“มองปัญหาให้เป็นแค่ก้อนหินสะดุดได้แต่หยุดเราไม่ได้…จงปล่อยวางกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้”
คดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการ “เล่นแชร์” ในปัจจุบันมีมากมายหลากหลายคดีมาก ทั้งเป็นแบบข่าวเล็กลากไปจนถึงเป็นข่าวใหญ่ก็มี แต่ถ้าจะว่ากันถึงคดีแชร์ที่เป็นระดับมหากาพย์ที่สั่นสะเทือนจนถึงขั้นเป็นข่าวใหญ่ต่อเนื่องหลายวัน เชื่อว่าหลายท่านคงนึกกันออกว่าคือ “แชร์แม่มณี” นั่นเอง

เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. 2562 ชั่วโมงนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก “คดีแชร์แม่มณี” เจ้าแม่แชร์พันล้านลวงโลก มีผู้เสียหายจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศแจ้งจับ หลังตำรวจบุกจับคาห้องพักใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สิ้นสภาพไฮโซสาว สุดยอดนักธุรกิจดีเด่น ตอนนั้นแม้เจ้าตัวจะยังปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้โกง แค่ยังไม่ได้จ่ายดอกเท่านั้นก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้สืบเสาะยึดอายัดทรัพย์สินและหาตัวผู้ร่วมขบวนการ ก่อนสรุปสำนวนส่งดีเอสไอที่รับเป็นคดีพิเศษ
คดีนี้เริ่มจากเช้าตรู่วันที่ 2 พ.ย. 62 ตำรวจ บก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย บก.สส.บช.น. นำหมายศาลเข้าจับกุมตัว น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ เดียร์ หรือที่รู้จักกันในฉายา “แม่มณี” และนายเมธี ชิณภา อายุ 20 ปี สามี ในห้องพักชั้น 2 ตึกแถวเลขที่ 35/20 กลางชุมชนเมืองตลาดเอกธานี กม.10 หมู่ 1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งด้านล่างเปิดเป็นร้านตัดผมชายชื่อ ป้าบาร์เบอร์ แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบทางคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนั่งเครื่องบินไปส่งตัวที่สภ.เมืองอุดรธานี ตามหมายจับ

หลังจากพบว่าแม่มณีกับสามีได้หลบหนีไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี ได้ประมาณ 3-4 วันแล้ว และขณะถูกจับกุมมีเงินติดตัวเพียง 13,000 บาทเท่านั้น ทั้งสองมีสภาพคล้ายคนหมดราศีไม่หลงเหลือภาพความเป็นไฮโซที่มีชีวิตหรูหราเช่นเคย และอยู่ในห้องที่หลบซ่อนตัวโดยไม่มีเฟอร์นิเจอร์อำนวยความสะดวกใดๆ อย่างไรก็ตาม แม่มณีเองก็ยังยิ้มได้และไม่ได้มีท่าทีหวาดวิตกหรือมีอาการเครียดแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันตำรวจยังได้ไปตรวจค้นที่บ้านมารดาของแม่มณีในพื้นที่อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พบรถยนต์หรู 3 คัน ที่เป็นชื่อของแม่มณี ประกอบด้วย รถเมอร์ซิเดสเบนส์ รุ่น slk200 สีเหลือง ทะเบียน ฐย 4410 กรุงเทพมหานคร, รถบีเอ็มดับบลิวยู รุ่น Z4 สีดำ ทะเบียน 6 กภ 5678 กรุงเทพมหานคร และรถบีเอ็มดับบลิวยู รุ่น 320 d ทะเบียนป้ายแดง ท-9209 กรุงเทพมหานคร รวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท จึงตรวจยึดไว้
ต่อมาเมื่อเครื่องบินลงจอดที่กองบิน 23 อุดรธานี ตำรวจควบคุมตัว แม่มณีกับสามี ไปที่ สภ.เมืองอุดรธานีทันที ก่อนนำตัวเข้าสอบสวนและดูของกลางที่ตรวจยึดเป็นทองปลอมที่ใช้สำหรับจัดฉากไลฟ์สดและตู้เซฟ 1 ใบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้แม่มณีเป็นคนเปิดเซฟเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่อยู่ข้างใน แต่เจ้าตัวอ้างว่าต้องใช้กุญแจเปิดพร้อมกับใส่รหัส แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่ากุญแจอยู่ที่ไหน
จากนั้นได้ควบคุมตัวแม่มณีกับสามีไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหาของโรงพักเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม และจะส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดอุดรธานีและคัดค้านการประกันตัว ขณะที่มียอดของผู้เสียหายที่มาแจ้งความแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2561-1 พ.ย. 2561 รวมจำนวน 232 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 128 ล้านบาท

ขณะที่ตำรวจ ปอศ.ก็ได้ทำหนังสือเรียนผู้บังคับบัญชาก่อนจะส่งไปยังสภ.เมืองอุดรธานี เพื่อทำการอายัดตัวแม่มณีกับสามี หลังมีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มถึง 150 ราย ซึ่งหลังจากนี้จะได้รวบรวมข้อมูลส่งให้ดีเอสไอดำเนินการต่อ
วันถัดมาตำรวจก็ได้ขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการโดยเข้าตรวจค้นบ้านและอาคาร 6 จุด พบหลักฐานทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ เอกสาร ซึ่งได้อายัดอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา ที่แม่มณีเป็นผู้ครอบครอง และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 คูหา ที่มี น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาของแม่มณีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และโฉนดที่ดิน รถยนต์หรู 3 คัน ส่วนประเด็นที่ว่าจะมีใครเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลัง คงจะต้องพิสูจน์ทราบทางเชิงลึกรวมถึงเส้นทางการเงินว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่อย่างไร
ตอนนั้น แม่มณียังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่ามีการระดมทุนลูกแชร์จริงว่า แต่ไม่ได้มีเจตนาจะโกงผู้เสียหาย เพียงแต่ยังไม่ได้จ่ายดอกให้ลูกแชร์เท่านั้น
สำหรับประวัติ “แม่มณี” ภูมิลำเนาเป็นชาวจ.อุดรธานี เติบโตมาจากการเป็นเน็ตไอดอลขายตุ๊กตาออนไลน์ เธอใช้เวลาไม่ถึง 3 ปี ในการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง และเริ่มมีตัวตนด้วยการเป็น “แม่มณี” โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ทำศัลยกรรมผิดพลาด ก่อนออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนใน จ.อุดรธานี ว่าไปทำศัลยกรรมทรวงอกกับคลินิกแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แล้วเกิดแผลจากการผ่าตัด เรียกร้องให้ทางคลินิกรับผิดชอบเยียวยาชดใช้ให้จนเป็นข่าวครึกโครม ทำให้มีคนสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มพริตตี้เอ็มซีที่สนใจเรื่องการทำศัลยกรรม

หลังมีภาพทำธุรกิจหลายอย่าง เปิดตัวแบรนด์สินค้าเครื่องสำอางชื่อ MANILA (มะนิลา) และมีการจ้างเซเลปดาราร่วมงานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสถานบันเทิง FakeBar เจ้าของกิจการแม่มณี PoolVilla กิจการห้างทองแม่มณี 2019 และเจ้าของกิจการร้านCerveConceptCar Udonthani ที่มีสาขาอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย
ทำให้ “แม่มณี” ได้รับการยกย่องให้เป็นไฮโซสาวที่สวยและรวยมากอีกหนึ่งคนของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารอายุน้อยและมีธุรกิจมากมาย จนได้รับรางวัลสุวรรณกาย คือบุคคลต้นแบบความดีและความสำเร็จ และรางวัล ASEAN ENTERPRISE AWARDS 2019 สาขานักธุรกิจดีเด่น จากชมรมพัฒนาบุคลิกภาพก้าวสู่ความสำเร็จแห่งประเทศไทย
แต่หลังจากที่ “แม่มณี” ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกจับกุมตัวดำเนินคดีตามที่ปรากฎเป็นข่าว ทางชมรมพัฒนาบุคลิกภาพก้าวสู่ความสำเร็จแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับ เรื่องเพิกถอนรางวัลจากแม่มณี เนื่องจากเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มิได้ประกอบอาชีพนักธุรกิจเพียงอย่างเดียว โดยได้ประกอบกิจการอื่นที่มีผลกระทบและทำความเสียหายแก่ผู้อื่น จึงขอถอดถอนชื่อออกจากทำเนียบอย่างเป็นทางการ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2565 ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาคดีแชร์แม่มณี ระบุว่า ระหว่างวันที่ 9 มี.ค. 62 – 30 ต.ค. 63 จำเลยได้ร่วมกันกระทำความผิด เจตนาทุจริตหรือโดยการหลอกลวงได้บังอาจร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ คอมพิวเตอร์โปรแกรมเฟซบ๊ก (FACEBOOK)
ประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยโดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ โดยมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงจำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาทต่อหนึ่งวง เมื่อครบกำหนด 9 เดือนนับ แต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่แจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงละ 1,930 บาท
ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้นอีกหลายระบบและหลายครั้ง แต่ความจริงแล้วไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น จนเกิดความเสียหายแก่จำนวน 2,533 ราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359 บาท
พิพากษาว่า แม่มณีและสามีกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำนวน 2528 กระทง จำคุกกระทง ละ 5 ปี รวม 12,640 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 5,056 ปี 15,168 เดือน
แต่กฎหมายคงจำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี จึงจำคุกไว้คนละ 20 ปี และให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ย
ถือเป็นคดีแชร์ระดับตำนานที่ยากจะลืมเลือน ทั้งยังใช้เป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจได้เป็นอย่างดี..หากเท้าแชร์คนไหนกำลังคิดที่จะหลอกลวงประชาชน.
ข่าวสารตำรวจ
ยกเสาเอกเสาโท
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ได้มีพิธียกเสาเอก เสาโท ในการก่อสร้างร้างที่ทำการตำรวจทางหลวงหลังใหม่ ที่ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมี พระครูโสภณกิตติสาร( หลวงพ่อเสกสรร) วัดป่าศรีบุรี เจ้าคณะอำเภอชุมแพ และอ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ประธานสวดถอนพื้นที่ก่อสร้างไหว้เจ้าที่วางแผ่นเงินแผ่นทอง คาถาในหลุมเพื่อเป็นสิริมงคล ร่วมด้วย พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก(อดีด ผกก)เป็นประธาน ยกเสาเอก นายสิโรตม์ แดงภูมี ผอ.แขวงทางหลวง ขอนแก่นที่ 1 ยกเสาโท พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรัตน์ ฉิมทิม (อดีด ผกก)พ.ต.อ.จรุงศักดิ์ จำรูญ ผกก4ทล.พ.ต.ท.ศิวกริช ศิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก4ทล. พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.ส.ทล1กก4ทล.ร้อยเอ็ด พ.ต.ต.ฐกร ทองอิงครัต สว.ทล2กก4ทล.ขอนแก่น.พ.ต.ท. สว.สทล 3กก4ทล.อุดรธานี พ.ต.ท.กฤติเดช ภูรัพพา สว.สทล4กก4.ทล เลย. พ.ต.ท.ไพโรจน์ ทรัพย์ประเสริฐ สว.ส.ทล.5กก4ทล.สกลนคร.พ.ต.ต.สมโชค เหลื่อมประเทศ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการตำรวจ จนท.กรมทางหลวง และประชาชน ร่วมในพิธียกเสาเอก เสาโท
นายภวัต จันทร์แสง กรรมการบริหาร หจก.วรธรรมการก่อสร้าง ผู้รับเหมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การก่อสร้างอาคารที่ทำการตำรวจทางหลวงนั้น ใช้ระยะเวลาประมาณ 9 เดือน ในวงเงิน 20ล้านบาท อยู่ในการควบคุมของ กรมทางหลวงเพราะเป็นงบประมาณกรมทางหลวง อนุมัติให้ก่อสร้างแทนหลังเก่าที่มีการใช้งานมานานมาก เริ่มก่อสร้างครั้งแรกตั้งแต่ปี.2509จนถึงปัจจุปัน. ด้านพ.ต.ท. ศิวกริช ศิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก4บก.ทล.กล่าวว่า อาคารที่ทำการตำรวจทางหลวงนี้ สร้างทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นที่1เป็นสถานีตำรวจทาง2กก4บก.ทล.ขอนแก่น.ชั้นที่2เป็นกองกำกับการ 4 บก.ทล.ชั้นที่3เป็นห้องประชุมใหญ่ นับได้ว่าเป็นกองกำกับฯที่สวยงามหนึ่งในภาคอีสานตอนบน
ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ
พ.ต.อ.ชนะไชย เกษมวงศ์ ผกก.สภ.เสม็ด ร่วมกับ รพ.เอกชล 2 โดย นายแพทย์ เกศดา จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์โรงพยาบาลเอกชล 2 ได้ตกลงจัดทำโครงการอำนวยความสะดวกการจราจร ให้รถพยาบาลนำส่งผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลเอกชล 2 โดยทำบันทึกความร่วมมือ ณ โรงพยาบาลเอกชล 2 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมี นางพรนภา ปิ่นทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ.เอกชล 2, พร้อมคณะจนท.รพ.เอกชล 2, พ.ต.ท.ปรีชา เรืองศรี รอง ผกก.ป.สภ.เสม็ด พ.ต.ต.ดนัย เสถียรเขต สวป.สภ.เสม็ด พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจราจร สภ.เสม็ด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ดังกล่าวนอกจากนี้ยังมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทำร้ายร่างกายในโรงพยาบาล โดยเหตุการณ์สมมุติวัยรุ่นตามเข้ามาทำร้ายคนบาดเจ็บในโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้สกัดกั้นเอาไว้ และประสานกับทางสถานีตำรวจภูธรเสม็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาป้องกันระงับเหตุ และเข้าจับกุมผู้ที่ก่อเหตุ ด้วยยุทธวิธีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรเสม็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและอีกเหตุการณ์ คือ แผนเผชิญเหตุนำคนไข้ฉุกเฉินส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลโดยมีการติดต่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำทางรถฉุกเฉินของโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกเส้นทางจราจรให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยพ.ต.อ.ชนะไชย เกษมวงศ์ ผกก.สภ.เสม็ด ได้ให้ข้อควรรู้ทางกฎหมายว่า การทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ผิดกฎหมาย มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รอง ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยม
พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธาณี ผกก.สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ร่วมต้อนรับและรับการตรวจเยี่ยมของ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย. ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งได้ตรวจเยี่ยมโครงการชุมชนยั่งยืนของ สภ.สตึก จว.บุรีรัมย์ ณ เทศบาลตำบลสะแก บ้านสะแก ม.1 ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

ทดสอบความรู้
พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มอบหมายให้ พ.ต.ท.กฤติเดช สุพรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ชุมแพ นำข้าราชการตำรวจ สภ.ชุมแพ ที่ได้รับมอบหมายภารกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการเลือกตั้ง ปี 2566 ร่วมเฝ้าฟังการฝึกอบรมและทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการทดสอบผู้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการเลือกตั้ง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) ณ ห้องประชุม สภ.ชุมแพ

ร่วมงานอุปสมบท
นายเพิ่มสิน คณิตวานนท์ ประธานชมรมกีฬาตำบลคลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของ พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์-ศิริพร วงศ์กาฬสินธุ์ ผกก.สภ.ปากพลี จ.นครนายก และภรร ยา ที่วัดบึงบวรสถิตย์ (บึงล่าง) ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง ซึ่งมี ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และญาติๆ ร่วมบุญอย่างมากมาย เมื่อวันก่อน
สวนสนุกแฝงพนัน
ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ว่ามีกองคาราวานมหกรรมสินค้าและคอนเสิร์ตมาเปิดแสดง แต่ลานด้านข้างกลับเปิดเล่นการพนัน อาทิ บิงโก ปาโป่ง จับไข่ จับสลากเรียงเบอร์ เพื่อแลกเป็นตุ๊กตา โดยมีเยาวชนนั่งเล่นและปาโป่งกันอย่างคับคั่ง โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด ถือเป็นการเข้าข่ายเล่นการพนันประเภท 2 อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงหรือจริงเท็จประการใด ยังไงก็ขอฝากถึงผู้บังคับบัญชาที่ช่วยตรวจสอบให้หน่อยเพื่อความสบายใจของประชาชน.
บำเพ็ญประโยชน์
พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม พร้อมด้วยพ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล รอง ผบก.ปคม. พ.ต.ต.สิษฐ์ พูลวงศ์ สว.กก.2 บก.ปคม.น.ส.นพพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง จนท.ตร.ปคม.นำนักเรียนนายสิบฝึกงานในส่วนของบก.ปคม. ร่วมกับ จนท.เทศบาลตำบลพลา จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง และเยาวชนในความคุ้มครอง ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ความสะอาด เก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ริมชายหาดพลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยกิจกรรมวันนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน มีความรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เพื่อให้ชายหาดเกิดความสวยงาม ลดมลพิษต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลไทยรวมถึงการรณรงค์ให้ตระหนักถึงการใช้ถุงพลาสติกและการทิ้งขยะลงในบริเวณทะเล
**********************************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป

















