นายเดือง วัน ไทย หลบหนีมายังไทย เมื่อปี 2561 ด้วยความกลัวการประหัตประหารทางการเมือง หลังโพสต์และคลิปวิดีโอจำนวนมากบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลฮานอย และผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
จากรายงานของสถานีวิทยุเอเชียเสรี (อาร์เอฟเอ) เดืองหายตัวไปในช่วงเช้าของวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา หลังออกจากบ้านเช่าในกรุงเทพฯ เพื่อไปรับเพื่อนที่สนามบิน ขณะที่กลุ่ม “เวียดทัน” องค์กรสนับสนุนประชาธิปไตยที่ก่อตั้งโดยผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามใต้ เมื่อปี 2525 ระบุว่า เดืองถูกลักพาตัวเมื่อวันที่ 14 เม.ย.
Video shows Vietnam blogger Duong Van Thai leaving his Bangkok home for the last time. He is now in police custody in Vietnam. Sources told RFA that they believe Thai was abducted from Thailand by Vietnamese agents.https://t.co/Ybxpt9uMOw
— Radio Free Asia (@RadioFreeAsia) April 20, 2023
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในกรุงเทพฯ ดูเหมือนว่าตอนนี้ เดืองจะถูกคุมขังอยู่ในจังหวัดห่าติ๋ญ ทางตอนเหนือเวียดนาม และเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนาม ออกแถลงการณ์ในลักษณะเดียวกัน
Blogger Đường Văn Thái mất tích: Tiếng la cuối cùng để lại nhiều câu hỏi#RFAVietnamese #ThaiVanDuong #DuongVanThai #Vietnam #VietnamHumanrights #batcoc pic.twitter.com/p6430e6rLm
— Đài Á Châu Tự Do (@DaiAChauTuDo) April 25, 2023
อนึ่ง การดำเนินการนอกเขตประเทศเช่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงละครของรัฐ ในด้านความมั่นคงของเวียดนาม ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งการลักพาตัวที่ถูกกล่าวหาอย่างกรณีล่าสุด ยังเกิดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับการเยือนเวียดนามของบลิงเคน โดยเขาผลักดันให้ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตไปสู่ “ระดับยุทธศาสตร์”
กระนั้น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ วิจารณ์การตัดสินโทษจำคุกต่อ นายเหวียน ลัน ทางนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม เมื่อเดือนที่แล้ว ความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับเวียดนาม จะสามารถยกระดับจนถึงจุดสูงสุดได้ หากรัฐบาลของเวียดนามดำเนินการร่วมกัน เพื่อบรรลุภาระผูกพันและพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และปรับปรุงบรรยากาศด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ
การชี้ถึงประเด็นนี้ไม่ใช่การโต้แย้งว่า จุดยืนของสหรัฐไม่สมเหตุสมผล เพราะในยุคที่มีการเกิดขึ้นของประเทศที่มีอำนาจ ไม่ใช่ทั้งชาติตะวันตก หรือประเทศหลังอาณานิคม รวมถึงจีน และอินเดีย หลายประเทศอย่างเวียดนาม มีพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งพวกเขาต่างมองว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเพียงคำถามภายในประเทศเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สิ่งนี้ยังห่างไกลจากการรับรู้ของสหรัฐที่ว่า “จีนเป็นภัยคุกคาม” ซึ่งอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของระเบียบระหว่างประเทศ “แบบเสรี และอิงตามกฎเกณฑ์”
“รัฐบาลวอชิงตันกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในการเข้าใจผิดว่า เวียดนามต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี” นายบิล เฮย์ตัน ผู้ร่วมโครงการเอเชีย-แปซิฟิก ของคลังสมอง “ชัตแธม เฮาส์” ระบุ “สิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต้องการ คือ ความมั่นคงของระบอบการปกครอง และพวกเขาไม่สนใจในการเผชิญหน้ากับจีน”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : Radio Free Asia ( RFA )



