แม้มีความพยายามในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และปรับตำแหน่งของตัวเองให้เข้าหาผู้ซื้อที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ทัปเปอร์แวร์ ก็ไม่สามารถหยุดยอดขายที่ลดลงฮวบฮาบ จนขณะนี้ บรรดาผู้บริหารของบริษัทต่างยอมรับว่า หากปราศจากทุนใหม่ แบรนด์เนม ซึ่งเคยพูดถึงกันไปทั่วนี้ อาจหายไปจากตลาด

“เราใช้ ‘ทัปเปอร์แวร์’ เป็นคำนาม ซึ่งมันค่อนข้างแปลกสำหรับแบรนด์ ๆ หนึ่ง” นางแคเธอรีน ชัตเทิลเวิร์ธ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์การค้าปลีก “แซฟวี มาร์เกตติง” กล่าว “ฉันคิดว่าคนรุ่นใหม่จะต้องประหลาดใจที่มันเป็นแบรนด์ในตัวของมันเอง”

ชัตเทิลเวิร์ธ กล่าวเสริมว่า ทัปเปอร์แวร์ คือ “ผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์” ในตอนที่วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทต่าง ๆ เสนอขายสินค้าทางเลือกมากมาย ซึ่งมีราคาถูกกว่า

แม้การฟื้นตัวในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้คนหันมาอบขนมและทำอาหารที่บ้านมากขึ้น จะทำให้ราคาหุ้นของทัปเปอร์แวร์สูงขึ้นตามไปด้วย กระนั้นมันก็อยู่เพียงชั่วคราว เนื่องจากยอดขายของบริษัทลดลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยสาเหตุหลักเป็นเพราะว่า บริษัท “ไม่มีนวัตกรรมมากพอ” ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะตามให้ทันคู่แข่ง

CBS News

นายเอิร์ล ทัปเปอร์ นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ก่อตั้งบริษัท ทัปเปอร์แวร์ เมื่อปี 2489 แต่บุคคลที่เป็นดั่งตัวแทนของบริษัท คือผู้หญิงชื่อ “บราวนีย์ ไวส์” ซึ่งสไตล์ที่สร้างสรรค์ และยอดขายของเธอ ทำให้ทัปเปอร์สะดุดตา และเลื่อนขั้นไวส์ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัท ในช่วงเวลาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกกีดกันออกจากห้องประชุม

ผลกระทบของไวส์ ที่มีต่อทัปเปอร์แวร์ ยังคงเป็นที่ถกเถียงในกลุ่มนักวิชาการ แต่หลายคนกล่าวว่า สิ่งนั้นมีบทบาทสำคัญในการนำผู้หญิงเข้าสู่โรงงานในอเมริกาช่วงหลังสงคราม เป็นการสร้างอาชีพ และเป็นแหล่งรายได้ให้กับผู้หญิงทั่วโลกด้วย

ขณะที่ นายนีล ซอนเดอร์ส กรรมการผู้จัดการของบริษัทให้คำปรึกษา “โกลบอลดาตา” กล่าวว่า ทัปเปอร์แวร์ “ล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงตามเวลา” ในแง่ของผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่าย พร้อมกับเน้นย้ำว่า วิธีการขายตรงผ่านฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัท “ไม่เชื่อมโยง” กับลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่ และผู้สูงอายุ

หากทัปเปอร์แวร์ดำเนินการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน บริษัทอาจอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างออกไปในตอนนี้ ทว่าในปัจจุบัน มันไม่มีเวลาให้เหล่าผู้บริหารของทัปเปอร์แวร์สงสัยว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น เพราะบริษัทอาจล้มละลายได้ หากไม่มีการอัดฉีดเงินสดอย่างรวดเร็ว และด้วยแบรนด์เนมซึ่งเป็นที่รู้จักเช่นนี้ โอกาสที่ยักษ์ใหญ่ด้านการค้าปลีกอย่างวอลมาร์ต หรือ แอมะซอน จะเข้ามาครองตลาดแทน ก็มีอยู่เช่นกัน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES