@ในที่สุด “กฎกระทรวง” ประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อ” อนุญาต”ให้”คนต่างด้าว ท้าวต่างแดน” สามารถ”ถือครองที่ดิน 1 ไร่” โดยแลกกับเงินลงทุนในประเทศไทย 40 ล้านบาท ซึ่งถูก”คนไทย” ทุกสาขาอาชีพ” แม้กระทั่ง”พระสงฆ์องคเจ้า” ก็ออกมา”คัดค้าน”ไม่เห็นด้วย และ”คนไทย” เรียก “กฎหมาย” นี้ว่าเป็น”กฎหมาย”ขายชาติ” ที่ออกโดย “รัฐบาล” ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “นายกรัฐมนตรี”….ก็ต้องถอยแบบ” ญะญ่ายพ่ายจะแจ” โดย “พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์” รองนายกรัฐมนตรี และ” พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ก็เซ็นถอน”กฎหมายขายแผ่นดิน” นำออกจาก ครม. เพื่อ ลดกระแสความร้อนแรงที่เกิดขึ้น….แต่”กระแส”ของความ”ด่างพร้อย” ที่เกิดขึ้น กับ”รัฐบาล” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี  ในฐานะที่เป็นผู้บริหารประเทศจน”เศรษฐกิจ” พังยับเยิน และต้องหาทาง”กอบกู้” เศรษฐกิจ” การเงิน การคลัง ของประเทศด้วยนโยบาย”ขายแผ่นดิน”   ยังคงอยู่คู่กับ”คนไทยและแผ่นดินไทย” ตราบนานเท่านาน นักการเมืองทั้งหลาย พรรคการเมืองทั้งหลาย  ที่คิดจะมาบริหารประเทศ”ในอนาคต” ควรที่จะ”สำเหนียก” ไว้ให้มาก ว่าการเป็น”รัฐบาล” ไม่ใช่ว่าจะคิด”ขายชาติ –ขายแผ่นดิน”ได้ง่ายๆในยุคที่”ผู้คน” ต่างเข้าถึง”ข้อมูลข่าวสาร”อย่างถ้วนหน้า……..เห็นการออกมาให้”สัมภาษณ์สื่อ” ของ ผู้บริหารพรรค”รวมไทยสร้างชาติ” ที่ยัง”ดันทุรัง”ชู” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ที่เหลือการเป็น”นายกรัฐมนตรี” อีก 2 ปี ตาม”รัฐธรรมนูญ” เพื่อให้เป็น”นายกรัฐมนตรีสองปี” แล้วค่อยเลือกตั้งใหม่ หรือค่อยหา”นายกรัฐมนตรี” คนใหม่เป็น”นายกรัฐมนตรีอีก 2 ปี ก็ให้”ว้าเหว่” กับ”ตรรกะ” ของ กลุ่มการเมือง ที่บอกว่าจะเป็นผู้นำพา”ประเทศไทย” ไปสู่”อนาคต” ที่ดี ถามวา”จะดีได้อย่างไร” ในเมื่อแค่เริ่มต้นก็เป็น”ตรรกะวิบัติ” ทาง”การเมือง”แล้ว   ถ้า”คนไทย” ส่วนใหญ่”เห็นด้วย” กับการเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยเลือก”รวมไทยสร้างชาติ” ที่มี พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นผู้หน้าพรรค” เพื่อเป็น”นั่งร้าน”ให้”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็น”นายกรัฐมนตรี 2 ปี ก็ถือว่าเป็น”ลิขิตของฟ้า” ก็แล้วกัน….

@กลับมาเรื่องของ”คนใต้” และ”ภาคใต้” ที่ วันนี้ เกษตรกรชาวสวนยาง- สวนปาล์ม ถามคำถามถึง จุรินทร์ ลักษณวิศิฏฐ์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ,รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ถึง ราคายางพาราที่”ตกต่ำ” จน”ยางก้นถ้วน”เหลือเพียง กิโลกรัมละ 16 บาท และน้ำยางสดเหลือ กิโลกรัมละๆไม่ถึง 40 บาท รวมทั้ง ราคาปาล์มที่ เกษตรกรขายให้กับ”ลานปาล์ม” กิโลกรัมละ 4 บาทกว่า ในขณะที่ปุ๋ยเคมีที่เป็น”ปัจจัย”หลักของเกษตรกร ยังอยู่ที่”กระสอบละ 1500-1800 บาท   ปีนี้เป็นปีที่ เกษตรกร ไม่มีปัญญาซื้อปุ๋ยเพื่อ”บำรุงสวน” ถามว่านอกจาก”โม้” เรื่อง”ประกันราคา”แล้ว วันนี้คนของ”กระทรวงพาณิชย์” ตั้งแต่ “ปลัดกระทรวง” ลงไป ได้ทำอะไรที่เป็นหนทางให้ “ยาง-และ ปาล์ม” มีราคาดีกว่านี้บ้างมั้ย….นี่ยังดีนะ ที่ มันสัมปหลัง และ อ้อย ที่ เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหลือ ปลูกกันเป็นอาชีพ ยังได้ราคาดีกว่าทุกปี โดยที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ต้อง”ประกันราคา” แต่ นั่นแหละ”สนามการเลือกตั้ง” ของ “ประชาธิปัตย์” อยู่ที่”ภาคใต้” ส่วน”ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เป็นของ”เพื่อไทย” เรื่อง”มัน” เรื่อง”อ้อย” ราคาดี จึงไม่มี”คะแนน” ให้พรรคประชาธิปัตย์   แต่ เรื่อง”ราคายาง” เรื่อง”ราคาปาล์ม” ที่ “ตกต่ำ” โดยไม่ทราบสาเหตุ คือปัญหาของ”ประชาธิปัตย์” ในการ” เลือกตั้ง” สมัยหน้า เพราะใน”สนามเลือกตั้งภาคใต้” ครั้งหน้า มี”พรรคการเมือง” มากมาย ที่เดิน”พาเหรด” เข้า”สนามเลือกตั้ง” เพื่อให้”ประชาชน”เลือก ที่สำคัญวันนี้”คนใต้” ไม่เหมือนเดิม ใน”หัวใจ” ไม่ได้มี”ประชาธิปัตย์” เพียงพรรคการเมืองเดียวอย่างในอดีต….การ”คว่ำกฎหมายกัญชาเสรี” มองในมุมหนึ่ง”ประชาธิปัตย์” เดินตาม”กระแส” ที่ไม่เอา”กัญชาเพื่อ สันทนาการ”ของสังคมส่วนหนึ่ง แต่ก็อย่าลืมว่า ยังมีคนในสังคมอีก”ส่วนหนึ่ง” ที่ เห็นด้วยกับ”กัญชาเสรี” และแม้แต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “มุมหนึ่ง” คือการ”ต้านกัญชาเสรี” และ”กระท่อมเสรี” แต่ผู้ที่ออกมา”ต่อต้าน” ไม่เอาด้วยกับ”กัญชาเสรี” อาจจะเป็นเพียง”ผู้นำศาสนา” และ”ผู้นำองค์กร”ต่างๆ เท่านั้น แต่”อีกมุมหนึ่ง” ประชาชนส่วนใหญ่ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือผู้ที่”นิยมชมชอบ” ทั้งในเรื่องของ”กัญชา” และ”น้ำกระท่อม” รวมทั้ง”ยาเสพติด” อื่นๆ ประชาชนส่วนนี้มีจำนวนที่”มากกว่า” ผู้นำ”ศาสนา” ผู้นำ “องค์กร”ของ”มุสลิม” ที่สำคัญ  ในการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา “มนต์ขลัง”ของ”ผู้นำศาสนา” ในการ”สั่งการ” ให้คน”ในพื้นที่”ซ้ายหัน –ขวาหัน” หรือ”กลับหลังหัน” เหมือนกับการ”เลือกตั้ง” ในอดีต ไม่สามารถเกิดอีกแล้ว ดังนั้น”ประชาธิปัตย์” อย่าลืมมองในด้านนี้ด้วย…..

@ไหนๆ ก็เขียนถึงเรื่องของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้”แล้ว ก็มีเรื่องที่กลายเป็น”ดราม่า” ก่อนวัน”ลอยกระทง” เมื่อ “บาบอแม” แวดือราแม  มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส มี”จดหมายเวียน” ให้ผู้ที่เป็น”มุสลิม” งดเว้นการเข้าร่วมประเพณี”วันลอยกระทง” ในทุก”กิจกรรม”ที่จัดขึ้น จนกลายเป็น”ดราม่า” ในสังคมของ”โซเชียลมีเดีย” โดยข้อเท็จจริง เรื่องที่”บาบอแม” มี หนังสือเวียนไปทุก”องค์กร” เป็นเรื่องที่สังคมในพื้นที่”รับรู้” กันอยู่แล้ว เพียงแต่การอยู่ร่วมกันใน”สังคมพหุวัฒนธรรม” นั้น อะไรเป็นเรื่องเพื่อ”สังคม” และไหนเป็นเรื่อง”ศาสนา” คนในพื้นที่”แยกแยะ”ได้ ดังนั้นคนในพื้นที่จึงไม่ควรให้”ความสำคัญ” และ”ดารม่า”กับเรื่องที่เกิดขึ้น จนเลยเถิด…สังเกตุให้ดี.”งานลอยกระทง”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้คนที่มาร่วมงาน”รื่นเริง” เป็นคน”มุสลิม”ถึงร้อยละเจ็ดสิบ คนที่มา”ขายของ” ตั้งแต่”ไก่ย่าง,ลูกชิ้น”  น้ำ และ อีกสารพัดของกิน ของใช้ เป็น”มุสลิม” เกือบทั้งร้อย % นี่คือ”ข้อเท็จจริง”ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เขา “แยกกันออก “ระหว่างเรื่อง”อาชีพ” เรื่อง”ปากท้อง” เรื่อง”สันทนาการ” และเรื่องของ”ศาสนา”……แต่อย่างไรเสีย ก็อยากจะบอกกล่าวกันตรงนี้ว่าการอยู่ร่วมกันในสังคม”พหุวัฒนธรรม” ทุก”ศาสนา” จะต้อง”เดินสายกลาง” ที่ต้อง”ไม่สุดโต่ง” คำว่า”พหุวัฒนธรรม” ต้องมี”จุดกึ่งกลาง” ระหว่างผู้ที่”นับถือศาสนาที่ต่างกัน” การที่ต้องให้”ฝ่ายหนึ่ง” เดินตาม” หรือ”ทำตาม” อีก”ฝ่ายหนึ่ง” ทั้งหมด นี่ไม่ใช่”สังคมพหุวัฒนธรรม” แต่เป็น”สังคมแห่งการเอาเปรียบ” ไม่ใช่เป็นการ”แสวงจุดร่วม-สงวนจุดต่าง” อย่างที่มีการเข้าใจกัน….

@อีกเรื่องที่เป็น”ดราม่า” ทั้งใน วงการ”ตำรวจ” และ”ประชาชน” ในพื้นที่ เมื่อ พ.ต.อ.คมกฤช ศรีสงศ์ ผกก.สภ. หนองจิก จ.ปัตตานี มี หนังสือด่วน แจ้งให้ผู้บังคับบัญชา เรื่องการ”พกพาอาวุธปืน” โดยให้ “ตำรวจ” ไม่พกปืน ในเวลาที่ไม่อยู่ใน”ราชการ” ส่วน”สายตรวจ,สายสืบ” งานป้องกัน “เมื่อ เสร็จการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ให้นำอาวุธปืน คืนให้ โรงพัก เก็บรักษา ….เรื่องนี้เป็น “ระเบียบปฏิบัติที่ดี” แต่ไม่”เหมาะสม” กับพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่”สีแดง” ที่ 18 ปี ที่ผ่านมา  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่สามารถทำให้”หนองจิก” เป็นพื้นที่”ปลอดภัย” ,,,,การ”บังคับ” ให้”ตำรวจ”ของ สภ. หนองจิก ไม่มี”อาวุธปืน” อาจจะทำให้”ตำรวจ” กลายเป็น”เหยื่อ” ของ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น เพราะขนาด”มีปืน” ทั้ง “ปืนสั้น” และ” ปืนยาว” ยังถูก”ซุ่มโจมตี”เป็น ว่าเล่น และ ตาย แบบ “นับศพไม่ถ้วน” มาแล้วมากมาย ….การให้”ผู้ใต้บังคับบัญชา” ที่มี”อาวุธปืน” ใช้” อาวุธปืน” อย่างมี”สติ” และอยู่ใน”ระเบียบวินัย” อยู่ที่การ”อบรม” และการ”ควบคุม” ให้ “ตำรวจ” อยู่ใน ระเบียบวินัย ไม่ใช่ห้ามไม่ใช้มีอาวุธปืนประจำตัว…..จำได้หรือไม่ เมื่อ 4 มกราคม 2547  ที่”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” บุกสถานที่ราชการ “อำเภอ”โรงพัก” ,จุดตรวจ “ และ”ฐานปฏิบัติการ” ของ” ตำรวจ,ทหาร”พร้อมกันทั้ง ทั้ง 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา      โรงพักทุกโรงพัก โดยเฉพาะที่ สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ที่”ตำรวจ” ส่วนใหญ่ มีการ”สูญเสีย”น้อยมาก เพราะ “ตำรวจ” ที่ “เบิกปืนหลวง” ไปใช้ประจำตัว  มีปืน”ยิงเร็ว” อยู่ที่”บ้านพัก” จึงสามารถ ยิงต่อสู้ และ ป้องกันตัวได้ จน”แนวร่วม” เสียชีวิตเกือบหมด….และจำได้หรือไม่ที่การ”ปล้นปืน” ที่ “ค่ายปิเหล็ง” ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดย”แนวร่วม” ได้ปืนยิงเร็ว ของ”ทหาร”ไปถึง 400 กว่ากระบอก เป็นเพราะ”ทหาร” เมื่อ”ออกเวร”แล้ว ต้องนำปืนในเก็บ”ในคลังอาวุธ” สุดท้าย “ปืนหลวง” กลายเป็น”ปืนโจร” และ”โจร” ใช้ปืนที่ปล้นมา เพื่อ”เข่นฆ่า” เจ้าหน้าที่รัฐ และ “ประชาชน” เรื่องของการ”เก็บอาวุธปืน” อาจจะเหมาะกับ”พื้นที่หนึ่ง” แต่ใช้ไม่ได้”กับพื้นที่หนึ่ง” ก็คงเป็น”การบ้าน” ให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ในการให้”นโยบาย” กับ”ตำรวจ” ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา….

@สำหรับที่”หนองจิก” จ.ปัตตานี ล่าสุด กองกำลัง” ทหารพราน ,ตำรวจ “ มีการ”สนธิกำลัง” เข้าตรวจค้น เพื่อจับกุม”แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ที่ “เผาปั้มน้ำมัน-ร้านสะดวกซื้อ” ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่ ต.ดอนรัก และ จบลง ที่”แนวร่วม” จับอาวุธ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ สุดท้าย”แนวร่วม” ถูก”วิสามัญ” จำนวน 2 ศพ เจ้าหน้าที่”บาดเจ็บ” 2 นาย และที่ต้อง แสดงความเสียใจ ณ บรรทัดนี้ คือ อำเภอหนองจิก ต้อง”สูญเสีย” “นายเจ๊ะมูหามณี เจ๊ะเด็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ดอกรัก ที่เข้าไปทำหน้าที่”เกลี้ยกล่อม” ให้”แนวร่วม” ที่”หลบซ่อน” อยู่ในบ้านพักมอบตัว จนถูก กระสุนปืนของ”แนวร่วม” เสียชีวิต  นี่คือสถานการณ์”ล่าสุด”ของ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี  ซึ่ง พ.ต.อ.คมกฤช ศรีสงศ์ ผกก. สภ.หนองจิก ออกคำสั่งให้”ตำรวจ”เลิก”พกพาอาวุธปืน….. ในการ”ปิดล้อม”ตรวจค้น” เพื่อ”จับกุม” กลุ่ม”แนวร่วม” ที่เป็นกลุ่มถูก”ฝังชิฟ”จาก”แกนนำ” ให้มีการ”สู้ตาย” เป็นเรื่องยากมากที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะทำการ”จับเป็น” เพื่อผลของการ”สอบสวนขยายผล”  ยกเว้น กำลังของ”เจ้าหน้าที่” ต้องใช้ความ”อดทน” รอให้”แนวร่วม” กระสุนปืนหมด หรือการใช้”แก๊สน้ำตา”เพื่อการ”จับเป็น” ที่เป็น นโยบาย ของ พล.ท.ศานติ สกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / กอ.รมน.ภาค 4 แต่คงยาก เพราะ ชุดที่เข้า”ปฏิบัติการ” แต่ละชุดที่นำกำลังเข้า”ปิดล้อม” ตรวจค้น” ต่างต้องการ”ปิดจ๊อบ” ให้เร็วที่สุด และการที่”แนวร่วม”เปิดฉาก”ยิงเจ้าหน้าที่” คือความ”ชอบธรรม” ตาม”กฎหมาย” ให้ “เจ้าหน้าที่” ทำการ”วิสามัญ” หรือ”ฆ่าคน”โดยถูก”กฎหมาย”ได้  เพราะฉะนั้นการไม่ใช้ความรุนแรง จึงเป็นไปไม่ได้กับ “สนามรบ” ที่มี”ชีวิต”ของ ทั้ง 2 ฝ่ายเป็น”เดิมพัน”…..    

@เห็นแนวคิดของ”แม้นรัตน์  รัตนสุคนธ์ “ อธิบดีกรมการปกครอง ที่ให้ผู้ครอบครอง”ปืนเถื่อน” นำเอา”ปืนเถื่อน” มามอบให้”เจ้าหน้าที่” เพื่อที่จะทำ”ปืนเถื่อน” ให้เป็น”ปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง” ก็ต้องถามว่า “แนวคิดนี้” เป็นการเพิ่มจำนวน”อาวุธปืนในประเทศ” ให้ มากขึ้น หรือ น้อยลง ท่านก็น่าจะทราบดีว่าคนที่มี”ปืนเถื่อน” ส่วนใหญ่เขาไม่มี”คุณสมบัติ” ในการของอนุญาตเพื่อการซื้อ”อาวุธปืน” ที่ถูกต้อง เขาจึงต้องใช้”ปืนเถื่อน” และถามว่าการให้คนที่มี”ปืนเถื่อน” มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้เป็น”ปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย” เป็นการแก้ปัญหา”อาชญากร” และความ”รุนแรง”ตรงไหน….วิธีที่ถูกต้องคือ เจ้าหน้าที่ ต้องทำการ”กวาดล้างปืนเถื่อนให้สิ้นซาก” และ ควบคุมการขออนุญาตในการ”มีอาวุธปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย” และควบคุมปืนเถื่อนจาก”ต่างประเทศ” ที่เข้ามาขายกัน”หลังร้าน” รวมทั้งการควบคุม”ปืนสวัสดิการ” ที่ให้สิทธิเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ปกครอง และ หน่วยอื่นๆ ที่ มีการ”เซ็งลี้” ให้กับ บุคคลอื่นๆที่ไม่มีสิทธิ์….

@เรื่องที่ พล.ต.ต. แวหามะ สาและ   ผบก. จ.นราธิวาส ถูกร้องเรียนโดย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  โดยกล่าวหาว่ามีส่วน”พัวพัน” กับขบวนการค้ายาเสพติด ผลการ”สอบสวนข้อเท็จจริง” ทั้งจาก สำนักงานจเรตำรวจ และสำนักงานตำรวจภาค 9 ยังไม่ได้สรุป….แต่ พล.ต.ต.แวหามะ สาและ ก็ใช้สิทธิส่วนตัว เข้าแจ้งความ”เอาผิด”กับ “บุคคล” ที่ เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็น”หนังชีวิต” ที่ต้องติดตามกันยาวๆ เพราะ ประเทศไทย วันนี้มี”ขบวนการ” รับจ้างเพื่อการ”ร้องเรียน”และ”ใส่ร้ายป้ายสี” เพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการ…..วันนี้ “คลื่นลมในอ่าวไทย” และใน”อันดามัน” ค่อนข้าง “เงียบสงบ” เพราะ ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนที่เป็น”บ้านใหญ่” ของ แต่ละ”พรรคการเมือง” ที่พยายาม”ส่งซิก”ไปยังทีมของของ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สส. เพื่อขอ”ไฟเขียว”ไม่ได้ผล เรื่อง”น้ำมันเถื่อน” จึงยัง”เข้าท่า” เพื่อการ”ขนถ่าย”น้ำมัน”ขึ้นบก” ไม่ได้ ….ส่วน”น้ำมันเขียว” หรือน้ำมันที่เป็น”โคว้ต้า” ของ ผู้ประกอบการประมงก็ยังไม่มีการ”จัดสรรค์” ให้กับ “สมาคมประมง”จึงยังไม่มี”น้ำมันเขียว” ขึ้นฝั่ง….. วันนี้ จึงมีแต่”น้ำมันเถื่อน” จาก”ประเทศมาเลเซีย” ที่มากับ”รถบรรทุกหัวลาก” ที่วิ่งระหว่าง ไทย-มาเลเซีย และมากับ ขบวนการ”ค้าน้ำมันเถื่อน” ที่ใช้รถ”กระบะดัดแปลง”บรรจุแท๊งค์น้ำมัน” ตั้งแต่ 1000-2000 ลิตร ที่ยังวิ่ง”เข้า-ออก” ด่านชายแดนสะเดา-ปาดังเบซาร์  อ.สะเดา จ.สงขลา รวมทั้งจากด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล เมื่อ เจ้าหน้าที่”ศุลกากร” มองไม่เห็น”น้ำมันเถื่อน” ที่อยู่ใน”รถหัวลาก” และที่อยู่ใน”รถกระบะดัดแปลง” ก็ขอให้ พ.อ.ฐนิตพนธ์ หงส์วิไล  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ซึ่งรับผิดชอบ”ภัยแทรกซ้อน” ในชายแดนด้านนี้ช่อง”สอดส่อง” ดูแล และ “จับกุม”ด้วย เพราะหน่วยนี้”จับแล้ว” นายทุน “เคลียร์” ไม่ได้….ส่วนอีกเรื่องคือ”คอกน้ำมันเถื่อน” ในพื้นที่ จ.สงขลา.พัทลุง.นครศรีธรรมราช ที่เต็มไปด้วย”คอกน้ำมันเถื่อน” โดยเฉพาะ อ.สิงหนคร จ.สงขลา พื้นที่ตั้ง”คลังน้ำมัน”ของ”ปตท.และ”คลังร่วม” เอสโซ่,เชลล์,คาลเท็กซ์ “ มี”คอกน้ำมันเถื่อน”ถึง 5 คอก เพื่อ”รับซื้อ” น้ำมันที่ บรรทุกออกมาจาก”คลัง ปตท. และ”คลังร่วม” เรื่องนี้เป็นเรื่อง”แปลกแต่จริง” ที่ ตำรวจ สภ.สิงหนคร  จ.สงขลา ที่มี พ.ต.อ. เสวี วุ่นหนู เป็น ผกก. แต่มองไม่เห็น”คอกน้ำมันเถื่อน” ซึ่งมีอยู่”คอกหนึ่ง” อยู่ไม่ไกลจาก”โรงพัก”….

@ตาม”กฎหมาย” คนขับรถบรรทุกน้ำมัน ที่นำมันมันที่ส่งให้”ลูกค้า” ขายให้กับ”คอกน้ำมันเถื่อน”เป็นโจร” ส่วนเจ้าของ”คอกน้ำมันเถื่อน”อยู่ในฐานะ “ รับซื้อของโจร” เรื่องนี้เป็น”เรื่องใหญ่” เพราะเป็นการ”ลักทรัพย์นายจ้าง” และ”ลักทรัพย์ลูกค้า” กับการ”รับซื้อของโจร” ก็ฝากให้ ตำรวจชุด”ปราบปรามน้ำมันเถื่อน” (ปนม.) ทั้งจาก”ส่วนกลาง” และจาก”ภาค 9. ดำเนินการ”กวาดล้าง” ด้วย…..ฝนตก น้ำท่วม ในภาคใต้ ในเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นเรื่อง “ปกติ”ของฤดู”มรสุม” แต่ที่ไม่เป็น”ปกติ” คือการที่ไม่มีการ”เตรียมพร้อม”ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นฝ่ายปกครอง และ ท้องถิ่น, เทศบาล , และ “อบต”. เห็นปัญหานี้เกิดทุกปี แต่ก็ไม่มีการแก้ไขเป็นเรื่องที่”ซ้ำซาก” สำหรับฝ่าย”ปกครอง”และ”ท้องถิ่น” นี้ถ้าไม่มีหน่วยงานของ”กองทัพภาคที่ 4   กำลังจาก “ตำรวจตระเวนชายแดน” รับรองว่า”น้ำท่วม” แต่ละครั้ง”ทั้งฝ่ายปกครอง และ ท้องถิ่น”ดูไม่จืด และถูกประชาชา”ด่าเละ” กว่านี้….และที่น่าเป็นห่วง หลังจาก”อุทกภัย”ผ่านไป เรื่องของการ”ช่วยเหลือ” ที่ไม่เคย”ทั่วถึง” และ”เหลื่อมล้ำ” ยังไม่เคยมีการ”แก้ไข” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ “ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายอำเภอ นายกเทศมนตรี นายก อบต. ต้องอย่างสร้างความ”ไม่เท่าเทียม” ให้เกิดขึ้นกับคนที่”ตกทุกข์ได้ยาก” และอย่าเห็น”งบประมาณ” ที่ถูก”จัดสรรค์” เพื่อช่วย”คนทุกข์” จาก”น้ำท่วม” เป็น”ขนมหวาน” ของฝ่ายปกครอง และ ท้องถิ่น……

@เขียน”เปิดโปง” เรื่อง”สถานบันเทิง” ใน อ.หาดใหญ่ และที่”ด่านนอก” อ.สะเดา จ.สงขลา ที่ฝ่าย”ปกครอง” ให้ใบอนุญาตเป็นเพียง”ร้านอาหาร” แต่ถูกใช้ทำเป็น”ผับ,บาร์” มีการขายเหล้า มีดนตรี มี นักร้อง และอื่นๆ แถมเปิดเกินเวลา ที่ “กฎหมาย” กำหนด และที่สำคัญไม่เคยมีการ”ตรวจยาเสพติด” โดยเฉพาะที่”ด่านนอก” ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่มีการ”เสพยา-อัพยา” และ”ค้าประเวณี “จาก”นักเที่ยว” จากประเทศมาเลเซีย  ซึ่งเป็นเรื่องการอ้าง”ธุรกิจท่องเที่ยว” ที่ผิด”กฎหมาย”และ”ทำลายสังคม” วันนี้ ทั้งหมดก็ยัง ดำเนินอยู่แบบ”ปกติ” เหมือนกับว่า “จังหวัดสงขลา” ไม่มีผู้”รับผิดชอบ”ในเรื่องดังกล่าว และเหมือนว่า”ด่านนอก” เป็น”ดินแดน” ที่อยู่”เหนือกฎหมาย” เป็น”เขตเช่า” ของ นายทุนจีน นายทุนมาเลเซีย และ นายทุนอินเดีย ไม่แตกต่างกับ”สีหนุวิลล์” ที่ประเทศ”กัมพูชา ก็ฝากให้ ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส “บิ๊กเด่น” ผบ.ตร. ส่ง”นักสืบ”ที่ไม่ใช่”นักบิน” มา ดูข้อเท็จจริงด้วย….นานๆที จึงจะเห็น นายตำรวจที่เป็นหัวหน้าชุด “ปราบปรามยาเสพติด ที่ไม่”แสวงหาลาภผล” จาก”หน้าที่ อย่าง ร.ต.อ.ณัฐฤกษ์ ขติยะสุนทร  รอง สวป.ทำหน้าที่ หัวหน้าชุดตะวัน ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็ขอให้รักษาความมี”หิริโอตัปปะ” ให้นานๆ อย่าให้”ตะบะแตก” กับ”ผลประโยชน์”จากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่”เย้ายวน” มีลูกน้องอย่างนี้ “ผู้กำกับขวาน” พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์  ผกก.สภ.หาดใหญ่ สงขลา คงสบายใจขึ้นหน่อย…..

@วันก่อน ไชยยงค์ มณีพิลึก และ สิทธิชัย สืบสหการ เดินทางไป”ต่างบ้านต่างเมือง” ที่ “เมืองหลวงพระบาง” สปป.ลาว ได้ ภาคิน เทียบคำ นายด่านศุลกากร จ.หนองคาย เป็นผู้”อำนวยความสะดวก” ในการผ่าน”เข้า-ออก” ระหว่างประเทศ สอบถามจาก”นักข่าว” ในพื้นที่ทราบว่าเป็น”นายด่าน” ที่”เอางานเอางาน” รักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่หนึ่ง ขอขอบคุณหลายๆ มา ณ โอกาสนี้…..

@วิเคราะห์การเมือง”สนามภาคใต้” ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า”ประชาธิปัตย์” ได้คู่ต่อสู้ใหม่ที่มาแทน”พลังประชารัฐ” นั้นคือ”ภูมิใจไทย”และ”รวมไทยสร้างชาติ” แต่ ณ วินาทีนี้ แม้ในโลกของ”โซเซียล” จะมีคนที่แสดงความคิดเห็น”ไม่เอาประชาธิปัตย์” แต่คนที่กลับมาเลือก”ประชาธิปัตย์” เขาไม่มีการ”แสดงออก” ในโลกของ”โซเชียล” ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร สำหรับ”สนามการเมือง” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ยิ่งมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครเพื่อหวัง”ช่วงชิง” สส.เขตมากเท่าไหร่ “ประชาธิปัตย์” ยิ่งได้เปรียบมากขึ้น….”พลังประชารัฐ” สูญพันธุ์” แต่ผู้ที่มาแทน”พลังประชารัฐ” คือ”รวมไทยสร้างชาติ” ที่เป็น”ไผ่กอเดียว” กับ”ประชาธิปัตย์” ยิ่งถ้า”ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” และอาจจะมีคน”เก่าแก่”อื่นๆ จาก”ประชาธิปัตย์” มาร่วม”เสริมทัพ” ยิ่งทำให้”ขุนพล”ของ”ประชาธิปัตย์” ที่เหลือน้อยอยู่แล้ว”กระอักกระอ่วน” มากขึ้น ซึ่งสุดท้ายต้องถามหัวใจ”คนภาคใต้” ว่าจะเลือก”บิ๊กตู่”  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่กับ”รวมไทยสร้างชาติ” มาเป็น”นายก 2 ปี เพื่อเป็น”รัฐบาลครึ่งเทอม” อย่างนั้นหรือ และถ้า”คนภาคใต้” ยังพร้อมใจกับเลือก”ลุงตู่” เพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี”ครึ่งเทอม” ก็เป็น”งานหนัก”ของ”ประชาธิปัตย์” เพราะ”ลุงตู่” ยังเป็น”จุดขาย” ของ”ผู้สูงอายุ” ที่”ยึดโยง”อยู่กับ”บัตรสวัสดิการ” และการ”แจกเงิน” ในโครงการอื่นๆ….แต่ถ้า”คนภาคใต้” ไม่เอา พรรคการเมือง”เฉพาะกิจ” และเห็นแล้วว่าพรรค”เฉพาะกิจ” อย่างพรรค”พลังประชารัฐ” มี”จุดจบ” อย่างไร …..การเลือกตั้ง”คาบนี้” ถ้า”ประชาธิปัตย์” ไม่ประมาท และมี”กลยุทธ์” รวมทั้งมี”คนรุ่นใหม่” แบบ”ใจถึงพึ่งได้” เพื่อสู้กับ”ภูมิใจไทย” เชื่อว่า “ประชาธิปัตย์” ต้องได้ สส.ตามเป้าหมายคือไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง….ที่แปลกมาก ในเขตเลือกตั้งที่ 7 คนเคยแพ้อย่าง ศิริโชค โสภา จาก”ประชาธิปัตย์” ยังสามารถ”ตีตื้น” ขึ้นนำ”ณัฐฎ์ชนน ศรีก่อเกื้อ “เสาเข็ม” หนึ่งเดียว ที่ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “ปักไว้ที่สงขลา” ซึ่งทำเอา ว่าที่ผู้สมัครของ”ภูมิใจไทย” ถึงกับ”อ่อนไหว”หายใจไม่ทั่วท้อง….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ 

—————————————————————

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

ต้อนรับ.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้การต้อนรับ ไพศาล อาแซ นายกสมาคมการศึกษาเอกชน จ.ยะลา และคณะ ที่เข้าพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดย เลขาธิการ ศอ.บต.ได้เน้นส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ณ ห้องรับรอง ชั้น 3   ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

เดินทางไกล.   พล.ต.เฉลิมพล ขำเขียว ผบ.กองพลทหารราบที่ 15 เป็นประธานพิธีตรวจสภาพความพร้อมรบและการเดินทางไกลประจำเดือนของกองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา 

ลอยกระทง.   สุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นประธานในงานลอยกระทง ซึ่งเทศบาลสุไหงโก-ลก จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะะสิรินธร โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

ชื่นชม ศอ.บต.    บุญพาส รักนุ้ย รองเลขาธิการ ศอ.บต. ให้การต้อนรับ พล.ท.ธัชพล เปี่ยมวุฒิ ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5  กอ.รมน. ในโอกาสเยี่ยมหน่วยงานราชการในพื้นที่ จชต. และ ชื่นชม การพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศอ.บต. ณ ห้อง รับรอง ชั้น 3 ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

พร้อมแจกลูกปูแสนตัว.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)โครงการเลี้ยงปูเพื่อให้ จ.ปัตตานี เป็นเมืองปูทะเลโลก และเตรียมแจกลูกปู หนึ่งแสนตัว ให้กับเกษตรกร  เพื่อเลี้ยงในนากุ้งและนาเกลือร้างในหลายพื้นที่ของ จ.ปัตตานี 

ไม่ทอดทิ้ง.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมครอบครัว เจ๊ะมูหามณั เจ๊ะเด็ง ผญบ. ม.7.ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ที่เสียชีวิต จากการช่วยราชการ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ และพร้อมอุปการะครอบครัวของผู้สูญเสีย ณ.บ้านพักของผู้เสียชีวิต ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

ต้มยำกุ้ง.   พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย ไปให้ความรู้และให้กำลังใจ ผู้ประกอบการร้านอาหารต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ที่ KB MAN CONNER สลายัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 

มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์.   คุณกุลญาดา ชำนาญธีรกุล นักธุรกิจเจ้าของ กุลญาดา บิซิเนส มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ รพ.กระบี่ โดยมี นพ.ธีรศักดิ์ อุดมศรี ผช.ผอ.รพ.กระบี่ เป็นผู้รับมอบ 

แสงนำใจ.    ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8 เฉลิมพระเกียรติ” เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจการออกกำลังกายในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันดูแลและรักษาอย่างถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป ณ ลานมูลนิธิกุศลสถานตรัง อ.เมือง จ.ตรัง 

ร่วมงานสมาคมไหหลำ.   เอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง จ.ยะลา พร้อม มุกดา ยังอภัย ณ สงขลา นายกกิ่งกาชาติ อ.เบตง ร่วมงานเลี้ยงครบรอบ 116 ปี ของสมาคมไหหลำในกิ่งอำเภอเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย 

ขอโอกาส.   อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ เขต 6 จ.สงขลา ลงพื้นที่พบปะ ประชาชน ณ มัสยิดบ้านหัวควน ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและขอโอกาส ในการเป็น สส.เขต 6 

วางศิลาฤกษ.   ชัยเดช ปาละวงศ์ นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา  ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ วิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ณ วัดพังเถี้ยะ หมู่ที่ 7 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา 

บุญกฐิน.   โยธิน ทองเนื้อแข็ง ส.อบจ.เขต อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ร่วมบุญทอดกฐินสามัคคี ณ วัดทุ่งบัว ต.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ขออนุโมทนาบุญทุกๆท่าน 

ช่วยน้ำท่วม.   ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รอง ผวจ.ยะลารักษาการ ผวจ. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ประชาชน ผู้ประสพอุทกภัย ในพื้นที่ ต.ตานาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา 

พัฒนาศักยภาพ.   ผศ.ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาภาษาอาหรับเพื่อธุรกิจสุขภาพและการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการประกอบอาชีพที่ 2 ในอนาคต โดยมี ผศ.นิชาภัทรชย์ รวิชาติ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และคณะผู้บริหาร คณาจารย์สาขาวิชาภาษาอาหรับเพื่อธุรกิจสุขภาพและการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมบราแง อาคารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 

ปิดอาคาร.   มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เปิดอาคารศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) อัรเร๊าะมานียะห์ (กำปงปาวฮ์) โดยมีนายก อบต.ลิดล สมาชิกสภา อบจ.ยะลา ผู้นำท้องที่ เข้าร่วมงาน ณ หมู่ที่ 2 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา 

รับรางวัล.   มะสดี หะยีปิ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลท่าสาป รับรางวัลพระปกเกล้าทองคำ ด้านการส่งเสริมสันติสุขและสมานฉันท์ โดยมี ศ วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้มอบ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ 

แจกข้าวสาร.   พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ อำพล พงศ์สุวรรณ รอง ผวจ.สงขลา พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับนักธุรกิจ หาดใหญ่ โทนี่ ซูซาน่า ทัวร์ แจกข้าวสารให้กับประชาชน ถนนชีอุทิศ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เดือดร้อนจาก โควิด 19