การปรากฏตัวของเธอทำให้มีการคาดเดาว่า เธออาจอยู่ในตำแหน่งผู้นำ หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นผู้นำสูงสุด ในระบอบเผด็จการแบบสืบทอดตำแหน่งของประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์แห่งนี้
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เธอปรากฏตัวพร้อมกับนายคิม ในขบวนพาเหรดทางทหารครั้งใหญ่ ซึ่งสื่อของเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นว่า เธอเดินขบวนไปพร้อมกับเขาและนางรี ซอล-จู มารดาของเธอ โดยนำหน้าเหล่าผู้บัญชาการกองทัพ อีกทั้งแบ่งปันน้ำดื่มผลไม้ และพูดคุยข้างหูซึ่งกันและกันในระหว่างรับชมพิธีเฉลิมฉลองครั้งนี้
เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น นางรีและบุตรสาวของเธออยู่กับนายคิม ในขณะที่เขาดื่มไวน์, รับประทานอาหาร และกล่าวชมผู้บัญชาการกองทัพ ในงานเลี้ยงหรูหราที่เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ)
“เราทราบกันดีว่า มันเป็นแค่การที่เขาเอ็นดูบุตรที่เขารัก แต่ยิ่งเธอปรากฏตัวมากเท่าไหร่ มันยิ่งดูเหมือนว่าเธอได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเป็นผู้นำ หรืออย่างน้อยก็คือความเป็นไปได้ที่จะเป็นเช่นนั้น” นายเมสัน ริชชี ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศฮันกุก ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโซล ในเกาหลีใต้ กล่าว
ริชชี กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นคือข้อความที่บ่งบอกว่า อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีไว้เพื่ออนุชนคนรุ่นหลัง และบุตรสาวของนายคิมเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น “มันเป็นอีกวิธีหนึ่งในการส่งสัญญาณว่า การปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่มีอยู่โดยสิ้นเชิง” ริชชี ระบุ
แม้สื่อเกาหลีเหนือจะไม่มีการเปิดเผยชื่อของเด็กหญิงคนดังกล่าว นับตั้งแต่เธอปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกพร้อมกับนายคิม ในการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) “ฮวาซอง-17” เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเกาหลีใต้เชื่อว่า เธอคือบุตรสาวที่ชื่อ “จู-แอ” ตามที่ระบุโดย นายเดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน ที่เคยใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของนายคิม เมื่อปี 2556
ขณะที่ นางราเชล มินยัง ลี ผู้สันทัดกรณีด้านเกาหลีเหนือขององค์กร “โอเพ่น นิวเคลียร์ เน็ตเวิร์ก” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กล่าวว่า มันยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า จู-แอ กำลังได้รับการเตรียมพร้อมให้เป็นผู้นำของเกาหลีเหนือ แต่กระนั้น เธอเห็นด้วยกับเรื่องที่ว่า การปรากฏตัวของบุตรสาวของนายคิมในกิจกรรมทางทหารที่พิเศษของประเทศ บ่งชี้ว่าจุดประสงค์หลักคือการเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงของคนรุ่นถัดไป
ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนืออาจต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เหตุใดตระกูลคิมจึงต้องลงทุนในด้านการป้องกันประเทศต่อไป แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจะย่ำแย่ก็ตาม และมันไม่มีการแสดงออกใด ๆ ที่จะทรงพลังไปมากกว่าการให้บุตรสาวของผู้นำสูงสุดเป็นคนถ่ายทอดข้อความนั้น.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



