คดีดังกล่าวซึ่งเป็นที่สนใจไปทั้งสหรัฐ มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2564 เมื่อเมอร์ดอห์แจ้งความต่อตำรวจว่า พบนางแม็กกี เมอร์ดอห์ ภรรยาวัย 52 ปี และนายพอล เมอร์ดอห์ บุตรชายวัย 22 ปี เสียชีวิตใกล้กับคอกสุนัขในที่ดินของครอบครัว แม้ไม่มีการจับกุมใด ๆ เกิดขึ้นมานานกว่า 1 ปี แต่เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว อัยการฟ้องเมอร์ดอห์ข้อหาฆาตกรรม 2 กระทง และการครอบครองอาวุธ เพื่อก่ออาชญากรรมรุนแรง อีก 2 กระทง

เมอร์ดอห์ยืนกรานว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่อัยการของรัฐเซาท์แคโรไลนาระบุว่า เมอร์ดอห์ยิงภรรยาและบุตรชายในระยะประชิด ด้วยปืนไรเฟิลและปืนลูกซอง หลังจากการพิจารณาคดีที่ไม่ถึง 3 ชั่วโมง คณะลูกขุนตัดสินว่า เขามีความผิดในทุกข้อกล่าวหา และต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยไม่รอลงอาญา

นอกจากนั้น เมอร์ดอห์ยังเผชิญกับข้อหาทางการเงินชุดใหญ่ รวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า เขายักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสำนักงานกฎหมายที่ก่อตั้งโดยครอบครัว ซึ่งมีเขาเป็นหุ้นส่วน โดยอัยการระบุในศาลว่า เขาลงมือสังหารภรรยาและบุตรชายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากการกระทำผิดของเขา และเพื่อให้สังคมเห็นใจ

พยานมากกว่า 60 ปาก ถูกเรียกให้การกับเจ้าหน้าที่ แม้เจ้าหน้าที่ไม่พบอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรม แต่อัยการอาศัยหลักฐานแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ และเขม่าปืนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวว่า เมอร์ดอห์ อยู่ในที่เกิดเหตุ

Law&Crime Network

ในการพิจารณาคดี ทนายความของเมอร์ดอห์ยืนยันว่า ลูกความเป็นสามีและพ่อที่รักครอบครัว ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้กฎหมายที่เลอะเทอะ ขณะที่นายบัสเตอร์ เมอร์ดอห์ บุตรชายอีกคนหนึ่งซึ่งรอดชีวิต และเป็นพยานปากแรกของฝ่ายจำเลย ให้การว่าพ่อของเขารู้สึก “บอบช้ำ” และ “ใจสลาย”

ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายจำเลยยังโต้แย้งว่า “มันไม่น่าเชื่อ” ที่เมอร์ดอห์จะมีเวลามากพอในการลงมือฆาตกรรม ทำลายหลักฐาน และขับรถไปยังสถานที่ที่เขาใช้เป็นข้อแก้ตัว อีกทั้งยังไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด และไม่พบคราบเลือดบนเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในคืนนั้น เท่ากับว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นอะไรมากไปกว่า “ทฤษฎีสมคบคิด”

48 Hours

ทว่าในที่สุด เมอร์ดอห์กลับยอมรับเป็นครั้งแรกว่า เขาอยู่ที่คอกสุนัขในคืนเกิดเหตุ ก่อนภรรยาและบุตรชายถูกสังหาร และยังให้การเท็จอีกหลายครั้ง โดยอ้างถึง “ความหวาดระแวง” ที่มาจากการเสพติดยาแก้ปวดและการลักขโมยทรัพย์สินจากลูกค้า และผู้คนที่เขา “รักและห่วงใย” แล้วนำเงินไปใช้กับการสูบฝิ่น

3 เดือนหลังภรรยาและบุตรชายเสียชีวิต หรือเมื่อเดือน ก.ย. 2564 เมอร์ดอห์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง อย่างไรก็ตาม ตำรวจเปิดเผยในภายหลังว่า เมอร์ดอห์จัดฉาก โดยได้รับความช่วยเหลือจากญาติห่าง ๆ เพื่อที่บัสเตอร์ บุตรชายอีกคนของเมอร์ดอห์ จะสามารถรับกรมธรรม์ประกันชีวิตได้

ทั้งนี้ สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นปัจจัยหลักที่อัยการและคณะลูกขุนต่างเคลือบแคลงสงสัยในตัวเมอร์ดอห์ และพิพากษาให้เขารับโทษจำคุกตลอดชีวิตก็เป็นได้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS