ตามรายงานที่เผยแพร่โดยสถาบันโลวี ในเมืองซิดนีย์ จีนเพิ่มขอบเขตโดยรวมของอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรุกเข้าไปในพื้นที่ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของสหรัฐ โดยดัชนีชี้วัดประเทศที่มีอิทธิพลในเอเชีย ซึ่งอิงตามข้อมูลที่รวบรวมตั้งแต่ 2561 และเป็นตัววัดอิทธิพลในด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ, เครือข่ายการป้องกัน, อิทธิพลทางการทูต และอิทธิพลทางวัฒนธรรม เผยให้เห็นว่า จีนมีคะแนนอิทธิพลมากกว่าสหรัฐ ในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความได้เปรียบในด้านอิทธิพลของจีน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการมีอยู่ของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ทางการค้ามูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 34.36 ล้านล้านบาท ) กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
นอกจากนี้ จีนยังมีคะแนนอิทธิพลด้านการทูตที่มากกว่าสหรัฐ ในทุกประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย ประเทศที่สหรัฐเคยมีคะแนนสูงสุดในด้านอิทธิพลทางการทูต ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ถึงการเดินทางเยือนประเทศต่าง ๆ หลายครั้ง และการยกระดับการแลกเปลี่ยนทางการทูต ที่จีนมีส่วนร่วมกับภูมิภาคแห่งนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานพบว่า สหรัฐยังคงมีความได้เปรียบที่แข็งแกร่ง ในด้านเครือข่ายการป้องกัน และอิทธิพลทางวัฒนธรรม แม้ว่าคะแนนอิทธิพลในทั้งสองด้านจะลดลงเล็กน้อย นับตั้งแต่ปี 2561
เหนือสิ่งอื่นใด การค้นพบของสถาบันโลวีเป็นการเน้นย้ำแนวคิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในกลุ่มผู้กำหนดนโยบายของรัฐบาลวอชิงตัน ที่ทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าการมีส่วนร่วมด้านความมั่นคงของสหรัฐกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น นำหน้าการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจไปไกล แม้สหรัฐจะมีการค้าและการลงทุนจำนวนมากในภูมิภาคนี้ก็ตาม
อนึ่ง ผลที่ปรากฏในรายงานอาจเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เมื่อคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” และแนวทางการทูตแบบ “กองพันหมาป่า” ที่สึกหรอของรัฐบาลปักกิ่ง ตลอดจนการมีส่วนร่วมในเอเชียตะวันตกออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ ภายใต้การบริหารของไบเดน
กระนั้น จุดแข็งของจีน โดยเฉพาะอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถตีความได้ว่า มันคือภาพสะท้อนของความใกล้ชิด และการให้ความสำคัญมากขึ้น ที่จีนมีต่อภูมิภาคแห่งนี้ อีกทั้งยังแสดงถึงความจริงที่ว่า สหรัฐมีส่วนร่วมทั่วโลกมากขึ้น นั่นจึงทำให้มีสิ่งสำคัญอื่น ๆ มากมาย ที่แย่งชิงความสนใจจากเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ชี้ให้เห็นว่า ความได้เปรียบของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เพราะไม่ว่าสหรัฐจะทุ่มเทให้กับภูมิภาคนี้มากแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าสหรัฐสามารถทำได้มากกว่านี้ แต่ภาพรวมจะยังคงแสดงให้เห็นถึง “แรงดึงดูดที่ไม่สมมาตรบางอย่าง” ต่อไปเช่นเคย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



