สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า เครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพอากาศนานาชาติ (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ ระบุในการวิเคราะห์ว่า คลื่นความร้อนในภูมิภาคที่ดำเนินการศึกษา รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
การวิเคราะห์ของดับเบิลยูดับเบิลยูเอ เผยให้เห็นว่า ภาวะโลกร้อนส่งผลให้คลื่นความร้อนในยุโรปทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี โดยคลื่นความร้อนที่คล้ายคลึงกันในเดือน มิ.ย. 2519 จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าคลื่นความร้อนในปัจจุบันประมาณ 3.5 องศาเซลเซียส
จากการวิเคราะห์เมืองในยุโรปมากกว่า 800 แห่ง พบว่า เมืองในสัดส่วน 45% บันทึกหรือคาดการณ์ว่าจะบันทึกภาวะเครียดจากความร้อนสูงสุด ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อได้
The record-breaking heatwave engulfing Western Europe would have been ‘virtually impossible’ without human-caused climate change, which has made this week's soaring night-time temperatures 100 times more likely than they would have been just two decades ago, scientists said…
— Reuters (@Reuters) June 26, 2026
ทั้งนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์ยืนยันผ่านงานศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเป็นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19
“เราดำเนินการไม่เพียงพอที่จะชะลออัตราภาวะโลกร้อนในขณะนี้ และเมื่ออัตราภาวะโลกร้อนดำเนินต่อไป เราควรคาดว่าจะได้เห็นอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์บ่อยครั้งมากขึ้นเรื่อย ๆ” นางแคลร์ บาร์นส์ นักวิจัยด้านสภาพอากาศสุดขั้ว จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน กล่าวทิ้งท้าย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



