การขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอันวาร์ ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลคนที่ 10 ในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย เกิดขึ้นหลังการโลดแล่นอยู่บนเส้นทางการเมืองมานานกว่า 20 ปี เป็นทั้งผู้นำฝ่ายค้าน ตลอดจนการต่อสู้กับเรื่องอื้อฉาว ที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องเสื่อมเสีย รวมไปถึงการรับโทษจำคุกในข้อหามีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชายด้วยกัน และการถูกห้ามไม่ให้เล่นการเมือง
แม้อันวาร์จะเคยอยู่ในความอุปถัมภ์ของ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่เขาต้องบริหารประเทศที่เต็มไปด้วยความแตกแยกทางการเมือง และประสบความลำบากกับเศรษฐกิจอันเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19
อนึ่ง ทั้งอันวาร์ ผู้นำพันธมิตร “ปากาตัน ฮาราปัน” และคู่แข่งของเขา นายมูห์ยิดดิน ยาสซิน อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จากแนวร่วม “เปอริกาตัน” (พีเอ็น) ต่างต่อสู้กันเพื่อสร้างพันธมิตรที่สามารถสั่งการเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแม้ว่า ปากาตัน ฮาราปัน จะได้ที่นั่งมากที่สุดจากการเลือกตั้ง แต่มันก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของเสียงข้างมากที่ 112 เสียง เช่นเดียวกับพีเอ็น ซึ่งได้จำนวนที่นั่งเป็นอันดับที่ 2
Anwar Ibrahim was appointed and sworn in as prime minister by Malaysia’s king after an election resulted in an unprecedented hung parliament https://t.co/Jeziiyb1vf pic.twitter.com/PZVo0HOXFz
— South China Morning Post (@SCMPNews) November 25, 2022
ด้านนายแฮร์ริส ไซนุล นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบันการศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติแห่งมาเลเซีย (ไอเอสไอเอส) กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำพรรคคนอื่น ๆ แล้ว อันวาร์ “เป็นนักปฏิรูปตามที่ควรจะเป็น”
“แต่เราไม่รู้ว่าเสียงข้างมากของเขาใหญ่แค่ไหน และพันธมิตรใหม่นี้จะแข็งแกร่งเพียงใด” ไซนุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสนใจของอันวาร์ จะอยู่ที่เศรษฐกิจและการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ เช่นเดียวกับการปฏิรูปที่จะผ่านรัฐสภาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจรวมถึงการเปลี่ยนตำแหน่งอัยการสูงสุด เพื่อแยกบทบาทในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาล ออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอัยการ
ทั้งนี้ ความโกลาหลของการเมืองมาเลเซียในปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นในปี 2563 เมื่อมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างกะทันหัน เนื่องจากปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล
มหาเธร์เคยให้คำมั่นเมื่อเขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสมัยที่สอง ในปี 2561 ว่า เขาจะส่งต่ออำนาจให้กับอันวาร์ ภายใน 1-2 ปี แต่กระนั้น เขากลับลงจากตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่เมื่อปี 2563 และกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน ให้มีการยุบสภา ซึ่งขัดขวางการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของอันวาร์ไปโดยปริยาย
ในปี 2541 อันวาร์ รองนายกรัฐมนตรีและทายาทสืบทอดตำแหน่งของมหาเธร์ในเวลานั้น ถูกจับกุมและทุบตีโดยหัวหน้าตำรวจของประเทศ ก่อนที่จะถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชายด้วยกันและข้อหาทุจริต ซึ่งทำให้เขาถูกคุมขังเดี่ยวในเวลาต่อมา
ถึงแม้จะมีการกลับคำพิพากษา ในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่ออดีตผู้ช่วยชาย แต่ข้อโต้แย้งกลับกีดกันอันวาร์ออกจากการเมืองเป็นเวลาประมาณ 10 ปี โดยเขาถูกจำคุกอีกครั้งในข้อหานี้เมื่อปี 2558 จนได้รับพระราชทานอภัยโทษในอีก 3 ปีต่อมา
อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงที่อันวาร์ประสบปัญหาต่าง ๆ เขายังคงได้รับการสนับสนุนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวเมืองและผู้คนจำนวนมาก ที่เชื่อว่า อันวาร์ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



