@เริ่มต้นที่ สถานการณ์ความไม่สงบใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ ล่าสุดยิ่งมี”ปฏิบัติการ” ก่อการร้าย ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ในพื้นที่ ซึ่งจะเน้น”ปฏิบัติการ” ในพื้นที่ของ”ปัตตานี” เป็นด้านหลัก ทั้งการ”ซุ่มโจมตี” เจ้าหน้าที่”ทหาร” และ”ผู้นำ”ท้องที่” ซึ่งเป็นกำลังของ”ฝ่ายปกครอง” ซึ่งข่าวจาก”วงใน” ของ”บีอาร์เอ็น” แจ้งว่า จะมี”ปฏิบัติการ” เช่นนี้ ตลอดทั้งเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือน”รอมฎอน” ที่เป็นเดือนแห่งความ”ศักดิ์สิทธิ์” ของผู้ที่นับถือ”ศาสนาอิสลาม”…..การฆ่าคนในเดือนนี้โดย”ฝีมือ” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ที่บอกกล่าวกับประชาชน “ปัตตานี” ว่าเป็นผู้นับถือ”ศาสนาอิสลาม” จึงเป็น”บาปใหญ่” ไม่ใช่”บุญใหญ่” หรือได้บุญ 10 เท่า อย่างที่”บีอาร์เอ็น”ทำการ”บ่มเพาะ” คนในพื้นที่ และเรื่องอย่างนี้ องค์กรหรือ “มุสลิมโลก อย่าง”โอไอซี” ต้อง”ประมาณ” และกล่าวโทษ”บีอาร์เอ็น” เช่นเดียวกับ” เจนีวาคอลล์” ซึ่งเป็น”เอ็นจีโอ” สากล และ ไอซีอาร์ซี” หรือ”องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ” ที่ต้องออกมา”สั่งห้าม” และ”ประณาม” การ”ปฏิบัติการ”ของ”บีอาร์เอ็น” ไม่ใช่วางตัวเฉย เหมือนกับเห็นดีด้วยกับ”ปฏิบัติการ”ในการ”ฆ่าคน” ในเดือน”รอมฎอน” ของ”บีอาร์เอ็น” เพราะ “องค์กรสากล” เหล่านี้ ไม่เคยแสดงความคิดเห็นอะไรเลยกับการใช้”ความรุนแรง”ของ”บีอาร์เอ็น “ …..ส่วนในพื้นที่ ผู้นำศาสนาเอง ตั้งแต่ระดับ “กรรมการอิสลาม”ประจำจังหวัด จนถึง”อิหม่าม” ที่เป็นผู้นำ”จิตวิญญาณ” ของ”ประชาชน” ในพื้นที่ ซึ่ง ฝ่ายความมั่นคงให้ ความสำคัญว่าการ สร้างความ”รุนแรง” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะ”แก้ได้” ก็ด้วยความ”ร่วมมือ” จาก”บาบอ”และ”โต๊ะครู-โต๊ะอิหม่าม” ในพื้นที่ ซึ่ง สุดท้าย ก็”คาดหวังไม่ได้ เพราะ”อิทธิพล”ของ”บีอาร์เอ็น” ยังสร้างความ”หวาดกลัว” จนไม่มีใครกล้าที่จะ”เสี่ยง” โดยให้ความร่วมมือกับ”เจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น”ตราบใด”ที่ “กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” ยังสามารถ”เคลื่อนไหว”เพื่อ”ซุ่มยิง” และ”วางระเบิดแสวงเครื่อง” ต่อ”เป้าหมาย”ในพื้นที่โดย”ประสบความสำเร็จ” ก็ อย่าหวัง ที่จะได้รับความ”ร่วมมือ” จาก ผู้นำ”ศาสนา” ชีวิตใครใครก็รัก”…..
@และที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังต้องระมัดระวังอย่าง”ยิ่งยวด” คือการที่”บีอาร์เอ็น” นำประเด็นของเหตุการณ์”ตากใบทมิฬ” ที่”ปฏิบัติการ”ในการ”สลายการชุมนุม” ของ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ – ทหาร เมื่อ 19 ปีก่อน ที่เป็นเหตุให้มี”คนตาย 80 กว่าศพ ถูก”หยิบยก” ขึ้นมาเพื่อ”ตอกย้ำ”ความ”เจ็บปวด” ของ “ประชาชน” ในพื้นที่อีกครั้งในเดือน”ถือศีลอด” เพราะ”บีอาร์เอ็น” ไม่ได้นับเดือนที่เกิดเหตุคือเดือน”ตุลาคม” 2547 “ ที่เป็น เดือนที่เกิดเหตุแต่”บีอาร์เอ็น” นับเดือน”รอมฎอน” เป็นเดือนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เนื่องจาก”ตากใบทมิฬ” เกิดขึ้นในเดือน”รอมฎอน” ของปี 2547 ดังนั้น พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 และรวมทั้ง ผบ.ฉก. ผบ. เลข 2 ตัว และ ฉก.ต่างๆ ในพื้นที่ ต้องรับรู้ความ”เป็นจริง” เพื่อที่จะได้มีการ “ระวังป้องกัน” เหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือน”รอมฎอน” และในห้วงของ”วันสงกรานต์” ที่เป็นวันแห่ง”สัญลักษณ์”ของ”รัฐไทย” ก็หวังว่า” แม่ทัพต้น” จะ แสดง”ฝีมือ” ให้คนใน “ปลายด้ามขวาน” ได้”ประจักษ์”ว่าเป็น”แม่ทัพ” ตัวจริงที่ไม่มี”นายเก่า” ค่อยทำหน้าที่”กำกับ” และ”บอกบท” เหมือนกับการ”เชิดหนังลุง”…..
@ส่วนเรื่องของ”คณะพูดคุยสันติสุข” ที่มี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็น”หัวหน้าคณะ” ก็ขอบอกคนในพื้นที่”รวมทั้งคณะ สล.3 “ ที่มาจาก”ภาคประชาชน” ว่าอย่า”คาดหวัง”อะไรให้”เลอเลิศ” เพราะจากการติดตาม “สถานการณ์” ของการ”พูดคุย” หลังจากที่ “ตันศรีซุลกิฟลี” ผู้อำนวยความสะดวกของประเทศมาเลเซีย เดินทางมาเยือนพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เมื่อต้นเดือน มีนาคม 2566 โดยฝ่ายความมั่นคงไทย” เลี้ยงรับรอง” อย่างไม่มีที่ติ และหลังจากนั้น”ตันศรีซุลกีฟลีฯ” ได้ “นัดแนะ” กับ”ฝ่ายเทคนิก” ของ “คณะพูดคุยฝ่ายไทย” ให้ไป”พูดคุย”หรือ”เจราจา” กับ”ตัวแทน”ของ”บีอาร์เอ็น” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์” ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่”สุดท้าย” มีแต่”ฝ่ายไทย” ที่ “รอเก้อ” เพราะฝ่ายของ”บีอาร์เอ็น” ไม่มา”ตามนัด” โดยที่”ตันศรีซุลกัฟลีฯ” ไม่มี “อำนาจ” ไป”สั่งการ” ให้”แกนนำ” บีอาร์เอ็น” มา ประชุมร่วมกับฝ่ายเทคนิก ของ”คณะพูดคุยฝ่ายไทยได้”การประชุมจึง”ล้มเลิก” เพราะโดน”บีอาร์เอ็นเท “ นี้คือสาเหตุที่”ทำให้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยของ”รัฐไทย” ต้องทำ”สาร” หรือ”จดหมายน้อย” ถึงตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” แทนการ”พูดคุย” หรือ”เจรจา” เพื่อขอร้องให้”บีอาร์เอ็น” ช่วยสร้าง”สันติสุข”ในเดือน”รอมฎอน” แต่สิ่งที่”บีอาร์เอ็น” ให้มาคือ”ความเงียบ” และ “สาร”จาก”บีอาร์เอ็น” ที่ ส่งถึงประชาชนชาวปัตตานีว่า ระหว่าง”สันติภาพ”กับ”เอกราช” บีอาร์เอ็น” เลือกอย่างหลัง ก็คงจะไม่”ตอกย้ำ” ว่า สถานการณ์ของการ”พูดคุยสันติสุข” ของ “รัฐไทย” ในรอบ 10 ปี “ก้าวหน้า” หรือ”ล้มเหลว” และ ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นคือ”คำตอบ” ที่ “สาธารณชน” ต้องไป”พิจารณา”เอาเอง…..
@ไม่อยาก”ตำหนิ” แต่ก็ต้องถามไปยัง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เรื่องการแก้ปัญหาการ”ตัดไม้ทำลายป่า” ในพื้นที่ จ.ยะลา ที่เกิดขึ้น”ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ป่าไม่ถูก”ตัดโค่น” ป่าสงวนถูก”แผ้วถาง” เป็นข่าวได้ทุก สัปดาห์ นี้ก็เป็นอีกความ”ล้มเหลว” หนึ่ง ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ใช่หรือไม่” และที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยไหน ที่เข้าไปพบการ”บุกรุก” ตัดไม้ ทำลายป่า สิ่งที่ทำได้คือ”ยึดของกลาง” แต่ไม่เคยจับคนที่เป็น”มอดไม้”ได้ เพราะไม่มีการ “เอาจริง” กับ ขบวนการ”สืบสวนสอบสวน” เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ ประเด็นนี้ต่างหากที่ ทำให้”คนทำผิด” กล้าที่จะทำผิดต่อไป เพราะ “เจ้าหน้าที่” ไม่เคยคิดที่จะเอา”คนผิด” มาลงโทษตาม “กบิลเมือง” หลายครั้งที่ เจ้าหน้าที่ทำการ”ตรวจยึดไม้ของกลาง” ตกกลางคืน”คนร้าย” มาขนไปเรียบร้อย รู้กันทั้ง”หมู่บ้าน” ว่า ใครเป็นผู้”บุกรุก” และใครเป็นผู้”รับซื้อไม้เถื่อน” แต่ขบวนการของรัฐไปไม่ถึงก็ฝากให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา “เอาจริง” กับ ขบวนการ ตัดไม้ทำลายป่า ถ้า”ตำรวจ” สามารถนำคนผิดมา”ติดคุก” อาจจะทำให้”มอดไม้” เกรงกลัว…..โดยเฉพาะ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่การ”ตัดไม่ทำลายป่า” ล้วนแต่รู้ดีว่าเป็น ฝีมือใคร เรื่องนี้ต้องฝาก สุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่บอกทุกคนว่าตั้งใจที่จะ”พัฒนา” แก้ปัญหาของ จ.ยะลา ให้ดำเนินการที่ ทำให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ทำหน้าที่ของ”ผู้นำท้องที่”ที่”แท้จริง” รับรองว่า”ไม้ต้นเดียว”ก็ไม่หายไปจากป่า…..
@ล่าสุด”นายทุน” มีการ”รุกป่า” ที่ ควนเขาวัง ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาวังพา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำของ”คลองอู่ตะเภา”มี”สายข่าว” แจ้งให้ “กอ.รมน.รับทราบ พร้อมทั้ง”ภาพถ่าย” การ “บุกรุกป่า” แต่ทราบว่า จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าตรวจสอบ ก็ถามกันตรงนี้ว่า “หน่วยอนุรักษ์ป่า” ของ จังหวัดสงขลา อยู่ที่ไหน จึงปล่อยให้ “นายทุน” บุกรุกป่าสงวนได้ขนาดนี้ ก็ต้องฝากให้” เจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจสอบด้วย…..
@งามหน้าทั้ง”ตำรวจ”สภ.ควนโดน จ.สตูล และ เจ้าหน้าที่ สรรพสามิต จ.สตูล ที่ปล่อยให้ พื้นที่ หลัง ที่ทำการองค์กรนบริหารส่วนตำบลวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล กลายเป็น “สถานที่”เก็บกักน้ำมันเถื่อน” ที่ ลักลอบบรรทุกด้วยรถยนต์ผ่านด่านศุลกากรวังประจัน มา “เก็บกัน” ก่อนส่งขายให้”ลูกค้า” วันก่อน กำลังของเทพสตรีชอง พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.กองกองกำลังเทพสตรี บุกเข้ายึดน้ำมันเถื่อนใน”แทงค์”ได้ จำนวนมาก ที่ สำคัญยึดรถ”กระบะ” ที่มี”แท็งค์” น้ำมันคันละ 1.000 ลิตร จำนวน 13 คัน นี้แสดงว่าทำกันเป็น”ขบวนการ” อย่าบอกนะว่า หน่วยงานในพื้นที่”ไม่รู้ไม่เห็น” เพราะเจ้าของรถรับสารภาพว่า ทำกันมานานแล้ว จำเลยของ เรื่องนี้ นอกจาก “ตำรวจ” ในพื้นที่” และ”สรรพสามิต” ที่มีหน้าที่โดยตรงในเรื่องการ”ปราบปรามน้ำมันเถื่อน”แล้ว อีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็น”จำเลย” คือ”ศุลกากร” ด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งประตูเข้า-ออก ระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ก็ไม่กว้าง แต่ทำไม จึงปล่อยให้ รถบรรทุกน้ำมันเถื่อน วิ่ง เข้า-ออก ขนน้ำมันกันได้ทั้งวัน เรื่องนี้”นายด่าน” วังประจัน หรือ “อธิบดีกรมศุลกากร” จะต้องให้”หูตาสว่าง” ก็ได้นะ…..เช่นเดียวกับ”เรือเร็ว” ที่ใช้ในการ”ขนบุหรี่เถื่อน” จากประเทศมาเลเซีย เข้ามายัง จ.สตูล ที่”แหล่งข่าว” บอกว่าเป็นของ” พ.ต.อ.คนหนึ่ง ที่อดีตเคยเป็น”ตำรวจกองปราบ” คนในจังหวัดสตูลเขารู้กันทั้งเมือง ก็ต้องถาม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รู้เรื่องนี้หรือไม่ ถ้าอยากรู้ก็ต้องถาม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ”บิ๊กโจ๊ก” รอง ผบ.ตร. เพราะเรื่องอย่างนี้ รับรอง ไม่พ้นหูพ้นตา”บิ๊กโจ๊ก” ไปได้แน่…..
@สำหรับ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบตร.อย่าทำให้คนจังหวัดสตูลผิดหวัง คือเรื่อง”เอาผิด”กับ”นายทุน” ที่”บุกรุกที่ดินของ”อุทยาน” บนเกาะหลีเป๊ะ อ.เมือง จ.สตูล เพราะวันนี้”ชักหวั่นๆ” ว่า เรื่องที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ” จะเป็นเช่นเดิม คือ”ไปไม่สุดทาง”เหมือนกับทุกๆครั้ง ที่มีการแก้ปัญหาเรื่องนี้และวันนี้”กลิ่นทะแม่งๆ” เริ่มโชยมาอีกแล้ว…..”น้ำมันเถื่อน” ยังเป็น”สินค้าเถื่อน” ที่ขึ้นชื่อลือชา ของ”ภาคใต้” ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันนี่เอง” ตชด.42 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช” จับกุมรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนเป็น”ดีเซล” จำนวน 40,000 ลิตร ขณะจะนำ “น้ำมันเถื่อน” ไปส่งให้ลูกค้า ที่ สำคัญ รถบรรทุกน้ำมันเถื่อน เป็นรถจาก จ.ขอนแก่น บริษัทที่เป็น เจ้าของรถบรรทุก อยู่ที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เป็นที่น่าสังเกตคือ รถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่ถูกจับกุมได้ ต่างเป็น รถบรรทุก ที่ เจ้าของ อยู่ในภาคอ่นของประเทศ เช่น รถบรรทุกน้ำมันที่ถูก “ศุลกากร “ อ.สะเดา จ.สงขลา ยึดไว้ 5 คัน เป็นรถจาก จ.พิษณุโลก รถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่ “ตำรวจ” สภ.ควนเนียง จ.สงขลา ยึดไว้ 6 คัน เป็นรถจาก จ.สระบุรี นี้แสดงให้เห็นว่า”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน” เป็นของ”กลุ่มทุน” จากภาคอื่นๆของประเทศ ที่เข้ามา”จ่ายตั๋ว” ให้ กับ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการ”ปราบปราม” น้ำมันเถื่อน ปัญหานี้จะแก้อย่างไร และ หน่วยงานไหนจะเป็น”เจ้าภาพ”……
@จะฟ้องใครดี เพราะ รัฐมนตรีคมนาคม “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ก็ไม่ได้อยู่รับผิดชอบกระทรวงนี้แล้ว จะฟ้อง”บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นแค่ “รักษาการนายกรัฐมนตรี” เดือน มีนาคม-เมษายน เป็นเดือดที่ ราคาตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน “ขูดเลือด” ผู้โดยสารอย่าง”มหาโหด” ตั๋วโดยสารจาก “ดอนเมือง –หาดใหญ่ เที่ยวเดียว 7,000 บาท เคยพบเคยเห็นมั้ยประชาชน วันนี้จึงมีเสียง”ก่นด่า” รัฐบาล”ระงม” ทุกสารทิศ ที่ปล่อยให้ “สายการบิน” ทุกสาย”เอารัดเอาเปรียบ” คนไทยแบบ”หน้าเลือด” ราคาตั๋วโดยสาร ที่”ถูกสุด” ในแต่ละวัน”ขาเดียว” 5,000 บาท ต้อง”แย่งกันจอง” แย่งกันซื้อ เรื่องนี้จะ”ร้องเรียน”กับใคร เพราะแม้แต่”ผู้คุ้มครองผู้บริโภค” ก็ไม่มี”น้ำยา” ที่สำคัญ ไม่เคยมี”รัฐบาล”ชุดไหน จะมีการ”กำหนดเพดาน” ที่”สูงสุด”ของ”สายการบินโลคอร์ค” ว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่” บิ๊กตู่” ครับ ไอ้ที่บอกประชาชนว่า “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ทำเรื่อง ราคาตั๋วเครื่อง อย่าให้”ขุดรีด” ประชาชนให้ได้ก่อน แล้ว ประชาชน จะให้”ทำต่อ” และ”ไปต่อ”……
@ในการประชุม “กต.ตร. เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา “ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” หลายท่าน ได้ ขอให้ “ตำรวจ” สภ.เมืองยะลา ดำเนินการกับ”สัตว์เลี้ยง ( วัว ) ที่ เจ้าของ ปล่อยเลี้ยง”เพ่นพ่าน” บนถนน หนทาง กลายเป็น” อันตราย” กับผู้”ใช้รถใช้ถนน” ปรากฏว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน” พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้ “สั่งการ” ให้ ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ดำเนินการ เรียกเจ้าของสัตว์เลี้ยง มาทำความเข้าใจในข้อ”กฎหมาย” วันนี้”ฝูงวัว” จึงหายไปจากท้องถนนบางแล้ว ประชาชนผู้”ใช้รถใช้ถนน” ฝากขอบคุณมา ณ ที่นี้…..นี่ก็เป็นการ “ฝากขอบคุณ” จากเจ้าของรถยนต์จำนวน 37 คัน ที่ถูก”สองผัวเมีย” ที่เป็น”นักต้มตุ๋น” หลอกเช่า และ”เชิดรถยนต์”ไป หลัง ที่มีการ”แจ้งความร้องทุกข์” พล.ต.ต. วรา เวชชาภินันท์ ผบก. ภ.จว. สงขลา ได้สั่งให้” พ.ต.อ.บรรเทิง เหล่าเจริญ ผกก.สภ.เมืองสงขลา และ พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สืบจังหวัด ติดตาม ยึดรถยนต์กลับมาได้ จากจำนวน 44 กว่าคัน ถ้า ทุกคดี ทำได้”สุดยอด” แบบนี้ “ต้นทุนทางสังคม” ของ”ตำรวจ” จะเพิ่มสูงขึ้น……
@เรื่อง”อิทธิพล”ของ”นักการเมืองท้องถิ่น” ที่ร่วมมือกับ”เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทำการ”ข่มขู่” คนในพื้นที่ เพื่อยึดที่ดินที่อยู่ระหว่างการ”ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์” ระหว่าง “เจ้าของ”ที่ดิน กับทาง”ราชการ” มาเป็นของ”กลุ่มตนเอง” ล่าสุดมีการ”ซื้ออาวุธสงคราม” ให้กับ”ผู้นำท้องที่”( บางคน) สะพายโชว์ เพื่อการ”ข่มขู่”คนงาน และ”ผู้รับเหมา” เข้าไป”รับจ้าง” ตัดไม้ยางพารา แถมวิธีการต่างๆ ในการ”กลั่นแกล้ง” เช่นการ”ตั้งด่านตรวจ” การ”เข้า-ออก” และการตรวจยึด”เลื่อนยนต์” เพื่อการ”ตรวจสอบ”หลักฐาน เดือนเดียว 7 ครั้ง เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับ”อุทัย เทือกสุบรรณ”นายอำเภอชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี รู้หรือไม่อย่างไร ไม่รู้ แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องของการใช้”อิทธิพล” ในการ”รังแก” ผู้”บริสุทธิ์ ผู้ได้รับความเดือดร้อน ขอร้องเรียนให้” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” ในฐานะที่เป็น”แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่ง เจ้าหน้าที่”การข่าว” เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการกับ”กลุ่มอิทธิพล” ด้วย…..
@กลับมาเรื่องของ”การเมือง” ในพื้นที่ของ”ภาคใต้” ซึ่งแม้ว่าจะมีหลายพรรคการเมือง ส่งผู้สมัครเพื่อหวัง”ที่นั่ง” ในภาคใต้ ที่มีจำนวน 60 เขตเลือกตั้ง โดย”ประเมิน” ถึงความ”ล้มเหลว” ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่”ประชาธิปัตย์” สูญเสีย”ที่นั่ง” สส.ให้กับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย 21 ที่นั่ง แล้วเชื่อว่า ณ วันนี้ ปี 2566 “ประชาธิปัตย์” ยัง”ตกต่ำ”เหมือนเมื่อปี 2562 จึงได้”รุมกินโต๊ะ” อาจจะเป็นการ”ประเมิน” ที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะ”ประชาธิปัตย์” ปี 2566 ภายใต้การนำของ”จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และ “นายกชาย” นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค และ สส.เขต 5 จ.สงขลา ซึ่งทำหน้าที่เป็น”รองหัวหน้าพรรคภาคใต้” ในการ”นำทัพ” ผู้สมัคร และรับผิดชอบ สส. 40 เขต บอกได้ว่า “ประชาธิปัตย์” วันนี้ไม่ใช่”ประชาธิปัตย์” เมื่อ”วันวาน” เพราะมีความ”พร้อมทุกด้าน” ในการ”ไสช้างศึก” เพื่อการ”สัปยุทธ” กับทุกพรรคการเมือง ดังนั้น พรรคการเมือง ที่ประเมิน”ประชาธิปัตย์”ผิดไป อาจจะต้อง”สะอื้นให้” หลังวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวัน”ชี้ชะตา” ขอทุกพรรคการเมือง…..
@แต่ที่ต้อง”จับตามอง” คือการเลือกตั้ง” ที่เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.สงขลา ซึ่งประกอบด้วย อ.ระโนด ,กระแสสินธุ์,สทิงพระ และ สิงหนคร บางส่วน ที่ต้องยอมรับว่า”พลังประชารัฐ” ของ”ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความ”กล้าหาญชาญสมร” สมเป็น”นายทหาร”แห่ง”บูรพาพยัคฆ์” ที่ส่ง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ลงสมัครในเขตนี้ ถ้ายังจำได้ เมื่อปี 2565พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เคยทำการ”จับกุม” นายชนนพัฒฐ์ ในข้อหา”เว็ปไซต์การพนัน” ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุด แน่นอนตาม”กฎหมาย” เมื่อคดียังไม่มีการ”พิพากษา” ยังถือว่า”บริสุทธิ์” ดังนั้นจึงเป็น”ดุลพินิจ” ของคนในเขตเลือกตั้งที่ 4 เป็นผู้ตัดสินว่า จะเลือกให้ “ชนนพัฒฐ์” เป็น สส. หรือไม่…..หลายคนที่”เห็นโพล” ที่ทำโดย”หน่วยงานสีเขียว” ที่ให้คะแนนพรรครวมไทยสร้างชาติของ”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “รักษาการนายกรัฐมนตรี” จะได้ สส.ในภาคใต้อย่าง”ถล่มทลาย” และได้ สส.ใน จ.สงขลา 4- 5 คน น่าจะเป็น”โพล” ที่ทำออกมาเพื่อ”ชะเลียร์” มากกว่าที่จะเป็น”โพล” ที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง เพราะในความเป็นจริง”รวมไทยสร้างชาติ” จะได้ สส.ในพื้นที่ภาคใต้”สูงสุด” ที่ 7 คน ต่ำสุดที่ 5 คน ตามรายจังหวัดดังนี้ 1 จ.นราธิวาส จาก”บ้านใหญ่” ของกระกูล”ยาวอหะซัน” 1 ที่นั่ง จาก จ.พัทลุง” เขต 2 ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ตระกูลธรรมเพชร 1 ที่นั่ง จ.ชุมพลจาก”บ้านใหญ่จุลใส” 1 ที่นั่ง จาก จ.สุราษฎร์ธานี 1-2 ที่นั่ง และหากโชคดี อาจจะได้จาก จ.สงขลา เขต 2 อีก 1 ที่นั่ง และจาก จ.นครศรีธรรมราช อีก 1 ที่นั่ง ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดเป็นแค่”อาจจะ”เท่านั้น เชื่อเถอะ”โพล”สำหรับภาคอื่นๆ อาจจะได้ผล แต่สำหรับภาคใต้เป็น”โพลหลอก” เพราะ”คนใต้” ไม่ชอบบอกความจริงว่าตนเองเลือกใครเป็น สส.
@เป็น”ยุทธศาสต์” ในการ”แก้เกม”ของ”เดชอิศม์ ขาวทอง” เพื่อให้คะแนนเสียงของ “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัคร สส.เขต 6 สงขลา ที่นอกจากต้องสู้กับ”เสี่ยโบ๊ต” อนุกูล พฤษษานุศักดิ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ที่มี”ฐานเสียง” ใน อ.สะเดา และยังถูก”ตัดคะแนน” จาก”รองอั๋น” ภูวดล วงษ์โสภณา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยการให้ “ดลรอหมาน กาเหย็ม “ รองนายก อบจ.สงขลา เพื่อลงสมัครในบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เพราะ” ดลรอหมาน” เป็น”อิสลาม” ที่ สามารถดึงคะแนนเสียงใน อ.สะเดา จ.สงขลาได้อย่าง”เป็นกอบเป็นกำ” ช่วยให้”น้ำหอม” ปลอดภัยใน”เซฟโซน” ที่มั่นใจได้ว่า”ชัวร์” นี่คือ”การบ้าน” ของใหญ่ของ”เสี่ยโบ๊ต” อนุกูล พฤษานุศักดิ์ ที่ถ้าต้องการตำแหน่ง สส. ก็ต้อง “แก้เกม” ที่ต้อง”ชนะ”ให้เด็ดขาดในพื้นที่ อ.สะเดา เท่านั้น…… แม้จะเรื่อง”กัญชาเสรี” เรื่อง”เขากระโดง” เรื่องรถไฟสายสีส้ม แต่พื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การ”นำทัพ” ของ”แม่ทัพภาคใต้อย่าง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” หรือ”โกเกี๊ยะ” ก็ยังน่าเป็นห่วง และถือเป็น”คู่แข่ง” ที่น่ากลัวของ”เจ้าถิ่น” อย่าง”ประชาธิปัตย์” ทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา ,ตรัง,พัทลุง ส่วน สตูล วันนี้ทุกพรรคยอมที่จะ”ยกธงขาว” ให้กับ”ภูมิในไทย” ไปแล้วเกือบทุกพรรค…..ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชาติ เป็นพรรคการเมืองที่”เป็นแชมป์” โดยมีพรรคการเมืองทุกพรรคต้องการที่จะ”ล้มแชมป์” ซึ่งเป็น”งานหนัก” ของ อดีต สส.เขตทั้ง 6 เขตของ”ประชาชาติ” ในการ”ป้องกันแชมป์” และเป็นงานที่”ไม่ง่าย” สำหรับ”วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค และ คณะกรรมการบริหาร ในการที่จะเพิ่มจำนวน สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดให้ได้อีกอย่างน้อย 2-3 ที่นั่ง และนอกจากนั้น”ประชาชาติ” ยัง”ตั้งใจ” และ”คาดหวัง” ที่จะได้ สส.นอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือเขต 2 จ.นครศรีธรรมราช ที่พรรคส่ง “อุดร น้อยทับทิม” อดีต รอง ผวจ.ยะลา ลงสมัคร และเขต 7 จ.สุราษฎร์ธานี ที่ส่ง “มนตรี เพชรขุ้ม” อดีต นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และนี้เป็น”งานหนัก”ของ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ที่ต้อง”เดินทาง” เพื่อช่วย”ลูกพรรค” ในการ”หาเสียง” ครั้งนี้…..
@เขียนถึงความไร้”ระเบียบ” และกลายเป็นการ”บดบังการมองเห็นของ”ผู้ใช้รถใช้ถนน” จาก”ป้ายหาเสียง” ของ บรรดาผู้”สมัครสส. และ”ป้ายโฆษณา” นโยบายพรรค แต่ กกต.”เพิ่งตื่น” มีการออกมาเตือน พรรคการเมือง และผู้สมัคร ในเรื่องการติดป้ายหาเสียง นี้แหละคือ”คณะกรรมการเลือกตั้ง” ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นอย่างสงสัยว่า ทำไม่จึง”จับกุม” การ”แจกเงิน” และการ”ซื้อเสียง”ไม่ได้ผล เพรา”ตื่นช้า” และ”รู้ช้า” นี่เอง….แล้ววันนี้ กกต. ทุกพื้นที่รู้หรือไม่ว่า” พรรคการเมืองหลายพรรคใช้”วิชามาร” ในการ”ซื้อเสียง” กันแล้ว ด้วยการ จดหมายเลขบัตรประชาชน จดเบอร์โทรศัพท์ เพื่อการ”จ่ายเงิน”แลกกับการ”ลงคะแนน”เลือกตั้ง และ กกต.รู้ยังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้”ประชาชน” ( ส่วนหนึ่ง ) มีการ”ขายเสียง” แบบ 2 เด้ง “ นั่นคือผู้สมัครต้องจ่าย “1 เด้ง” จากการเลือก สส.เขต และต้องจ่ายอีก “1 เด้ง” จากการเลือก “บัญชีรายชื่อ” ถ้าไม่รู้ก็ลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริง แต่ถ้า”รู้แล้ว” ถามว่าจะแก้การ”ซื้อสิทธิ์-ขายเสียง” ในครั้งนี้อย่างไร…..ในอดีตการเลือกตั้งในภาคใต้ก็แค่มีเพียงคำว่า”ไม่ได้สักเคือกไม่เลือกใคร” แต่วันนี้ที่เหมือนกันหมดคือ”เงินไม่มากาไม่เป็น” และถ้า “กกต. ที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเลือกตั้ง เป็นได้แค่”เสือกระดาษ” ถามว่า”การปกครองในนะบอบ”ประชาธิปไตย” จะพา”ประเทศไทย” ลงสู่”หุบเหว” หรือไปสู่ประเทศที่เป็น”อารยะ” แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ
—————————————————————
ไชยยงค์ มณีพิลึก
////////////////////////////////////////////////////

แขกบ้านแขกเมือง. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ให้การต้อนรับ โรเบิร์ต เอฟ โกเดค เอดอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องรับรอง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา
////////////////////////////////////////////

กวาดล้าง. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงข่าวการกวาดล้าง และติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญๆในพื้นที่ของ จ.ตรัง ซึ่งยึดได้อาวุธ และยาเสพติด มูลค่ากว่า 100 ล้าน ณ ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง
///////////////////////////////////////////////////

ระวังการทุจริต. ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา อำเภอเมืองตรัง พ.ต.อ.กษิดิด เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท) เขต 9 ร่วมกับ อบจ.ตรัง จัดโครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานของรัฐ ประจำปีงบประมาณ 2566/จังหวัดนำร่องขยายผลธรรมาภิบาล โดยมีนายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรังและคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
///////////////////////////////////////////////////

ยินดีด้วย. ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รอง ผวจ.ยะลา แสดงความยินดีกับ ประทีป ศุภวิบูลย์ผล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยะลา ในโอกาสรับตำแหน่ง อัยการคุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือทางกฏหมายและการบังคับคดีจังหวัดยะลา และรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว อีกตำแหน่ง ณสำนักงานอัยการจังหวัดยะลา
///////////////////////////////////////////////

เส้นทางการเมือง. ยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศบาลนครยะลา ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อสมัครเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ โดยมีพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลาและคณะผู้บริหารมอบดอกไม้แสดงความยินดีและให้กำลังใจ ณ เทศบาลนครยะลา
////////////////////////////////////////////////////////////

ตรวจเลือกตั้ง ธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดยะลา ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดยะลา ลงพื้นที่อำนวยการ และร่วมสังเกตการณ์การรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดยะลา พร้อมตรวจเยี่ยม คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จังหวัดยะลา
///////////////////////////////////////////////////////

ตรวจเยี่ยม. โอฬาร บิลสัน นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วย ประวิทย์ สุขสว่าง ปลัดอำเภองานป้องกัน ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก อส. ชคต.บาราเฮาะ พร้อมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย ข้อสั่งการของหน่วยเหนือ และในการนี้ ได้มอบอินทผาลัม-กระเช้าของบริโภคให้แก่กำลังพล เนื่องในเดือนรอมฎอน
///////////////////////////////////////////////////

ครัวเรือนยากจน. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา เยี่ยมครอบครัว ครัวเรือนยากจน ภายใต้โครงการ “1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน” พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น ให้กับครอบครัวนางสารีหะ เซมูโซ
/////////////////////////////////////////////////

กำลังใจ. พ.อ.อังคาร พร้อมสุข รอง ผอ.ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงพื้นที่เยี่ยมเยือน สมาชิกองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติ และมอบสิ่งของให้กับประชาชนสูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ใน ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
/////////////////////////////////////////////////////

ร่วมละศีลอด. พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ท.สิทธิกร เฝื่อคง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วย ข้าราชการในสังกัด สภ.เมืองยะลา และ คณะ กต.ตร.สภ.เมืองยะลา โต๊ะอิหม่ามหัวสะพาน ต.สะเตง ผู้นำชุมชนและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมละศีลอด ณ อาคารละหมาด ตึกอำนวยการหลังเก่า สภ.เมืองยะลา
//////////////////////////////////////////

ผู้ด้อยโอกาส มัสตูรี วาแมดีซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง พร้อมด้วย แอศฮัม เฮ็งปิยา รอง นายกฯ ซารีฟ วาเย็ง เลขานุการ พร้อมด้วย ซัมรี วาแมดีซา กำนันตำบลท่าธง และ ฮาสนา อาแด ผอ.รพ.สต.ท่าธง ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนให้กำลังผู้ด้อยโอกาส – ผู้พิการ พร้อมมอบถุงยังชีพ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตในช่วงเดือนรอมฎอน ฮ.ศ.1444 อันประเสริฐนี้ ณ พื้นที่ หมู่ที่ 7 บ้านเจาะกาแต ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา
/////////////////////////////////////////////////////

มอบอินทผาลัม. คอลีเยาะ หะหลี แกนนำสตรีอาสาคลายทุกข์ จังหวัดชายแดนใต้ และทีมงาน ลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อแจกจ่ายอินทผาลัมและอาหารแห้ง ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางและเด็กกำพร้า เพื่อใช้ในการละศีลอดในห่วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ จำนวน 10 ครัวเรือน
/////////////////////////////////////////////////

ร่วมประชุม. โยธิน ทองเนื้อแข็ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเขตอำเภอกระแสสินธุ์ ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำเดือนเมษายน 2566 อำเภอกระแสสินธุ์ ณ ศาลาประชาคม อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
///////////////////////////////////////////////////

เปิดศูนย์. ชัยเดช ปาละวงค์ นายอำเภอสทิงพระ เป็นประธานเปิดศูนย์แก้ไขปัญหายาเสพติดประจำตำบลบ่อแดงขึ้นเพื่อร่วมแก้ปัญหายาเสพติดทีกำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยมี วรพล ผุดผ่อง กำนัน ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ให้การต้อนรับ
////////////////////////////////////////////

หาเสียง. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รักษาการ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย ช่วยว่าที่ ร.ต.ไกรธนู แกล้วทนง ผู้สมัคร สส.เขต 4 สงขลา พบปะประชาชน หลังการได้หมายเลข 7 จาก โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
//////////////////////////////////////////////////

ดรีมทีมประชาธิปัตย์. นิพนธ์ บุญญามญี รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ชูมือ ผู้สมัคร สส.ทั้ง 9 เขตของจีงหวัดสงขลา หลังเดินทางมาสมัคร รับเลือกตั้ง ณ ที่ สนามกีฬาติณสูลานนท์ เทศบาลนครสงขลา
/////////////////////////////////////////////////////////////

สู้ศึกเลือกตั้ง เจือ ราชสีห์ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติสงขลา ผู้สมัคร สส.เขต 1 สงขลา นำทีมผู้สมัคร สส.สงขลา ไหว้ศาลหลักเมือง สงขลา เพื่อขอพร ให้ได้รับชัยชนะในการสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้
////////////////////////////////////////////////////

สรรเพชญมาแล้ว. สรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์เขต 1 หมายเลข 4 ขึ้นรถแห่พบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งทันที่ หลังได้หมายเลข จากการสมัครลงรับเลือกตั้งจาก กกต. โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในเขตเลือกตั้งเป็นอย่างมาก
///////////////////////////////////////////////////

ชัยชนะ. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ชูมือ แสดงความยินดีกับ ผู้สมัคร สส.ทั้ง 4 เขตของ จังหวัดปัตตานี โดยขอให้ผู้สมัครทุกคน ได้รับชัยชนะ ในการเลือกตั้งครั้งนี้
//////////////////////////////////////////////////////////



