การเยือนของมาครง พร้อมคณะผู้แทน 54 คน นับเป็นเจตจำนงทางการเมืองระดับสูงของทั้งมองโกเลีย และฝรั่งเศส ในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนระดับยุทธศาสตร์

ฝรั่งเศส กับ มองโกเลีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2508 โดยมองโกเลีย ยอมรับว่า ฝรั่งเศสเป็นประเทศหนึ่งในยุโรป ที่สนับสนุนเอกราช, ประชาธิปไตย และความทันสมัยของมองโกเลียอย่างจริงใจในช่วงแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับตั้งแต่มองโกเลียเป็นประชาธิปไตยในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990

นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ ฝรั่งเศสต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีมองโกเลียถึง 3 ครั้ง และการเยือนของนายกรัฐมนตรีอีก 3 ครั้ง แต่ในทางกลับกัน มองโกเลียไม่เคยต้อนรับการเยือนของผู้นำฝรั่งเศสเลย จนกระทั่งถึงตอนนี้

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนมองโกเลียครั้งประวัติศาสตร์ของมาครง เป็นการประสานความพยายามหลายครั้งก่อนหน้า ในการกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งการเยือนครั้งนี้ บ่งชี้ถึงประเด็นสำคัญ 3 ประการ สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-มองโกเลีย สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

FRANCE 24 English

ประการแรก จังหวะการเยือนของมาครง เป็นการเน้นย้ำถึงตำแหน่งทางภูมิยุทธศาสตร์ของมองโกเลีย เพราะถึงแม้มองโกเลียจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลอูลานบาตอร์ ยังคงเป็นแบบหลายเสาหลัก ขณะเดียวกัน มาครง มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างสถานะของตนเองในเอเชียตะวันออก ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก นั่นจึงทำให้มองโกเลียเป็นพันธมิตรที่ไม่อาจละเลยได้

ประการที่สอง มาครง กับ คูเรลซูค แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ไปสู่ระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความไว้วางใจระดับหนึ่งในด้านธรรมาภิบาล, สถาบัน และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน

ประการสุดท้าย การประชุมระดับสูงระหว่าง มาครง กับ คูเรลซูค และนายโอยุน-เออร์เดเน ลุฟซันนัมซราย นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย ชี้แจงถึงความสำคัญของความสนใจในมองโกเลียของฝรั่งเศส ตั้งแต่การลงทุนและการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ไปจนถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

อีกทั้งในปฏิญญาร่วมมองโกเลีย-ฝรั่งเศส ทั้งสองประเทศประกาศความเคารพซึ่งกันและกัน สำหรับความเป็นหุ้นส่วนที่มั่นคง ซึ่งฝังอยู่ในประชาธิปไตย, สิทธิมนุษยชน, เสรีภาพ และหลักนิติธรรม ยิ่งไปกว่านั้น มองโกเลียและฝรั่งเศสได้ประกาศความรับผิดชอบ ในการดำเนินแนวทางแบบพหุภาคี เพื่อส่งเสริมสันติภาพ, ความมั่นคง, เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน

เนื่องด้วยความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างฝรั่งเศสกับมองโกเลีย ใกล้จะครบรอบ 60 ปี ในอีก 2 ปีข้างหน้า ทั้งสองประเทศจึงกำลังพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขา ไปสู่ระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และในไม่ช้า เราอาจได้เห็นความคืบหน้ามากขึ้นเช่นกัน เพราะมาครงกล่าวเชิญคูเรลซูคอย่างเป็นทางการ ให้เขามาเยือนฝรั่งเศสในเดือน ต.ค.นี้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP