มีอย่างหรือซีเก้าจะย้ายซีสิบ เก่งมาจากไหน แถม“ผวจ.เซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ตนั้นก็เรียกได้ว่าเป็น“น้องรัก” .. มท.หนู ถามหารองซีฟู้ดลั่นๆ ก็ไม่รู้ซีฟู้ดไหน เพราะรองผู้ว่าฯ ชื่อเล่น “กุ้ง”มีสองคนคือ นายอดุลย์ ชูทอง  และนายธีระพงศ์ ช่วยชู ในที่ประชุมสรุปตรงที่จะมีการทำหนังสือรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อ รมว.มหาดไทย และปลัด

ปรากฏว่า คืนวันนั้นเอง มีคำสั่งย้ายสลับรอง ผวจ.5 ตำแหน่ง นายอดุลย์ ชูทอง ไปเป็นรอง ผวจ.สงขลา และนายธีระพงศ์ ช่วยชู ไปเป็นรอง ผวจ.นครศรีธรรมราช และในวันที่ 16 มิ.ย. “ปลัดป๊อบ”อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย เสนอย้าย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ไปเป็นรองปลัดมหาดไทย สลับเอานายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัด มาเป็น ผวจ.ภูเก็ตแทน  “ปลัดป๊อบ”เป็นผู้เสนอย้าย บอกว่า “การโยกย้ายดังกล่าว เพื่อให้การบริหาราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ของทางราชการ” 

“ย้ายเพื่อให้ปัญหาคลี่คลาย จึงมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  คนที่มาใหม่ก็จะมาช่วยแก้ไขและสางปัญหาตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล รวมถึงเรื่องอื่น ๆ  เราต้องการคลี่คลายปัญหา บางทีเหมือนตอนที่เราใส่รองเท้า แล้วมีเม็ดทรายอยู่ในรองเท้า  ต้องถอดมันออกมา เพื่อจะสวมเข้าไปใหม่ เพราะฉะนั้นคนที่ไปใหม่ เขาไม่เคยเห็นในพื้นที่เขาก็จะใช้ประสบการณ์เข้าไปแก้ปัญหา คนที่อยู่เก่ารู้ปัญหา แต่ปัญหาไม่คลี่คลายสักที 

นายนิรัตน์ เป็นผู้ว่าฯที่มีความอาวุโสและรู้ปัญหา แต่บางทีปัญหามันยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ และมีรอง  ผวจ.ที่อาจจะไม่เข้าทีมกัน จึงต้องเปลี่ยนยกทีม และเอาทีมใหม่เข้าไป หากยังมีปัญหาทะเลาะกันต่อไปเรื่อยๆ ก็แก้ปัญหาอื่นไม่ได้ มันก็เลยต้องคลี่คลายปัญหานี้ออกมา อันนี้ขอให้เชื่อมั่นว่าเป็นเรื่องนี้จริงๆ” ปลัดป๊อบ กล่าว

 “มท.หนู”อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอมา  ย้ายมาดีขึ้น มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะว่า ผวจ.ภูเก็ต อาวุโสในเรื่องโปรไฟล์   เมื่อถามว่าการโยกย้ายนี้มีผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งในพื้นที่หรือไม่นายกฯ  กล่าวว่า “บางทีก็มีการปรับ เพราะภูเก็ตก็มีหลายเรื่อง ผมลงไปดำเนินการ 2-3 วันก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีอะไรขึ้นมาก็มีการแฉนั้นแฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้ เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกันมาไปทำงาน”

ในวันที่คำสั่งย้ายสลับออกนั่นเอง ปรากฏภาพ ผวจ.เซมเบ้..นิรัตน์ ไปหานายกฯ หนูที่ บน.6 ( นายกฯ ไปปฏิบัติภารกิจ ประชุมสุดยอดอาเซียน + รัสเซีย วันที่ 17-18 มิ.ย.)  นายนิรัตน์ และนายอรรษิษฐ์ ได้เข้าไปพูดคุยกับนายกฯ ในห้องรับรอง  นายนิรัตน์ ได้เข้าสวมกอดนายกฯ  นายกฯ อ้าแขนรับ “มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ๆ” ก่อนที่นายนิรัตน์จะรายงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแก่นายกฯ  จากนั้น เขาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่ได้มีปัญหากับใครเลย ผมเป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไปดูในเพจข่าวต่างๆดีๆ ความขัดแย้งมันมีมาก่อนที่ผมจะไปอยู่ที่ภูเก็ต ผมไปเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้เป็นพวกของใครคนใดคนหนึ่ง คนที่เชื่อผมเขาก็ปรับตัว คนไม่เชื่อผมก็ไม่ปรับตัว แล้วเมื่อผมคอนโทรลไม่ได้ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็จะต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณาถูกปรับย้าย”

ผู้สื่อข่าวก็สงสัยว่า โดน รอง ผวจ.รับน้องหรือไม่ เพราะ ผวจ.เซมเบ้เพิ่งย้ายมาจากเชียงใหม่ เมื่อ 12 พ.ย. 68 เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้ถูกรอง ผวจ. รับน้อง  และยังว่า ตัวเองมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง “ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมายและห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกัน งัดวัดพลังเกิดขึ้น ผมได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย ในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ย้ำว่าผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นของข้าราชการทุกคนในจังหวัด และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง” ก็คือยอมรับเต็มๆ ว่า ขัดแย้งกับซีฟู้ดใดซีฟู้ดหนึ่งแน่นอน แต่ใครเป็นฝ่ายถูก ต้องรอต่อไป..

ก่อนหน้านี้ นายกฯ หนูฟื้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมอบ “รองเต้ย”พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เป็นหัวหน้า ก็มาจากเรื่องมาเฟียภูเก็ต ที่เป็นข่าวหนักๆ ในช่วงนี้ก็คือมาเฟียยึดหาดฟรีดอม มาเฟียเก็บค่าคุ้มครอง  ค่าอำนวยความสะดวกตรงป่าตอง ซึ่งเรื่องปราบผู้มีอิทธิพลนี่เห็นฮึ่มฮั่มๆ กันมาทุกสมัยรัฐบาล  

กรณีหาดฟรีด้อม  การตรวจสอบพบพฤติการณ์บุกรุกที่ดินอย่างซับซ้อน เริ่มตั้งแต่ปี 2558 “ว่ากันว่า”มีข้าราชการจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ แล้วยังจะปิดกั้นพื้นที่สาธารณะ เรียกเก็บค่าผ่านทาง อ้างว่าเพื่อดูแลพื้นที่และจัดการขยะ   เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต สนธิกำลังกับป่าไม้  เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 425 (ตชด.425) ตะกั่วป่า, สภ.กะรน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด (หาดฟรีดอม) หมู่ที่ 1 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต           

แต่กลายเป็นว่า ต่อมา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กลับย้ายใหญ่ในภูเก็ต คำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1512/2569 ลงวันที่ 20 พ.ค.69  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-24 มิ.ย. 2569 ย้าย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร  ให้ช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง  นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต ให้ช่วยราชการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง  น.ส.วิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง ให้ช่วยราชการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ ให้ช่วยราชการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง

มีเสียงวิจารณ์แบบเสียงแตก ว่า ขรก.ถูกครหาว่า ไปเกี่ยวกับส่วยป่าตอง แต่อีกบางกระแสเสียงว่า เพราะ ขรก.ไปขวางการที่ผู้มีอิทธิพลไปหาผลประโยชน์ที่หาดฟรีด้อม หาดนุ้ย เหตุผลการโยกย้ายนี้ก็ยังไม่กระจ่างชัด ..แต่นายรุ่งเรืองเปิดหน้าชนโดยการเปิดแชทไลน์ที่อ้างว่า อธิบดีกรมการปกครองส่งมา “ช่วยระบอบสีน้ำเงินด้วย” จนฝ่ายค้านขย่มจี้ขยายผลว่า “มีการใช้กลไกทางการปกครองช่วยพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งหรือไม่”   

นายรุ่งเรืองเปิดเผยกับสื่อว่า ต้นตอของเรื่องทั้งหมดเริ่มจากการที่เขาเข้าไปจัดการคดีใหญ่และคดีสำคัญในพื้นที่ คือ คดีหาดฟรีดอม และ คดีหาดบางเทา ซึ่งถูกผู้มีอิทธิพลบุกรุกเข้าไปหาประโยชน์ ทำให้มีกลุ่มคนพยายามกดดันการทำงาน มีการโทรศัพท์มาข่มขู่โดยอ้างตัวว่าเป็น รมช. แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงอดีตรัฐมนตรี ต้องการย้ายเขา ทั้งที่ความจริง หากต้องการตรวจสอบข้าราชการ เพราะอ้างว่ามีข้อรองเรียน ก็ทำได้ แม้ว่าข้าราชการจะอยู่ในพื้นที่   

เรื่องปราบผู้มีอิทธิพลและโยกย้ายในภูเก็ตชักจะลามไปเยอะ หลายๆ คนก็รอดูว่า สุดท้ายจะกระชากหน้ากากคนเบื้องหลังออกมาเป็นใคร การโยกย้ายมีการเมืองมาเกี่ยวหรือไม่  แต่เมื่อพื้นที่มีผลประโยชน์เยอะ อะไรๆ คงไม่ง่าย.

………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่