นอกเหนือจากผลทางกฎหมาย การที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่าก่ออาชญากรรมนั้น อาจเปลี่ยนมุมมองของสาธารณชนที่มีต่ออดีตประธานาธิบดีคนนี้ ซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2567 จากพรรครีพับลิกัน ไม่ว่าจะเป็นการระดมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไพรมารี โดยกล่าวถึง “รัฐซ้อนรัฐ” และการแก้แค้น หรือการวิพากษ์วิจารณ์คู่แข่งของเขาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

หากว่ากันตามกฎหมาย การถูกฟ้องร้องไม่ถือเป็นการตัดสิทธิ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของสหรัฐไม่ได้ห้ามบุคคลที่อยู่ภายใต้การฟ้องร้อง หรือการสอบสวนคดีอาญา ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ดังนั้น ทรัมป์ยังคงมีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้นำ แม้จะมีข้อกล่าวหาติดตัวก็ตาม และเขายังคงมีสิทธิ ต่อให้จะถูกตัดสินว่ามีความผิด โดยไม่คำนึงถึงอุปสรรคในทางปฏิบัติ เช่น การจำคุกที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ทรัมป์ อยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยอัยการศาลรัฐบาลกลางเขตแมนฮัตตัน จากกรณีการจ่ายเงิน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.4 ล้านบาท) ให้แก่ น.ส.สตอร์มี แดเนียลส์ นักแสดงภาพยนตร์ผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิง “เปิดโปง” ความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ระหว่างเธอกับทรัมป์ ซึ่งเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

Reuters

เมื่อพิจารณาจากประวัติของทรัมป์ ในการใช้ประโยชน์จากความไม่พอใจของกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่า คำฟ้องนี้จะไม่เพียงกลายเป็นเสียงปรบมือเมื่อเขาปรากฏตัวทั่วประเทศ แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มการระดมทุนได้ด้วย

แม้กระทั่งก่อนที่คณะลูกขุนใหญ่แมนฮัตตันจะสั่งฟ้อง การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบทัศนคติสำหรับผู้นำพรรครีพับลิกันคนอื่น ๆ แม้ นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และอีกหลายคน จะประณามว่าเป็นการประหัตประหาร แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จริงจังขนาดนั้น

นอกจากนี้ ความเป็นไปได้อีกประการหนึ่ง คือ การฟ้องร้องอาจทำให้บรรดาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มาจากพรรครีพับลิกัน กล้าโต้เถียงอย่างอิสระมากขึ้นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรนำพรรคไปในทิศทางของผู้นำคนใหม่

ตามรายงานของสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ นายรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ระบุเป็นการส่วนตัวว่า เขาจะเริ่มแคมเปญหาเสียงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ประณามการฟ้องร้องของทรัมป์ ก่อนที่จะมีการประกาศ และเสียดสีจรรยาบรรณของทรัมป์ในฐานะนักการเมือง

แต่จนถึงขณะนี้ ผู้ที่เสนอตัวแล้ว และมีแนวโน้มเสนอตัวชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ต่างระมัดระวังอย่างมากในการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ เนื่องจากกลัวว่าจะสร้างความบาดหมางกับกลุ่มผู้สนับสนุนของอดีตผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนที่ยังคงมีอิทธิพลในการเลือกตั้ง

จากการสำรวจล่าสุดของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ผู้ที่วางแผนที่จะลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งไพรมารีพรรครีพับลิกัน ปี 2567 น่าจะสนับสนุน ทรัมป์ มากถึง 40%.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS