกมา “ชุมนุมเรียกร้อง” นี่คืองานแรกของ พล.ต.ท.สุรพงค์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 คนใหม่ ที่ต้องกล้า “สะสาง” กับเรื่องที่เกิดขึ้น ….วันนี้พื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้หันไปทางไหน ก็มีแต่เรื่องของ “ยาเสพติด” หันไปทาง “ซ้าย” เจอ “กัญชา” หันไปทาง “ขวา” เจอ “น้ำกระท่อม” ส่วนรอบๆ ตัวเจอ “ยาบ้า” ที่ราคา “ลดฮวบฮาบ” ขายกันเม็ดละ 30 บาท หรือ 4 เม็ด 100 ส่วนทางกับสินค้าอื่นๆ ที่มีแต่แพงขึ้นๆ…ถ้าปัญหานี้คนที่เป็น “นายกรัฐมนตรี” คนที่เป็น ผบ.ตร. คนที่เป็น ผบ.ทบ. คนที่เป็น “เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ยังมองไม่ออก และไม่เห็นเป็นเรื่อง “สำคัญ” ที่กำลังพา “ประเทศ” ไปสู่ความ “หายนะ” ก็คือว่าเป็น “เวรกรรม” ของ “ประชาชน” ที่ได้ “ผู้นำ” อย่างนี้มา “ปกครอง” ประเทศ…..ส่วนในพื้นที่ “ปลายด้ามขวาน” จังหวัดชายแดนภาคใต้ “แม่ทัพ” ไม่ต่ำกว่า 3 แม่ทัพ หลังการเข้ารับตำแหน่ง มีการ “ประกาศ” นโยบายในการดับ “ไฟใต้” และที่เป็น “นโยบาย” ข้อแรก ในการแถลงข่าวคือ “แก้ปัญหายาเสพติด” ที่ก็กลายเป็น “นโยบาย” แค่ “ลมปาก” ที่ไม่มีผลทาง “ปฏิบัติ” นอกจาก “เหม็นขี้ฟัน” เพราะไม่มี “แม่ทัพ” คนไหนทำได้ “สำเร็จ” หรือให้เห็นว่า “ยาเสพติด” ในพื้นที่ “ลดน้อยลง…” เมื่อ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ขยับขึ้นไปเป็น ผช.ผบ.ทบ. และ พล.ต.ศานติ สกุลตนาค “รองต้น” ได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ถ้าจะแถลงนโยบายเรื่อง “ปรามปรามยาเสพติด” ก็คิดให้รอบคอบว่าทำได้จริง ไม่งั้นอายประชาชนอีกนะ…และอย่าว่าแต่เรื่องของ “ยาเสพติด” ที่มี “ขบวนการ” ในการค้าในการขนที่ “ซับซ้อน” แม้แต่เรื่องการ “ตัดไม้ทำลายป่า” ที่เป็นเรื่องไม่ “ซับซ้อน” โค่นต้นไม้แต่ละครั้ง เสียง “เครื่องเลื่อยยนต์” สนั่นป่า และ “ไม้แต่ละต้นต้องใช้รถยนต์บรรทุกออกมาจากป่า” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังป้องกันไม่ได้ กำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 50,000 นาย เดินกันจน “ไข่เวียนหัว” แต่ “มอดไม้” ยัง “ลอยนวล” หรือเป็นอย่างที่เขา “นินทา” กันว่า กำลังเจ้าหน้าที่มีแต่ “บัญชีรายชื่อเพื่อเบิกเงิน” แต่ “ตัวตน” ไม่มี ก็ “บัญชีผี” นั่นแหละ เรื่องนี้เป็นเรื่อง “วิกฤติศรัทธา” ของคนในพื้นที่ ที่มีต่อ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ “ว่าที่แม่ทัพคนใหม่” ต้องเร่ง “สะสาง”….

@นี่ก็เหมือนกัน จะเอาอย่างไร กับ “ฝ่ายปกครอง” ที่ปล่อยให้ ผู้ขออนุญาตเปิด “ร้านอาหาร” แต่เอาจริง เป็น “ผับ” เป็น “บาร์” มีทั้ง นักเต้น ดนตรี สุรา เมรัย เด็กออฟ และที่สำคัญ เปิดเกินเวลาที่ “กฎหมายกำหนด” ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดก็ “ไม่หือไม่อือ” กับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือ “บ้านเมือง” ของเราวันนี้ “กฎหมาย” ใช้สำหรับการ “ตะแบง” แบบ “ศรีธนญชัย” เหมือนใน กรณี “ตีความ” การเป็น “นายกรัฐมนตรี 8 ปี” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้ “บังคับ” กับการ “ปกครอง” บ้านเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายได้…เช่นเดียวกับที่ “นายอำเภอ” แต่ละ “อำเภอ” ออก “ใบอนุญาต” ให้การจัดงาน “สวนสนุก” การจัดงาน “สินค้าโอทอป” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ “บังหน้า” แต่จัดให้มีการ “เล่นการพนัน” ที่เป็นรายได้หลักของผู้จัด โดยการ “อนุญาต” จาก “นายอำเภอ” ที่มีค่า “ใบอนุญาต” เป็น “ซองขาวโตๆ” ที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จัดบ่อยมากๆ ฝากให้ เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ. ตรวจสอบด้วย ว่า “ส่วย” งาน “สวนสนุก” ส่งให้ใครบ้าง….

@เรื่องความ “ยับเยิน” เพราะความ “แตกแยก” ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.ตรัง “ยังไม่จบ” ล่าสุด สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.เขต 4 ร้องกรรมการบริหารพรรคว่าการ “ทำโพล” ไม่ “โปร่งใส” ในหลายประเด็น ขอให้มีการตรวจสอบ เนื่องจาก “ผลของโพล” ที่ออกมา “สมบูรณ์” พ่ายแพ้ผู้สมัครที่เป็น “สมาชิกสภาจังหวัด” ที่มีผู้ “สนับสนุน” มากกว่า คนที่ “อึดอัด” และ “น้ำท่วมปาก” น่าจะเป็น “ชวน หลีกภัย” ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ เพราะ “สมบูรณ์” คือ “คนสนิท” แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยึด “หลักการ” ของการ “คัดเลือก” ที่มาจากการทำโพล….คนในเขตเลือกตั้งที่ 3 สงขลา ชักสงสัยว่า เกิดปัญหาทาง “เทคนิค” กับ “ถึก ป้ายใหญ่” หรือ สมนึก พลายด้วง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา ของพรรคประชาธิปัตย์ หรืออย่างไร เพราะมีการสังเกตว่า “ถึก ป้ายใหญ่” ส่ง “ศรีภรรยา” ลงหาเสียงในพื้นที่แทน เหมือนกับส่ง “สัญญาณ” ว่าจะมีการ “เปลี่ยนตัว” ของว่าที่ผู้สมัคร….ส่วน ไพร พัฒโน ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 ของ พรรคภูมิใจไทย ที่ “กูรู” ทาง “การเมือง” เชื่อว่าจะเป็น “ตัวเลือกใหม่” ของคนในเขต 3 ใช้ “คอนเนกชั่น” ส่วนตัว ที่ตนเองเคยเป็น ส.ส.ในเขตนี้ รวมทั้ง ไสว พัฒโน อดีต ส.ส. และ อดีต รมต.ช่วย “มหาดไทย” ผู้เป็น “คุณพ่อ” ของ ไพร พัฒโน ก็เป็น ส.ส.เขตนี้มาก่อนในการลงพื้นที่พบปะประชาชน ดังนั้นการ “เลือกตั้ง” ในเขตนี้ พยม พรหมเพชร ฉายา ส.ส.พันศพ และ สมยศ พลายด้วย ที่ชาวบ้านตั้งฉายาว่า “ถึก ป้ายใหญ่” ต้องทำ “การบ้าน” ให้ดี เพราะ “ไพร” ถ้าจะเป็นรอง ก็คงเป็นเรื่อง “กระสุน” เท่านั้น ส่วน “ยุทธศาสตร์” ในการ “หาเสียง” และ “กระแสตอบรับ” จากคนในพื้นที่ไม่เป็นรองแน่…..

@หลังลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย นิพนธ์ บุญญามณี “หน้าตาสดใส” เพราะมีเวลาในการวาง “ยุทธศาสตร์” ในการ “หาเสียง” ให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่การต่อสู้ระหว่าง “ประชาธิปัตย์” กับ “ประชาชาติ” ไม่ใช่เป็นการต่อสู้กับ “พลังประชารัฐ” และ “ภูมิใจไทย” ที่การวาง “ยุทธศาสตร์” ในการ “แย่งชิง” พื้นที่ในแต่ละเขตและแต่ละจังหวัด ต้อง “สุขุมภัมภีรภาพ” ซึ่งเหมาะกับ “บุคลิก” ของ “นิพนธ์ บุญญามณี” ผู้ที่ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคให้ความ “ไว้วางใจ” มากที่สุด….ส่วนในพื้นที่ จ.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ “หินที่สุด” คือ เขตเลือกตั้งที่ 7 ที่ “ประชาธิปัตย์” ยังส่ง ศิริโชค โสภา เพื่อน “ร่วมก๊วน” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีต “นายกรัฐมนตรี” และ อดีตหัวหน้าหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “ออกศึก” เพื่อ “ทวงคืน” ตำแหน่ง ส.ส. จาก “ณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ” จากพรรคภูมิใจไทย เขตนี้ “กูรู” ทางการเมือง ต่าง “ฟันธง” ว่า “ภูมิใจไทย” เป็นต่อ และต้องทุ่มทุก “สรรพกำลัง” เพื่อรักษา “เสาเข็ม” ต้นแรกที่ จ.สงขลา ไว้ให้ได้ ก็ต้องติดตามดูกันยาวๆ ว่า “นิพนธ์” จะใช้ “ลูกไม้ก้นหีบ” แบบไหนในการ “หอบหิ้ว” เอา “ศิริโชค โสภา” เข้าสู่ “สภาหินอ่อน” อีกครั้ง….และอีกหนึ่งพื้นที่ซึ่ง “ประชาธิปัตย์” ส่ง “นิพนธ์” ไปเป็น “แม่ทัพ” ในการ “สู้ศึก” กับ “ภูมิใจไทย” ที่ “กูรู” ทางการเมือง ต่างจับตามองแบบ “ไม่กะพริบตา” คือ จ.สตูล ที่การเลือกตั้งที่ผ่านมา “ประชาธิปัตย์” ต้อง “พ่ายแพ้” อย่าง “หลุดลุ่ย” ต่อ “ภูมิใจไทย” และในการเลือกตั้งครั้งนี้ “ประชาธิปัตย์” ต้องเอาที่นั่งกลับคืนอย่างน้อย 1 เขต นี่ก็เป็น “งานหิน” แบบสุดๆ ที่ “นิพนธ์” ต้อง “แบกรับ” เอาไว้ทั้ง “สองบ่า”…..

@ส่วน เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค “ป้ายแดง” และอาจจะเป็น “รมช.มหาดไทย” แบบ “ใหม่ถอดด้าม” ที่ต้องพบกัน “ศึกครั้งใหญ่” ในชีวิต ทั้งจาก “พลังประชารัฐ” ที่มี “พลตำรวจเอก” ที่เป็น “ไอ้โม่ง” คอย “ทิ่มแทง” อยู่ “ข้างหลัง” และยังต้อง “ต่อสู้” กับคนกันเองกับ “เสี่ยเกียร์” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา ที่วันนี้คงจะใช้ “บุญคุณ” ในอดีตเพื่อการ “ซูเอี๋ย” ไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นทั้ง  9 เขตของ จ.สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง เพราะ “สนามภาคใต้” มีตำแหน่งของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน “เลขาธิการพรรค” เป็น “เดิมพัน” ถ้า “นายกชาย” ไม่สามารถ “หอบหิ้ว” ส.ส.ภาคใต้เข้ามา 52 ที่นั่ง “เสี่ยต่อ” ก็ต้องพ้นจาก “เส้นทางการเมือง” ตามที่มีการ “ลั่นวาจา” เอาไว้ ทั้งหมดคือเรื่อง “การเมือง” ในสนามภาคใต้ ที่ “คอการเมือง” ต้องติดตาม เพราะ “การเมือง” เป็นเรื่องของ “คนไทยทุกคน”…..คำสั่งรอบที่ 2 ของ “กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย กับ ตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ที่คำสั่ง “แต่งตั้ง” ยังไม่ออกมา แต่คน “วงใน” บอกกันล่วงหน้าว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาคนใหม่ ที่จะมาแทน “ภิรมย์ นิลทยา” ได้แก่ “สมนึก พรหมเขียว” รอง ผวจ.ปัตตานี….ก็ต้อง “รอลุ้น” ว่าใครจะได้ไปเป็น ผวจ.ปัตตานี ที่ว่างลง เพราะ “นิพันธ์ บุญหลวง” เกษียณอายุราชการ ระหว่าง “อำพล พงศ์สุวรรณ” รอง ผวจ.สงขลา และ “พาติเมาะ สะดียามู” รอง ผวจ.นราธิวาส ที่อาจจะเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัดหญิง” ที่เป็น “มุสลิม” เป็น “คนแรกของประเทศไทย”…

@รวมทั้งต้อง “จับตา” ที่ “เก้าอี้” ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง แม้ว่า “กู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์” ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่ก็เป็น “ผู้ว่าพัทลุง” มา 3 ปีแล้ว น่าจะถึงเวลาในการ “โยกย้าย”….พล.ร.ท.สุนทร คำคล้าย นั่งในตำแหน่ง ผบ.ทัพเรือภาคที่ 2 ครบ 2 ปี ต้องลุกขึ้นไปเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ” กองทัพเรือ ผู้ที่มาทำหน้าที่ ผบ.ทัพเรือภาคที่ 2 คือ พล.ร.ท.จรัสเกียรติ ไชยพันธ์ จาก “เจ้ากรมการขนส่ง” ตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เพราะต้องรับผิดชอบ “อธิปไตยทางทะเล” ฝั่ง “ตะวันออก” ของภาคใต้ และการ ป้องกัน “อาชญากรรม” ที่เป็น “อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” เช่นการค้า “น้ำมันเถื่อน, บุหรี่เถื่อน, โรฮีนจา” และเรือประมงเวียดนาม ที่ “บุกรุก” เข้ามาเพื่อจับ “สัตว์น้ำ” ในพื้นที่ของ “ทะเลไทย”…..ส่วน พล.ร.ต.กฤษฎา รัตนสุภา ผบ.ฐานทัพเรือสงขลา ก็ลุกขึ้นเพื่อไปติดยศ พล.ร.ท. ในตำแหน่งใหม่ใน “ส่วนกลาง” ก็ขอแสดงความยินดีด้วย….นี้ก็อีกคนที่เป็น “นายตำรวจน้ำดี” พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล ผบก.ฝ่ายกฎหมาย ของ บชภ.9 ที่ถึงเวลาได้ “กลับบ้านพักผ่อนกับครอบครัว” โดยผู้ที่ “รับไม้” ในตำแหน่งนี้แทนคือ พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ซึ่งเหมาะสมกับ “ความรู้ความสามารถ”….

@ส่วนบรรทัดนี้ ก็แสดงความยินดีกับ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แท่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่ “กรำศึก” ในดินแดนภาคใต้มาโดนตลอด ได้รับการ “ปูนบำเหน็จ” เป็น “พล.อ.” ในตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ. ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ, พล.ต.ศานติ สกุลตนาค รองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ “รับไม้” ต่อจาก “บิ๊กเกรียง” ในตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 พล.ต.อุทิศ อนันตนานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ต้อง “หลีกทาง” ให้ “พล.ต.ศานติ” เพื่อไปทำหน้าที่ “แม่ทัพน้อยที่ 4” พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ ที่ย้ายจาก ตำแหน่ง รองแม่ทัพน้อยที่ 4 มาเป็น “รองแม่ทัพภาคที่ 4” เพื่อรอ “ประแป้งแต่งตัว” เข้าไลน์ “แม่ทัพภาคที่ 4” ในอนาคต และ พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.มทบ.46 ที่แม้จะไม่ได้ขึ้นในตำแหน่ง “รองแม่ทัพภาค 4” ตามที่ “คาดหวัง” แต่ก็ได้รับตำแหน่ง “รองแม่ทัพน้อยที่ 4” แทน ก็ได้แต่ “คาดหวัง” ว่า ด้วยความรู้ความสามารถความ “เข้าใจ” ในสถานการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความ “สงบ” ได้มากขึ้น….ล่าสุด “กองกำลังติดอาวุธ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็น” ยังใช้ “ระเบิดแสวงเครื่อง” โจมตีกำลังของ อส.ทพ.4916 ที่บ้านไอร์กือแดร์ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ส่วนที่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เจ้าหน้าที่พบ “ระเบิดไปป์บอมบ์” ที่ “แนวร่วม” เตรียมใช้ “ก่อเหตุ” แต่ “จ๊ะเอ๋” กับ เจ้าหน้าที่ “ทหาร” ที่ออก “ลาดตระเวน” เส้นทาง จึงทิ้งระเบิดและหลบหนี นี้แสดงให้เห็นว่า ความ “สงบสุข” ยัง “เกิดขึ้นไม่ได้” ถ้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังใช้ “ยุทธวิธี” แบบเดิมๆ ในการ “ดับไฟใต้”….

@การก่อ “อาชญากรรม” ในพื้นที่ จ.ตรัง เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างผิดสังเกต ในปี 2565 ก็ไม่ทราบว่าเกิดจากความ “หย่อนยาน” ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเกิดจาก “ปัญหาสังคม” ทั้งในเรื่อง “ยาเสพติด” และ “ความยากจน” แต่เป็นเรื่องที่ “ตำรวจ” จะ “ปฏิเสธ” ความรับผิดชอบไม่ได้ วันนี้มีการ “ปรับเปลี่ยน” ผู้นำหน่วยของ “ตำรวจ” เมื่อ พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง เกษียณอายุราชการ และผู้ที่มารับตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.ตรัง คนใหม่คือ พ.ต.อ.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ รอง ผบ.ก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี “ชาวเมืองหมูย่าง” ก็ได้แต่ “คาดหวังผู้การคนใหม่” ว่า จะทำให้ “เมืองตรัง” คดีลดน้อยลง ประชาชนจะอยู่อย่าง “เป็นสุข” มากขึ้น….. 

———————————————————–

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

เร่งผลักดัน.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมคณะ ตรวจพื้นที่ ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเร่งผลักดัน การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห่งที่ 2 เพื่อกระตุ้นการค้าชายแดน และการท่องเที่ยว 

กำลังใจ.    นิพนธ์ บุญญามณี รับมอบแจกันดอกไม้จาก เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา และคณะ ซี่งเดินทางมาให้กำลังใจและชื่นชมในสปิริต ที่ลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. ที่บ้านพัก อ.เมือง จ.สงขลา 

ตรวจสอบ.   ราม วสุธนภิญโญ ผอ.ป.ป.ช.ตรัง พร้อมคณะกรรมการชมรมต้านโกง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการแก้มลิงน้ำพราย หมู่ 1 ต.ปากคม อ.ห้วยยอด เพื่อตรวจสอบโครงการหลังจากมีการร้องเรียน 

ตรวจเยี่ยม.   พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตรวจเยี่ยมกำลังพล ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ จัดกำลังจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ ซึ่งมารับคำสั่งยุทธการ จากกองร้อยทหารพรานที่ 4814 กรมทหารพรานที่ 48 โดยมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 พร้อมด้วย กำลังพล ร่วมให้การต้อนรับ ณ วัดรัตนานุภาพ หมู่ที่ 2 บ้านโคกโก ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 

อำลา.  พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา เป็นประธานในพิธีมุทิตาจิต สู่วันเกษียณอันภาคภูมิ ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ที่ครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 นี้ จำนวน 6 นาย เป็นการเชิดชูเกียรติ แสดงความรัก ที่ทุกนายได้ทำคุณงามความดีให้กับวงการตำรวจและสังคมประเทศชาติ มาตลอดชีวิตราชการ 

ร่วมกิจกรรม.   พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ร่วมกิจกรรมจิบน้ำชายามเช้า กับคณะกรรมการมัสยิด, โต๊ะอิหม่าม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะ ณ มัสยิดกลาง อ.เมือง จ.ยะลา 

การค้าชายแดน.   อำนวย ศรีษะแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย ดาวิน หยาง ประธานสมาคมจีนในอาเซียน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าพบประธานหอการค้าจีน รัฐเคดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาและการร่วมมือทางเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย ณ สำนักงานหอการค้ามาเลเซีย-จีน รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย 

ช่วยผู้ด้อยโอกาส.   นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีให้ความรู้ ฝึกทักษะการใช้ และส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือเด็กพิการ มอบเก้าอี้สุขใจ, รองเท้าสั่งตัด โดยมีตัวแทนสาธารณสุข และพัฒนาสังคม ร่วมด้วย 

พบปะมุสลีมะห์.   พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมงานวันพบปะมุสลีมะห์ ครั้งที่ 15 ณ โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมี เศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ 

ครอบครัว. นายมาหามะ ดือเลาะ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดนราธิวาส ร่วมแสดงความยินดีกับนางสาวมัสมีรา ดือเลาะ ลูกสาวจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการท่องเที่ยวการบิน

พบผู้นำศาสนา.   โอฬาร  บิลสัน  นายอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี พร้อมด้วย อภิรักษ์ ทิมมณี ปลัดอำเภอยะหริ่ง, เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอยะหริ่ง ลงพื้นที่ไปพบปะเยี่ยมเยียนพระครูโฆษิตสุตาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบูรพา ต.ยามู เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม 

กีฬาสี.   เสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอก เปิดงานกีฬาสีภายใน โรงเรียนอิสลามฮุดดีนวิทยา พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ ครู และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะกีฬาของนักเรียน รู้จักความมีน้ำใจ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ครู และนักเรียน มากยิ่งขึ้นต่อไป ณ สนามกีฬา รร.อิสลาฮุดดีนวิทยา หมู่ที่ 1 บ้านเบอเส้ง ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา 

แนะนำ.   อุทิศ อมรมณี ผอ.สช.อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พร้อมด้วย น.ส.คอลีเย๊าะ โตะฮิเล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการศึกษา และ บุคลากรในหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตาม และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันศึกษาปอเนาะ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการจัดตั้งที่ถูกต้อง ณ หมู่ที่ 1 บ้านคอลอมูดอ ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 

พบผู้นำศาสนา.   โอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี พร้อมด้วย อภิรักษ์ ทิมมณี ปลัดอำเภอยะหริ่ง, เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอยะหริ่ง ลงพื้นที่ไปพบปะเยี่ยมเยียนพระครูโฆษิตสุตาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบูรพา ต.ยามู เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม 

เยี่ยมค่ายมวย.   ร.อ.ไมตรี บรรเจิดเลิศ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.4712 (อดีตนักกีฬามวยไทยกองทัพ ภาคที่ 4) เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนเยาวชนนักมวย และให้คำแนะต่างๆ พร้อมทั้งมอบเครื่องบริโภคบำรุงร่างกายให้กับ เยาวชนนักมวย โดยมี ส.ท.ขจรเกียรติ พรหมจรรย์ รอง หน.ชป. เสริมสร้างฯ ที่ 3 ร้อย.ฉก.ทพ.4703 ผู้ดูแลฝึกสอนประจำค่ายมวยฯ (ครูมวย) พร้อมด้วย เยาวชนนักมวยร่วมให้การต้อบรับ ณ ค่ายมวย ท.พราน 47 บ้านตันหยง หมู่ที่ 2 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา 

แลกเปลี่ยน.  ปวินดา ปาลาเร่ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เป็นประธานจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนา ระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพและกายอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ ณ ห้องประชุมรัศมี โรงแรมต้นอ้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

สำรวจสะพาน.    สุชาติ พรมสวัสดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมกับ กองช่างกรมชลประทาน ได้สำรวจและประเมินงบประมาณก่อสร้างสะพานห้วยแง้ง เพื่อที่จะทำการปรับปรุงในขั้นตอนต่อไป

กองทุนฟื้นฟู.    สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดสงขลา ดำเนินงานตามภารกิจ นำโดย อรสุรางค์ อินทสโร “หัวหน้าสำนักงาน” และ สุกัญญา น้อยผา พนักงานทั่วไป มอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย หลักประกัน 1 แปลง ให้กับ “สหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด”  มูลหนี้รวม 1,088,085.95 บาท พร้อมดำเนินการจัดทำนิติกรรมสัญญาให้กับเกษตรกรสมาชิกต่อไป

ดอกไม้ให้คุณ.   ตัวแทนภาคประชาชนชาวสงขลาจำนวนมาก เดินทางมามอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่บ้านพัก อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อให้กำลังใจ ในคดีฮั้วประมูลรถยนต์ฯ ของ อบจ.สงขลา