ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำลังเข้าสู่ปีที่ 4 สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกได้ชะลอตัวลง หลายประเทศทั่วโลก ทยอยเปิดพรมแดน และเป้าหมายหลักของสาธารณสุขทั่วโลก ได้เปลี่ยนจากการต่อสู้กับโรคระบาด หันไปสู่การฟื้นฟูภายหลังโรคระบาด เพื่อเร่งบรรลุ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทำให้มนุษย์ทุกคนสุขภาพดีและมีความเป็นอยู่ที่ดี หลายประเทศทั่วโลกได้เร่งผลักดันเป้าหมายการพัฒนาด้านสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคระบาด

ไต้หวันสนับสนุนเป้าหมาย “1 พันล้าน 3 กลุ่มเป้าหมาย” (Triple-billion targets) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) สร้างห่วงโซ่อุปทาน ด้านบริการสาธารณสุขที่มีความยืดหยุ่นและเท่าเทียมมากขึ้น สร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ครอบคลุมและเท่าเทียมกัน เริ่มตั้งแต่ระบบรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิ ให้บริการประชาชนด้านการป้องกัน การจัดการ และการดูแล

ดร.จวง ซั่ว ฮั่น ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย

ไต้หวันสามารถแบ่งปันประสบการณ์การสร้างความร่วมมือแบบข้ามภาคส่วน การบูรณาการ นวัตกรรมและงานสาธารณสุขทั่วโลกที่มีสุขภาพของมนุษยชาติเป็นหัวใจสำคัญ ช่วยให้ประชาคมระหว่างประเทศบรรลุเป้าหมายสุขสวัสดิ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเร็ว

5พี (5P) ที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ผลักดันให้มีความสำคัญเป็นอันดับแรกนั้น คือ การส่งเสริมสุขภาพ (Promoting) การแบ่งปันผลลัพธ์ด้านสุขภาพ (Providing) ความปลอดภัยอนามัย (Protecting) การเพิ่มขีดความสามารถ (Powering) การสร้างเสริมการดำเนินงานของดับเบิลยูเอชโอ (Performing)

นับตั้งแต่ปี 2538 ไต้หวันผลักดันระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Insurance หรือ NIH) เดินหน้าสร้างเสริมสุขภาพ (Promotion) และป้องกันโรค (Prevention) อย่างต่อเนื่องให้ชาวไต้หวันในแต่ละช่วงวัย ทำให้ชาวไต้หวันได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงมี

ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของไต้หวัน เป็นตัวอย่างที่ประสบความความสำเร็จตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โรคโควิด-19 ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาค และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้กับการแพทย์มากขึ้น

นอกจากนี้ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านสุขภาพระดับโลกแล้ว ไต้หวันจะกระชับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนกับเครือข่ายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อแบ่งปันนวัตกรรมเทคโนโลยี ประสบการณ์ และการปฏิบัติให้บรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ไต้หวันขอเรียกร้องให้ดับเบิลยูเอชโอและทุกฝ่าย ร่วมสนับสนุนให้ไต้หวัน ได้เข้าร่วมอย่างเต็มที่ในการประชุม กลไกและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดำเนินการบรรลุบทบัญญัติตามกฎบัตรของดับเบิลยูเอชโอที่ว่า “สุขภาพเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (Leave no one behind).

เลนซ์ซูม

ขอขอบคุณ : สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย