เราเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “เหตุการณ์สร้างวีรบุรุษ”

ความหมายสะท้อนถึง ในยามที่มีวิกฤติ คนบางคนสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ที่ตัวเขาจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถ ความกล้าหาญ ตลอดจนคุณธรรมความดีอะไรสารพัด ยากที่คนอื่นจะสามารถทำได้เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์คับขัน

อย่างสัปดาห์นี้ก็มีเรื่องราวเหตุการณ์ที่น่ายกย่องไม่ต่างจากวีรบุรุษเช่นกัน

เมื่อวินรถจักรยานยนต์สวมวิญญาณ “พลเมืองดีใจเด็ด” จับคนร้ายชิงทอง โดยไม่ห่วงชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 15.00 น. ของวันที่ 6 มิ.ย. 66 ที่ผ่านมา หลังคนร้ายเป็นชาย ได้ทำทีมาขอดูทองคำรูปพรรณ หนัก 5 บาท จาก น.ส.ชไมพร กุลบุตร อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นพนักงานของร้านทองเยาวราช สินทวี สาขาริมถนนพัทยาใต้ ใกล้เคียงวัดชัยมงคลพระอารามหลวง เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

นาทีนั้น “ชไมพร” ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็หยิบทองมาให้เลือกดู 2 เส้น แถมภายในร้านก็มีลูกค้าชาวต่างเข้ามาใช้บริการอยู่พอดี

ทันใดนั้น คนร้ายก็ได้เผยตัวตนที่แท้จริงออกมา โดยการอาศัยจังหวะเผลอ คว้าสร้อยทองคำแล้ววิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

“ชไมพร” ด้วยความตกใจแต่ยังมีสติ ได้รีบวิ่งติดตามคนร้ายออกไป แต่แน่นอนว่าไม่ทัน จึงได้ตะโกนให้ผู้คนในละแวกนั้นช่วยเหลือ

นั่นเองเป็นนาทีที่ “วีรบุรุษ” อย่าง “พี่วิน จยย.” แถวนั้นโผล่มาช่วยจับตัวคนร้ายไว้ได้ พร้อมของกลางที่เพิ่งชิงมาหยกๆ

เมื่อคนร้ายถูกจับไว้ได้แล้ว ก็ได้ประสานตำรวจโรงพักเมืองพัทยา มาควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อ

ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า คนร้ายนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัย 18 ปีเท่านั้น

แถมก่อนจะมาชิงทองร้านนี้ ได้ไปดูลาดเลาทำทีขอดูทองที่ร้านทองอีกสาขา ในซอยพัทยาใต้ 13 แต่ไม่ได้ลงมือ

ส่วนเหตุผลที่ก่อเหตุ เด็กหนุ่มรับสารภาพแบบที่ฟังคำตอบแล้วชวนให้ “เสือสมุทร” งงอยู่เหมือนกัน

บอกว่า ที่มาชิงทองไม่ใช่เพราะติดยาหรือเป็นหนี้การพนันแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะอยากใช้ชีวิตสุขสบาย แต่ค่าครองชีพที่พัทยานั้นสูง จึงต้องตัดสินใจก่อเหตุ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็คงฟังไม่ขึ้น เมื่อกระทำผิดไปแล้ว จากนี้ก็เข้าไปนอนในซังเตต่อไป

มาที่ “วีรบุรุษ” อย่าง “พี่วิน” พลเมืองดีใจเด็ด “เสือสมุทร” อยากรู้ว่า ทำไมถึงกล้าจับคนร้าย ไม่กลัวเหรอ

ภาณุวิชย์ มาลีหวล อายุ 36 ปี วิน จยย.รับจ้าง เบอร์ 29 ประจำวินฮอลลีวูด พลาซ่า พัทยาใต้ซอย 13 พลเมืองดีใจเด็ด บอกว่า วินาทีที่คนร้ายวิ่งหนี ได้สังเกตเห็นน้องพนักงานร้านทองวิ่งไล่ติดตามไป พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ ในใจตนตอนนั้น คิดอย่างเดียวว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องหาวิธีช่วยจับคนร้าย จึงวิ่งอ้อมไปดักด้านหน้าโดยที่คนร้ายไม่รู้ตัว กระทั่งคว้าจับตัวไว้ได้

“นาทีนั้นก็ไม่รู้ว่าคนร้ายมีอาวุธหรือไม่ แต่เมื่อมีเหตุตรงหน้าก็ต้องช่วยเหลือ” นี่คือคำพูดของ “ภาณุวิชย์” พี่วิน ผู้มากด้วยน้ำใจและความกล้าหาญ

นี่คืออีกหนึ่งเหตุการณ์สร้างวีรบุรุษ และ “ภาณุวิชย์” พี่วิน พลเมืองดีใจเด็ด สมควรได้รับการยกย่องเชิดชู อันเป็นต้นแบบที่ดีสืบไป.
……………………………………..
คอลัมน์ “คนดีของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ขอบคุณข้อมูล “ทิวากร กฤษมณี” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.ชลบุรี
อ่านเรื่องราว “คนดีของสังคม” ได้ที่นี่..