ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการเมื่อปี 2516 โดยความร่วมมือกับประเทศสมาชิกสำคัญในกลุ่มอาเซียน สามารก้าวข้ามความรู้สึกที่ค้างคาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความพยายามของรัฐบาลโตเกียว

ทั้งสถานะของการเป็นคู่เจรจารายแรกของอาเซียน, ความช่วยเหลือในช่วงวิกฤติการณ์ทางการเงิน, การตอบสนองต่อภัยคุกคามข้ามชาติ และอื่นๆ ญี่ปุ่นจึงไม่เพียงกลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคง และการทูตระดับสูงของภูมิภาค แต่ยังเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด จากการประมาณการบางอย่างอีกด้วย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวงกว้างมากขึ้น เช่น การแพร่หลายของเทคโนโลยีใหม่, ความท้าทายใหม่ในด้านต่าง ๆ อย่างห่วงโซ่อุปทานกับการลดคาร์บอน และการผสมผสานอำนาจหลักที่แออัดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องปรับความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ญี่ปุ่นและอาเซียนตระหนักถึงความเป็นจริงเหล่านี้ และงานที่กำลังดำเนินอยู่สำหรับปีแห่งการรำลึกเริ่มสะท้อนผลให้เห็นแล้ว โดยอาเซียนกับญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์ไปสู่ระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และหล่อหลอมความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในด้านต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ยิ่งไปกว่านั้น ญี่ปุ่นอาจจะมีบทบาทในการช่วยเหลือกระบวนการกระแสหลักของทรรศนะอาเซียนว่าด้วยอินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific) หรือ “เอโอไอพี” (AOIP) ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือทางทะเล, ความเชื่อมโยง, การพัฒนาที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่านี้ โดยในฝั่งของอาเซียน นอกเหนือจากความช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นสามารถมอบให้ในด้านต่าง ๆ เช่น เอโอไอพี แล้ว อาเซียนยังต้องหาทางยืนยันความเป็นศูนย์กลางของตนเอง ในบริบทเชิงสถาบันที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีอีพีเอ) ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มที่ดี แต่มันยังเพิ่มแรงกดดันให้อาเซียนรุกล้ำข้อตกลงกรอบการทำงานด้านดิจิทัลของตนเอง ที่แต่เดิมกำหนดไว้ว่าจะดำเนินการภายในปี 2568

การนำทางในสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์นี้ อาจไม่เพียงต้องการความก้าวหน้าเกี่ยวกับแผนการ แต่ยังต้องจินตนาการใหม่ถึงแนวคิดของประชาคมอาเซียน เมื่อกลุ่มวางแผนวิสัยทัศน์หลังปี 2568 แม้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในเมียนมาด้วยก็ตาม

ความท้าทายข้างต้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ อีกทั้งธีมของการครบรอบความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น ในปีนี้ นั่นคือ “มิตรภาพทอง โอกาสทอง” แสดงให้เห็นว่าการชี้นำไปด้วยกันนั้น ไม่เพียงช่วยนำทางฝ่าฟันอุปสรรค แต่ยังปลดล็อกโอกาสในการขยาย และกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สำหรับครึ่งศตวรรษถัดไปในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : aseanjapan50.jp