เมื่อไม่นานมานี้ กูเกิล, เทมาเส็ก และเบน แอนด์ คอมปานี เผยแพร่รายงาน e-Conomy SEA ฉบับที่ 7 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัดส่วน 75% ของประชากรใน 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์, ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และมาเลเซีย สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และส่วนใหญ่เคยซื้อของออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้ง อีกทั้งการชำระเงินทางดิจิทัลที่คิดเป็น 91% ของการทำธุรกรรม นั่นหมายความว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพอย่างมากในด้านการชำระเงินแบบดิจิทัล และอี-คอมเมิร์ซ
ทั่วทั้งภูมิภาคมีการหารืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในเครื่องมือทางการเงินแล้ว เช่น สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (ซีบีดีซี) และสกุลเงินคริปโตฯ อีกทั้งประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บางประเทศ ยังเตรียมพร้อมลงนามในข้อตกลงทั่วไปเพื่อพัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดนแบบทำงานร่วมกันได้ ทำให้สกุลเงินในประเทศของผู้ซื้อถูกแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นของผู้รับในทันที โดยไม่ต้องทำการแลกเปลี่ยนผ่านสกุลเงินตัวกลางอย่างดอลลาร์สหรัฐ หรือหยวน
แม้การพัฒนาระบบชำระเงินจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การมีระบบชำระเงินที่โปร่งใสและปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า ดังนั้นแล้ว มันจึงมีเกณฑ์บางประการที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนจำเป็นต้องพิจารณา เพื่อนำระบบชำระเงินแบบดิจิทัลที่น่าเชื่อถือสำหรับประชาชนในภูมิภาค มาใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จ
ประการแรก อาเซียนต้องสร้างหน่วยงานที่ดูแลระบบชำระเงิน ซึ่งเปรียบเสมือนธนาคารกลางของอาเซียน เพื่อบริหารจัดการและจัดทำแนวทางเกี่ยวกับระบบชำระเงิน โดยหน่วยงานนี้จะต้องเป็นอิสระและเชื่อถือได้, มีระบบสำรองที่พร้อมใช้งาน และจะต้องเป็นหน่วยงานโปร่งใสที่สามารถให้บริการได้ทันท่วงที เพื่อทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประการที่สอง ระบบชำระเงินแบบดิจิทัลต้องได้รับการออกแบบให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ซึ่งอาเซียนมีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถนำไปใช้เพื่อออกแบบระบบชำระเงินดิจิทัล และจะต้องเลือกเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ และมีความปลอดภัยมากพอที่จะป้องกันการละเมิดข้อมูลด้วย โดยในส่วนนี้ อาเซียนอาจจะเรียนรู้จากประเทศอื่น ๆ ที่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้แล้วก็ได้
ประการที่สาม ระบบชำระเงินต้องได้รับการออกแบบเพื่อรองรับคนทุกระดับ นั่นหมายความว่ามันจะต้องเป็นมิตร, ครอบคลุม, ใช้งานง่าย และยืดหยุ่น เพื่อให้ประชาชนทุกคนในแต่ละประเทศสามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้จะส่งเสริมให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบมากขึ้น และเป็นการทำให้แน่ใจว่า ภูมิภาคจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด ในแง่ของการเข้าถึงบริการทางการเงิน และการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจกับภูมิภาค.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



