สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ได้ลงนามในกฤษฎีกา เป็นการจัดตั้ง “กองบัญชาการปฏิบัติการโจมตีระยะไกล” ภายในกองทัพ เพื่อยกระดับการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในรัสเซีย หลังปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบลำเลียงเชื้อเพลิงของรัสเซีย ส่งผลให้รัฐบาลมอสโกต้องสั่งระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล และจำกัดการเดินเรือในทะเลอาซอฟ ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลดำ


ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนใช้โดรนโจมตีระยะไกลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในดินแดนรัสเซีย โดยรัฐบาลเคียฟระบุว่า เป็นมาตรการ “คว่ำบาตรระยะไกล” ต่อแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลมอสโก ซึ่งใช้สนับสนุนการทำสงคราม พร้อมระบุว่า การนำสงครามกลับไปสู่ดินแดนรัสเซีย “เป็นเรื่องสมเหตุสมผล” หลังรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบมานานกว่า 4 ปี


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องให้เปิดการเจรจาสันติภาพ และยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป แม้การโจมตีระยะไกลของยูเครนจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจรัสเซียมากขึ้น โดยแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมพลังงานเปิดเผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันเบนซินของรัสเซียลดลงเหลือประมาณ 65% ของกำลังการผลิตปกติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS