ตกใจกันใหญ่เลย!! ทั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จากกรณีนายรัชฎา สุริยกุลณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ปปป. บุกจับกุมฐานเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พร้อมทั้งมีการตรวจค้นห้องทำงานของนายรัชฎา ยังพบเงินสดประมาณ 5 ล้านบาท อีกด้วย!

การจับกุมมีขึ้นหลังจากเจ้าตัวเป็นประธานการประชุมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯช่วง 9 โมงเช้า วันที่ 27 ธ.ค.65 โดยมีผู้บริหารส่วนต่าง ๆ ของกรมอุทยานฯ ทั่วประเทศ ทยอยถือกระเช้ามาอวยพรปีใหม่นายรัชฎาเป็นจำนวนมาก

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคนหนึ่ง บ่นผ่าน “พยัคฆ์น้อย” ว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าทำงานเร็วไปนิด! เพราะถ้ารอไปถึง 11.00-12.00 น. หรือช่วงบ่าย ๆ รอให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จากทั่วประเทศมากันครบ ๆ ก่อน อาจจะเจอมากกว่า 5 ล้านบาท ก็เป็นไปได้ (ฮา) และเมื่อเจอเงินในห้องทำงานแล้ว ควรขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักด้วยหรือไม่? อาจจะเจออะไรดี ๆ เหมือนกรณีโจรบุกปล้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อเดือน พ.ย.54

เรื่องราวไม่ชอบมาพากลในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกรมอุทยานฯ “พยัคฆ์น้อย” เคยจัดไปชุดใหญ่เมื่อ 13 .. ที่ผ่านมา หลังจากนายวราวุธรีบประกาศตั้งแต่ไก่โห่! ว่าเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าได้เข้ามาเป็นรัฐบาลอีก! จะขอจองกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพราะรักงานนี้มาก เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพยากรธรรมชาติมา 3 ปีกว่า แต่ยังอยากเป็นต่อไป

นายวราวุธรักกระทรวงนี้มากก็ควรต้องเดือดเนื้อร้อนใจเร่งเข้าไปสะสางเรื่องฉาว! อย่างเช่นเรื่อง “กล้วย” ที่แววลอยตามสายลมมาว่าปัจจุบัน “กล้วย” สะพัดมากนั้นจริงหรือไม่! โดยเฉพาะกรม “เกรดเอ” กรมอุทยานฯ ทั้งการปลูกป่าทิพย์ (ไม่ได้ปลูกป่าจริง ๆ) งบป้องกันไฟป่า เรื่องการประมูลซื้อ-ขายตำแหน่ง ระดับ ผอ.สำนักฯ หัวหน้าอุทยาน หัวหน้าโครงการปลูกป่า หัวหน้าป้องกันไฟป่า หัวหน้าศูนย์เพาะชำกล้าไม้ หัวหน้าโครงการต้นน้ำ เรียกว่าทุกกิจกรรมที่มีช่องโหว่ให้งบประมาณรั่วไหลได้ทั้งนั้น

ใครอยากเป็นอะไร-ที่ไหน ใส่จำนวนมาเลย เช่น หัวหน้าอุทยานฯ คนหนึ่งใส่มา 3 แสนหวี ถ้าอีกคนใส่มา 5 แสนหวี คนนี้ก็ได้ไป ถ้าระดับ ผอ.สำนักฯ ใหญ่ ๆ เล่นกันถึง 4 ล้านหวีเลยทีเดียว แถมต้องจ่าย “กล้วย” เป็นรายเดือนอีกด้วย บางตำแหน่งจ่าย 1,300,000 หวี ไม่รวมกับกล้วยรายเดือนที่ต้องจ่ายให้กันเป็นทอด ๆ ผ่าน “เครือข่าย” แต่ปัญหาคือต้องจ่ายกันปีต่อปี แล้วต้องต่อ “วีซ่า” กันใหม่

ไหนจะปัญหา “ช้างป่า” บุกรุกเข้ามาในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน จึงมีการขอกล้วยเพื่อมาดูแลปัญหาช้างป่า ถ้าได้กล้วยมา 4 แสนหวี แต่เจอ “เครือข่าย” ขอทอนเข้ากระเป๋า 35%

ทุกอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยว จะมีกล้วยรั่วไหลได้หมด ตั้งแต่การฉีกตั๋วเข้าอุทยานฯ ค่ากางเต็นท์ การซ่อมแซมปรับปรุงบ้านพัก-ห้องน้ำ ทำป้ายบอกทาง อีเวนต์ต่าง ๆ ค่าข้าว ค่าเบี้ยเลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่ในตู้บริจาคตามศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานฯ ก็รั่วไหลมาจ่ายกันส่วยเป็นทอด ๆ

ต้องรีบไปตรวจสอบเชิงลึก หาข้อมูลว่าเรื่องราวฉาวๆ แบบนี้จริงเท็จแค่ไหน

ถึงแม้นายวราวุธ และนายจตุพร จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง กรณีการบุกจับนายรัชฎาก็ “ไลฟ์บอย” เนื่องจากข้าราชการในกระทรวงและในกรมอุทยานฯ บ่นกับ “พยัคฆ์น้อย” มา 2-3 ปีแล้วว่าอยากให้มีการ “สังคายนา” กระทรวงนี้แบบชุดใหญ่! หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า! รอให้ผู้บริหารชุดปัจจุบันพ้นจากอำนาจหน้าที่กันไปก่อน

แต่ก่อนจะสังคายนา! ต้องสอบสวนในทางลึกว่าเงินส่วยรายเดือน-เงินแต่งตั้งโยกย้าย มีจริงหรือไม่ อย่างไร!? และไหลทะลักไปถึง “เจ๊ น.-มิสเตอร์ ย. และมิสเตอร์ ต.” ด้วยหรือไม่? แล้วใครมี “บริษัทอีเวนต์” เป็นไอ้เข้ขวางคลองอยู่ในกระทรวงจริงไหม?แค่นี้ถ้าตรวจสอบกันจริงๆ จังๆ ก็คงไม่ยากอะไรใช่ไหมครับ

——————
พยัคฆ์น้อย