สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ได้ลงนามในกฤษฎีกา เป็นการจัดตั้ง “กองบัญชาการปฏิบัติการโจมตีระยะไกล” ภายในกองทัพ เพื่อยกระดับการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในรัสเซีย หลังปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบลำเลียงเชื้อเพลิงของรัสเซีย ส่งผลให้รัฐบาลมอสโกต้องสั่งระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล และจำกัดการเดินเรือในทะเลอาซอฟ ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลดำ
Russia’s gasoline crisis is deepening – quite justly – in response to Putin’s reluctance to end this war. We have put forward proposals on how to bring peace closer, and we have support not only among our partners around the world, but also within Putin’s own circle. They… pic.twitter.com/vVwIdfRMS4
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) July 10, 2026
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนใช้โดรนโจมตีระยะไกลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในดินแดนรัสเซีย โดยรัฐบาลเคียฟระบุว่า เป็นมาตรการ “คว่ำบาตรระยะไกล” ต่อแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลมอสโก ซึ่งใช้สนับสนุนการทำสงคราม พร้อมระบุว่า การนำสงครามกลับไปสู่ดินแดนรัสเซีย “เป็นเรื่องสมเหตุสมผล” หลังรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบมานานกว่า 4 ปี
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องให้เปิดการเจรจาสันติภาพ และยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป แม้การโจมตีระยะไกลของยูเครนจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจรัสเซียมากขึ้น โดยแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมพลังงานเปิดเผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันเบนซินของรัสเซียลดลงเหลือประมาณ 65% ของกำลังการผลิตปกติ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



