หนึ่งในสถานที่ที่ต้องไปศึกษาดูงานคือ วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย ผมไม่รู้จักวัดนี้มาก่อน ไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องไปดู เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นวัดที่ทำเพื่อสังคม ผมนึกในใจ ปกติวัดก็เป็นศาสนสถานที่ทำเพื่อสังคมอยู่แล้วนะ ที่เห็นบ่อย ๆ คือการบริจาคให้ทานและช่วยเหลือคนยากไร้ที่ไม่มีข้าวกิน ก็ให้มากินข้าววัด

เมื่อไปถึง ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งปลูกสร้างเป็นอันดับแรกครับ เพราะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดมหึมา พระอุโบสถสีขาวลวดลายวิจิตรงดงาม เด็กนักเรียนที่ไปด้วยบอกว่า “ผมเห็นตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินแล้ว ไม่นึกว่าอยู่ที่วัดนี้” เจ้าหน้าที่พาไปยังกุฎิโหราประชาอุทิศ ชาวคณะได้พบกับเจ้าอาวาส “พระอาจารย์พบโชค” เปิดเข้าไปตกใจมาก มีลูกศิษย์ลูกหานั่งรอเต็มห้อง ดีที่ท่านรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าได้นัดเวลากับพระอาจารย์ไว้ก่อน เด็ก ๆ จึงได้เข้าไปกราบท่าน พระอาจารย์พบโชคถามปัญหาเชาวน์และเล่านิทานคุณธรรมให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วให้เจ้าหน้าที่พาชมสถานที่รอบ ๆ วัด พระอาจารย์บอกว่า ถ้าไปดูแล้ว กลับมาเล่าให้พระอาจารย์ฟังว่าได้เห็นอะไรในวัดบ้าง

ส่วนผู้ใหญ่ก็แยกย้ายเดินดูวัดตามอัธยาศัย ผมกับอาจารย์อีกท่านขอไปดูเจดีย์ 9 ชั้นที่อยู่ใกล้ ๆ กุฏิ เข้าไปแล้วมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักด้วยไม้ มีคนเล่าว่าเป็นไม้จันทน์หอม ตอนมาตั้งแรก ๆ กลิ่นหอมชัดมาก ผมเห็นมีข้าวสารวางด้านหน้ารูปปั้นหลายกระสอบ พบว่าเป็นวิธีทำบุญอีกแบบหนึ่งคือ บริจาคซื้อกระสอบข้าวสารถวายวัด (ถุงละ 100 บาท) เพราะข้าวนี้จะนำไปหุงเลี้ยงข้าวให้แก่เด็กชาวเขา เด็กกำพร้าที่ยากจน ซึ่งพระอาจารย์พบโชคอุปการะเป็นพันคน

สถานที่ต่อไปเป็นจุดไฮไลต์คือ เจ้าแม่กวนอิมสีขาว สูง 26 ชั้น เราต้องเดินไปขึ้นรถรางรับส่งที่อยู่ด้านหน้าวัด รถรางจะพาเราขึ้นไปยังเนินด้านบน ชั้นล่างมีการบริจาคกระสอบข้าวสารเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็ก ที่น่าสนใจคือ มีเยาวชนที่แต่งชุดทหารและชุดกี่เพ้า พูดหลายภาษาก่อนจะกดลิฟท์ให้เราขึ้นไป ลิฟท์จะมีสูงสุด 26 ชั้น แต่จะจอดให้เราชั้นที่ 25 ขึ้นไปแล้วจะมีช่องมองลงมาชมวิวเมืองเชียงรายด้านล่าง ส่วนด้านในจะเป็นประวัติของเจ้าแม่กวนอิมที่เป็นปูนปั้นสีขาวสร้างเป็นเรื่องราวรอบผนัง และเดินขึ้นบันไดไปชมที่ชั้น 26 ได้เช่นกัน
ขากลับขึ้นรถ จะมีร้านกาแฟราคาถูกมาก เขียนว่า oz ละ 1 บาท ขาย 20 oz ก็ 20 บาท ผมไม่ได้ชิม แต่คนที่ดื่มแล้วบอกอร่อยครับ รถไปส่งเราที่เดิม ผมเห็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เขียนว่า “โรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม” และมีป้ายล้างรถเขียนว่า “โครงการคืนคนดีสู่สังคม”

เมื่อเด็ก ๆ กลับมาที่กุฏิและตอบพระอาจารย์พบโชคว่าได้เห็นอะไรบ้าง เด็ก ๆ บอกว่านอกจากสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตและห้องน้ำสะอาดแล้ว ที่วัดห้วยปลากั้งยังมีโรงพยาบาล คลินิกผู้สูงอายุ และบริการล้างรถ เด็ก ๆ แปลกใจว่าทำไมสิ่งเหล่านี้อยู่ร่วมกับวัด พระอาจารย์จึงบอกว่า แต่ก่อนที่นี่ไม่มีอะไรเลย หลังจากได้พลังศรัทธาจากประชาชนที่มาทำบุญ ท่านก็นำมาสร้างโรงพยาบาลในช่วงโควิด ทำให้ช่วยเหลือคนในชุมชนได้มาก และที่นี่จะให้ทุกคนมีอาชีพ เช่น เด็ก ๆ ที่ใส่ชุดทหารกดลิฟท์ ก็มาจากเด็กชาวเขาหรือเด็กที่เคยกระทำผิด ฝึกให้พวกเขาอยู่ในวินัย เด็กผู้หญิงก็ต้องทำผมให้เรียบร้อย ฝึกพูดภาษาต่างประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ฝึกขายกาแฟ หรือแม้กระทั่งผู้พ้นโทษ ก็ให้ทำงานล้างรถคันละ 50 บาท เงินที่ได้มาก็จะนำมาบริหารจัดการ หักต้นทุนแล้ว จะมีส่วนหนึ่งให้กับกลุ่มคนผู้เปราะบางเหล่านี้ คณะกรรมการและเด็ก ๆ ที่ไปทัศนศึกษาจึงเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ทางสถาบันพระปกเกล้าให้มาที่วัดนี้ เพื่อที่จะให้คณะได้เห็นมุมมองของ “การให้กลับคืนสู่สังคม” โดยช่วยเหลือกลุ่มคนชายขอบและผู้ที่ด้อยโอกาส พระอาจารย์พบโชคสร้างกิจกรรมให้คนเหล่านี้ได้ฝึกฝนและช่วยเหลือตัวเองได้ รวมทั้งสร้างสถานที่รักษาพยาบาลให้กับผู้ป่วยและผู้สูงอายุโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อมอบให้แก่ชุมชน …ถือว่าที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้ด้านการช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริงครับ.
………………………………………..
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage



