พ่อเมืองกรุงเก่า นำพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ถวายเป็นพุทธบูชา พลบค่ำ ร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา

เช้าวันที่ 6 มีนาคม 2566 ที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำหัวหน้าส่วนราชการทุกหมู่เหล่า และพุทธศาสนิกชน ร่วมกันทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ และปฏิบัติธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2566 โดยในช่วงเช้านี้ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวถือโอกาสในวันมาฆบูชา เดินทางมาร่วมทำบุญไหว้พระในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัด พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัด ได้ร่วมประกอบพิธีปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงประทานให้ทุกจังหวัดร่วมปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ในโครงการ “หนึ่งใจ..ให้ธรรมะ” ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นพุทธบูชาทุกวัดทั่วแผ่นดิน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ได้กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันทำบุญ รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา โดยในช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป

ในช่วงเวลา 16.30 . นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร เป็นประธาน นำพุทธศาสนิกชน ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ภายในวิหารหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงวรวิหาร โดยมีพระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำผู้เข้าร่วมพิธี กล่าวคำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ หลังจากนั้นได้ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ และเวียนเทียนประทักษิณารอบพระอุโบสถ 3 รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

จากนั้น เวลา 18.00 . นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชน ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ณ ภายในวิหารพระมงคลบพิตร โดยมี พระญาณไตรโลก รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร เป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ ประธานได้นำพุทธศาสนิกชน กล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ปฏิบัติธรรม สวดมนต์เจริญจิตตภาวนา และร่วมเวียนเทียนประทักษิณ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับการเวียนเทียน เป็นการเดินเวียนรอบปูชนียสถานสำคัญ อาทิ อุโบสถวิหาร หรือพระพุทธรูป เพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยในวันสำคัญ

และในเวลา 19.00 . นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ได้เดินทางไป ณ วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นประธานนำพุทธศาสนิกชน ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา โดยมี พระเทพมงคลโสภณ เจ้าคณะภาค 17-18 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สมาคมผู้สื่อข่าว อยุธยา ทำบุญเสริมสิริมงคล พร้อมอุทิศส่วนกุศลให้ผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิต ค่ำผู้ว่าฯ ร่วมแสดงความยินดี แจกทุนบุตรหลาน พร้อมสวัสดิการ นักข่าว

วันที่ 5 มีนาคม 2566 ที่วัดศาลาปูนวรวิหาร พระนครศรีอยุธยา นายเผอิญ ไทยสม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา นายเดชา อุ่นขาว เลขานุการฯ นายสัมฤทธิ์ เจียมเจริญพรกุล นายณัฐพล รื่นถวิล นายชาญ ชูกลิ่น และนายสุทธิพร กองสุทธิผล อุปนายกสมาคมฯ พร้อมสมาชิกสมาคมฯ ได้ร่วมกันถวายภัตาหาร ถวายสังฆทาน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิต ฯลฯ โดยท่านพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ได้ให้พรกับสมาชิกสมาคมฯ ให้ตั้งอยู่ในศีล 5 มีสติและสามัคคี ทำหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ช่วยเหลือสังคมฯ

นายเผอิญ ไทยสม นายกสมาคมฯ ได้กล่าวว่า ในวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี ทางสมาคมฯ ได้ทำกิจกรรม ช่วงเช้าทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล ช่วงเย็น ได้จัดพบปะสังสรรค์ ครอบครัวสมาชิก แจกทุนให้กับลูกหลาน ทำประกันอุบัติเหตุ พร้อมช่วยเหลือครอบครัว สมาชิกฯ อย่างต่อเนื่อง ทางสมาคมฯ ว่างเว้นจัดกิจกรรมเป็นเวลา 2 ปี สืบเนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 สำหรับปีนี้จัดสังสรรค์ มอบสวัสดิการต่างๆ ให้กับสมาชิกมากมาย

สำหรับปีนี้ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมนายไพรัตน์ เพชรญวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายประพันธ์ ตรีบุปผา ปลัดจังหวัดฯ นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ. และแขกผู้มีเกียรติทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมงานมากมาย นายนิวัฒน์ ได้กล่าวให้กำลังใจกับสื่อมวลชนในวันนักข่าว การทำหน้าที่ของสื่อที่สร้างสรรค์ ตั้งใจทำงานนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การทำงานของข้าราชการ เอกชน ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง มีศักยภาพในการทำงานและห่วงใยในความเป็นอยู่ของสมาชิกและครอบครัว ของสมาคมฯ พร้อมกล่าวว่า เนื่องจากตลอดเวลาทำงานในตำแหน่ง ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชนทุกแขนงที่อยู่ในสมาคมผู้สื่อข่าวฯ เป็นอย่างดี เป็นสื่อกลางในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารไปยังพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสาธารณชน ส่งผลต่อกำลังใจและความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของผมและหน่วยงานในจังหวัดเป็นอย่างมาก พร้อมให้กำลังใจสื่อมวลชนของสมาคมหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา ให้มีพลังในการร่วมขับเคลื่อนจังหวัดให้เป็น “จังหวัดน่าอยู่” (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

พ่อเมืองกรุงเก่า เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันและมอบรางวัล ในงาน “วิ่งแล้วรวย” 2023 วัดตะโก “รวยสุขภาพ รวยบุญบารมี รวยทรัพย์สินเงินทอง สร้างสุขภาพและความสุขที่ยั่งยืนให้กับประชาชน ตลอดจนขับเคลื่อนกิจกรรม “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

ที่บริเวณลานอุทยานอนุสรณ์ 100 ปี หลวงพ่อรวยองค์ใหญ่ วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกิจกรรม “วิ่งแล้วรวย” พร้อมมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันวิ่ง โดยมี นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลตรี อภิชัย วิไลเนตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พร้อมภริยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายวิรัติ แข็งขัน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัด นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอภาชี นายสเกน จันทร์ผดุงสุข นายกเทศบาลตำบลภาชี แขกผู้มีเกียรติ และนักวิ่งเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน โดยได้รับเมตตาจาก พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ (ธรรมทส ขนฺติพโล ป.ธ.4) พระอาจารย์แก้ว รองเจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดตะโก และคณะสงฆ์วัดตะโก ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และสวดเจริญชัยมงคลคาถา เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า วัดตะโก กำหนดจัดการแข่งขันโครงการ “วิ่งแล้วรวย” 2023 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรม “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระยะที่ 2″ ที่ได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ร่วมกับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมสุขภาวะ สุขภาพ และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัด และบริเวณใกล้เคียง และหลักการสัปปายะ ทำให้วัดเป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ที่มาเกื้อกูลให้การทำสิ่งที่ดีแก่ชีวิต เป็นการเปิดพื้นที่ให้วัด ประชาชน และภาคราชการได้เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน ซึ่งมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสำคัญคือ “วัดสวยด้วยความสุุข” และ “การสร้างวัดในใจคน” ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งพุทธศาสนิกชนและผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ได้มีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่เข้มแข็ง สุขภาพจิตที่มั่นคง อันจะนำมาซึ่งสมาธิ และปัญญา โดยมี พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ หรือ พระอาจารย์แก้ว ผู้เป็นภาคีเครือข่ายผู้นำศาสนา เป็นผู้นำให้เกิดกิจกรรมดี ๆ ที่สร้างความเจริญรุ่งเรือง หลอมรวมความเป็นชาติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน”

พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ (พระอาจารย์แก้ว) กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งแล้วรวย” ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของหลวงพ่อรวย ที่ต้องการให้วัดเป็นที่พึ่งของทางญาติโยม กิจการพระศาสนา สังคมและสาธารณประโยชน์ โดยในกิจกรรมนี้ ทางวัดตะโกได้จัดทำ “เลสวิ่งแล้วรวย วัดตะโก ปี 2563 หลวงพ่อรวย ครบ 99 ปี” โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับโรงพยาบาลภาชี เพื่อสร้างอาคารผู้ป่วยและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯ อยุธยา “นิวัฒน์” บูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือเยี่ยมเยียน พบปะพี่น้องประชาชน ให้เข้าถึงบริการจากภาครัฐได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลภาชี ตำบลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือเยี่ยมเยียน พบปะประชาชน โดยได้รับเมตตาจาก พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ (พระอาจารย์แก้ว) รองเจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดตะโก พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าหน่วยงานภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมออกหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ โดยมี นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ โดยภายในงานมีการจัดบูธขายสินค้าราคาประหยัด ธงฟ้า สินค้าเกษตร และอื่นๆ อีกมากมาย

ที่ผ่านมา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้นำหน่วยงานร่วมบูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือเยี่ยมเยียน และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอลาดบัวหลวง และ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมร่วมกันในรูปแบบของการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่

โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำหนดจัดโครงการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบูรณาการออกหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือ เยี่ยมเยียน พบปะประชาชน ได้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมร่วมกัน ในรูปแบบของการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่อให้บริการกลุ่มเปราะบาง(เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ) และประชาชนในพื้นที่ ที่ยังไม่เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ให้สามารถที่จะเข้าถึงสิทธิในการเข้ารับบริการและความช่วยเหลืออื่นๆ จากภาครัฐได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงติดตามสภาพชีวิตความเป็นอยู่ และให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์ในเบื้องต้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำพุทธศาสนิกชน ร่วมกันทำบุญตักบาตรและพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2566

วันนี้ (6 มี.ค. 66) เวลา 07.00 น. ที่ วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นำพุทธศาสนิกชน ชาวจังหวัดอุทัยธานีร่วมกันทำบุญตักบาตรและพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2566 พร้อมด้วยนายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น

โดยพุทธศาสนิกชนได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ลด ละ เลิก อบายมุขทั้งปวง ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า และพิธีเวียนเทียน

ทั้งนี้สำหรับวันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูป ได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้น จึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำ หนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

จังหวัดชัยนาท ขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด จังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมหลวงปู่ศุข (401) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชัยนาท

การประชุมครั้งนี้ เพื่อรับทราบความเป็นมาของโครงการฯ ที่กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก เพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ดำเนินการขับเคลื่อน โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด (ทารกแรกเกิดที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราคลอดก่อนกำหนด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ร้อยละ 50 และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ร้อยละ 50 อีกทั้งที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งจังหวัดชัยนาท ที่ 1977/2566 ลงวันที่ 23 มกราคม 2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ ให้บูรณาการการทำงานทุกระดับตั้งแต่จังหวัด อำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยแต่งตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับ และให้มีผู้แทน 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการรับรู้ให้กับประชาชน เด็ก เยาวชน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่กำลังวางแผนจะมีบุตรควรตรวจโรค ความสมบูรณ์ของร่างกายก่อนที่จะตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์แล้วต้องรีบฝากครรภ์ที่สถานพยาบาล เพื่อให้ได้รับการดูแลจากกุมารแพทย์ ตลอดจนเมื่อเกิดเป็นทารก พร้อมทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดความรู้เกี่ยวกับการป่องกันการคลอดก่อนกำหนด และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร อาจทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดเป้าหมายการลดอัตราคลอดก่อนกำหนด ปีงบประมาณ 2566 ของจังหวัดชัยนาท จากข้อมูลหญิงตั้งครรภ์คลอดก่อนกำหนดของจังหวัดชัยนาทในปี 2565 จำนวน 129 คน เป็นฐานข้อมูลในการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดของจังหวัดชัยนาท ในปี 2566 มีเป้าหมายลดอัตราคลอดก่อนกำหนดไม่เกิน 65 คน (สุรพล บำรุงศรี / ชัยนาท)

ผู้ว่าฯ สระบุรี พร้อมพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2566

วันที่ 6 มีนาคม 2566 ที่วัดพระพุทธแสงธรรม ตำบลหนองนาก อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยนางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดและ ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดสระบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสระบุรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนา โดยหลังจากที่ทำบุญตักบาตร พระสุนทรธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธแสงธรรม เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี (ธ) กล่าวสัมโมทนียกถา

วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนา โดยเป็นวันพระธรรมที่มีเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้นเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต แปลว่าการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ได้แก่ วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ (15 ค่ำ เดือน 3) มีพระสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ที่มาประชุมนั้นทั้งหมดล้วนพระอรหันต์ โดยเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติวาทปาติโมกข์ อันเป็นหลักการทางพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสงฆ์ มีใจความย่อว่า ละความชั่ว ทำความดี นับว่าวันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาอย่างแท้จริง (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ฤกษ์ดี ”วันมาฆบูชา” วัดเชิงเขา “สระบุรีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ พระมหาธาตุเจดีย์ ปาสาทิโก”

เมื่อวันมาฆบูชา ที่ผ่านมา ที่วัดเชิงเขา ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี พระครูปลัดนิวัฒน์ อกิญจโน เจ้าอาวาสวัดเชิงเขา คณะกรรมการวัดฯ อุบาสก อุบาสิกา พุทธศาสนิกชน ชาวตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี และใกล้เคียง พร้อมใจกันประกอบพิธี “อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐาน ณ.พระมหาธาตุเจดีย์ ปาสาทิโก”

โดยได้รับพระเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก วัดไตรมิตรวิทยาราม (ประธานฝ่ายสงฆ์) นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี (ประธานฝ่ายฆราวาส) พร้อมกันนี้ยังได้รับความเมตตาจาก พระราชธีราภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย, พระราชวัชรสารบัณฑิต รศ.ดร. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วรมหาวิหาร รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนา มจร. ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) พร้อมคณะทีม (รักเมืองเพรียว) ร่วมในพิธี

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ คณะกรรมการจัดงานได้อาราธนาพระเถรานุเถระ เจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักร-เจริญชัยมงคลคาถา ประกอบด้วย พระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระครูศรีวรกิจจารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระมหาสมหมาย ธมฺมเสวี รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี (เจ้าคณะอำเภอต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี) ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ท่ามกลางความปลื้มปิติของเหล่าพุทธศาสนิกชน ที่ได้มาร่วมงานบุญอันยิ่งใหญ่ ร่วมอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐาน ณ มหาธาตุเจดีย์ “ปาสาทิโก” ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา “วันมาฆบูชา” ประจำปี 2566 ในครั้งนี้ (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

ชลประทาน ขอเข้าพบ ผู้ว่าฯ อยุธยา เพื่อนำเสนอข้อมูลและแผนการดำเนินงานสำรวจออกแบบ โครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ระยะที่ 2 เดินหน้าวางแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา

วันที่ 7 มีนาคม 2566 ณ ห้องประชุมมหาธาตุ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานรับฟังการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวข้องและแผนการดำเนินงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ระยะที่ 2 เวทีที่ 2 โดยมี นายสมัย ธรรมสัตย์ หัวหน้าคณะทำงานกลุ่มกิจการร่วมค้า STFIS JV กล่าวรายงานพร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำเสนอข้อมูลองค์ประกอบของงานสำรวจออกแบบรายละเอียดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สำหรับนำไปใช้ในงานสำรวจออกแบบโครงการในลำดับต่อไปให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยในหลายครั้งส่งผลให้พื้นที่การเกษตร ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะมหาอุทกภัยใน ปี 2554 มีพื้นที่น้ำท่วมกว่า 20 ล้านไร่ มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.42 ล้านล้านบาท กรมชลประทาน จึงได้ดำเนินการศึกษา โครงการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไปจนถึงทะเลอ่าวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากดำเนินการโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก สร้างความเชื่อมันให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ มีแหล่งเก็บกักน้ำเก็บกักไว้ใช้เพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค นอกจากนี้ยังมีถนนเลียบคลองทั้งสองข้าง ทำให้มีความสะดวกมากขึ้นในการเดินทาง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่รวดเร็วขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความมั่นใจในการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพพื้นที่อีกด้วย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดระดับจังหวัด

วันที่ 7 มีนาคม 2566 ณ ห้องประชุมมงคลบพิตร (2) ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดระดับจังหวัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นางพุทธิพร พลอยผักแว่น ท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ผู้แทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ด้วยกระทวงมหาดไทย แจ้งว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด เพื่อลดอุบัติการณ์การคลอดก่อนกำหนด และเชิญปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อเสนอแนะและกำหนดทิศทางการทำโครงการ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เพื่อขับเคลื่อนและบูรณาการการทำงานร่วมกันในระบบส่งเสริมสุขภาพและดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดของประเทศ รวมทั้งบูรณาการการทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ขอให้จังหวัดดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและมีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

1.รับทราบนโยบายและซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทย 2.ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดระดับจังหวัด 3.ให้จังหวัดดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัดเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการ ภารกิจอำนาจหน้าที่ เป้าหมายและการติดตามประเมินผลการดำเนินการ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราคลอดก่อนกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ร้อยละ 50 จากอัตราคลอดก่อนกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อีกร้อยละ 50 จากอัตราคลอดก่อนกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 4.ให้จังหวัดนำสื่อประชาสัมพันธ์ไปผลิตและเผยแพร่โดยใช้กลไกคณะกรรมการจาก 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน นำสื่อประชาสัมพันธ์ไปเผยแพร่ตามช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงอันตรายของการคลอดก่อนกำหนด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนให้สถานศึกษาต่าง ๆ เฝ้าระวัง ตรวจสอบและสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษาในสังกัดทราบถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงการบูรณาการระบบบริการสาธารณสุขของหน่วยงายในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์เพื่อลดอัตราคลอดก่อนกำหนด (เผอิญ ไทยสม / อยุธยา)

ผอ.คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งตัวแทนสังเกตการณ์ประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคพลังประชารัฐประจำจังหวัดฯ

วันที่ 5 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น. นางสาวณัฏฐ์อริญ แก้วญาณะสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้นายวีรยุทธ วิเศษบุญ พนักงานการเลือกตั้งปฏิบัติการ และนายนพดล พูลทรัพย์ ผู้ช่วยปฏิบัติงานพรรคการเมือง เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคพลังประชารัฐประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยในที่ประชุมฯ มีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการประชุมเพื่อเลือกตัวแทนพรรค และชี้แจงขั้นตอนวิธีการเลือกตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งใช้วิธีการเลือกตั้งแบบเปิดเผย (การยกมือ) และผลการเลือกตั้งตัวแทนพรรคพลังประชารัฐประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวน 3 คน ตามลำดับ ได้แก่

1. นายบุญเชิด ศิริยศ

2. นายชณทัต ปัทะมะภูวดล

3. นางรัชนี ศิริยศ

มีการกำหนดที่ตั้งสถานที่ทำการตัวแทนพรรคฯ คือ เลขที่ 25/5 หมู่ 2 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การดำเนินการประชุมดังกล่าวมีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมประชุม ประมาณ 80 คน ณ อาคารอเนกประสงค์วัดธรรมนิยม ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เผอิญ ไทยสม / อยุธยา)

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม “รวมพลังฟื้นฟูเขาขยาย จากเขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์” บริเวณพื้นที่เขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานการจัดกิจกรรม “รวมพลังฟื้นฟูเขาขยาย จากเขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์” พร้อมด้วยนางสาวชไมพร อำไพจิตร นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท โดยมีนายวิทยา ชพานนท์ ปลัดจังหวัดชัยนาท นายชัยวัฒน์ วิเศษการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชัยนาท ท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท อบจ.ชัยนาท และนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม

โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการรักษ์ษาทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูเขาขยายที่แห้งแล้งดั่งทะเลทรายให้กลับกลายมาเป็นเขาสวรรค์ โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 21 คัน ประกอบด้วย อบจ.ชัยนาท ปภ.เขต 16 ชัยนาท แขวงทางหลวงชัยนาท และเทศบาลต่างๆ ในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมฉีดพ่นน้ำกับต้นไม้ที่ปลูกไว้ ให้ได้รับความชุ่มชื้น อีกทั้งเป็นการต่อยอด ของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท คนที่ 52 ที่ได้บุกเบิกสถานที่ดังกล่าวให้เป็นที่รู้จัก

เขาขยาย เดิมเป็นพื้นที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ มีความแห้งแล้ง และถูกลอบขุดดินออกไป มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยเป็นพื้นที่เนินเขาประมาณ 157 ไร่ และพื้นที่ราบเชิงเขาประมาณ 843 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้กับสนามกีฬาชัยนาท (เขาพลอง) ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 8.6 กิโลเมตร ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานราชการจังหวัดชัยนาท รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้กลับมาสมบูรณ์ อีกทั้งเขาขยาย เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ พันธุ์นกที่หลากหลายแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงเป็นอนุสรณ์ แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวชัยนาท อีกด้วย (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

“บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ให้ส่วนราชการลพบุรีเป็นต้นแบบให้เกิดความยั่งยืนและสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมขยายผลโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” เพื่อให้ส่วนราชการได้ร่วมรับผิดชอบพื้นที่ก่อนการปลูก ระหว่างปลูก และการดูแลรักษาหลังการปลูกไม้ผลและผักให้เจริญเติบโตและเกิดความยั่งยืนทางด้านอาหารโดยใช้ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรีเป็นต้นแบบนำร่องให้แก่ทุกส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ 11 อำเภอ โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ปลัดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม ที่หน้าศาลากลางจังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ประชาสัมพันธ์จังหวัดฯ อยุธยา จัดกิจกรรมการรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการวางแผนและตัดสินใจกำหนดนโยบาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

วันที่ 1 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วนเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งมีเครือข่ายสื่อมวลชนแขนงทุกแขนง เข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 30 คน

โดยนางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับมอบหมายจาก กรมประชาสัมพันธ์ ให้ดำเนินการจัดกิจกรรมการรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรม 1 ใน 4 ตามแผนปฏิบัติราชการของกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2563-2580 และเป็นบทบาทสำคัญเบื้องต้นของการบริหารจัดการประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทำให้เกิดความเข้าใจทิศทาง แนวโน้ม ประเด็นความสนใจ และพฤติกรรมการบริโภคข่าวสาร และนำความเข้าใจนั้น มาใช้ในกระบวนการวางแผนและตัดสินใจ หากไม่มีกระบวนการรับฟังเสียงประชาชนทั้งในเชิงภาพรวมและในประเด็นเฉพาะต่าง ๆ ภาครัฐจะขาดข้อมูลพื้นฐานสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจในแนวนโยบายต่าง ๆ

สำหรับในช่วงเช้าจะเป็นการให้ความรู้ ในหัวข้อ “การเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 ครั้งนี้มีอะไร” บรรยายโดย นายวงศ์เชื้อ วิเศษวงษา หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในช่วงบ่าย เป็นการให้ความรู้ในหัวข้อ “สิทธิในการเลือกตั้ง ถ้าไม่เลือกจะเสียสิทธิอะไรบ้าง” บรรยายโดย ว่าที่ ร.อ.ทวีพงษ์ รินนาศักดิ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ วิทยากรจาก ปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เครือข่ายสื่อมวลชน ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่และระดับประเทศต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ปธ.แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะเยี่ยมชมโบราณสถานปราสาทนครหลวง เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่ ปราสาทนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าเยี่ยมชมโบราณสถานปราสาทนครหลวง โดยมี นายอำเภอนครหลวง และผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับและบรรยายประวัติความเป็นมาพื้นที่โดยรอบปราสาทนครหลวง

นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร ประธานแม่บ้านมหาดไทยฯ เปิดเผยว่า ปราสาทนครหลวง เป็นปราสาทที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2174 ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเป็นศาสนสถาน การก่อสร้างได้ถ่ายแบบทางสถาปัตยกรรมมาจากโบราณสถานปราสาทเมืองพระนครหลวง ก่อสร้างด้วยอิฐทั้งหลัง นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมครั้งกรุงศรีอยุธยาที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งยังเป็นที่มาของชื่ออำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีดำริในการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางหลังออกจากอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งบริเวณวัดนครหลวง จนถึงตลาดริมน้ำ มีร้านค้ากว่า 70 ร้าน มาจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของอำเภอนครหลวง ให้บริการนักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้สักการะแผ่นหินพระจันทร์ลอย ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหินแกรนิตทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร หนา 6 นิ้ว บนแผ่นหินมีรูปแกะสลักที่ค่อนข้างดูยาก ด้านหนึ่งสลักเป็นรูปพระเจดีย์สององค์และพระพุทธรูปสามองค์ ส่วนอีกด้านหนึ่งสลักเป็นรูปปลาคล้ายสัญลักษณ์ราศีมีน

ต่อจากนั้น ได้เดินทางไปสักการะพระบาทพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน ณ วัดกลาง อำเภอนครหลวง ฝาผนังภายในมณฑปเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน กลางมณฑปมีพระแท่นยกสูงบนลวดลายบัวคว่ำบัวหงาย มีบันไดเดินขึ้นได้ทั้งสี่ทิศ บนแท่นประดิษฐานประติมากรรมชุดพระกัสสปะเถรถวายบังคมพระศพพระพุทธองค์ ประกอบด้วยรูปโลงที่มีพระบาทตั้งตรงโผล่ออกมาทั้ง 2 พระบาท ทางทิศเหนือ มีสาวกคือพระมหากัสสปะยืนประคองอัญชลีอยู่ด้านข้างพระพุทธบาท โลงแต่งด้วยลายทองบนพื้นสีแดง งานศิลปกรรมโดยรวมเล่าเรื่องราวพระมหากัสสปะในคราวถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)