ในวันที่สภาพอากาศร้อนระอุจนแทบหายใจไม่ออก หลายคนเลือกที่จะหลบอยู่ในที่ร่มเพื่อความปลอดภัย แต่สำหรับบางคน หน้าที่และการทำมาหากินบังคับให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความร้อนจัดกลางแจ้ง และในความร้อนที่แสนทรมานนั้น บางครั้งมันก็รุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์จะรับไหว จนเกือบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม หากไม่ได้ความกล้าหาญของ ‘ฮีโร่ไร้เสียง’ คนหนึ่งที่ผ่านมาทันเวลา
เช้าวันที่ 24 พ.ค. 69 ภายในซอยวัดด่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มต้นขึ้นเหมือนวันธรรมดาทั่วไป หญิงวัย 59 ปี เจ้าของบ้าน ตัดสินใจปีนขึ้นไปตัดแต่งกิ่งไม้ในอาณาบริเวณของเธอ ทว่าแสงแดดที่เริ่มทวีความรุนแรงและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายอย่างเฉียบพลัน

ในนาทีที่เธอกำลังลงมือตัดกิ่งไม้ ร่างกายก็เกิดอาการวูบ ดับวูบไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะ ค้างอยู่บนต้นไม้สูง สามีของเธอเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปีนขึ้นไปคว้าตัว คว้าสายเซฟตี้มารัดตัวเธอไว้กับกิ่งไม้เพื่อไม่ให้ร่วงหล่นลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง
แต่ด้วยเรี่ยวแรงของชายวัย 64 ปี ลำพังเพียงแค่โอบประคองร่างที่ไร้สติไม่ให้ร่วงก็เต็มกลืน การจะอุ้มผู้หญิงทั้งคนลงมาจากยอดไม้จึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ชาวบ้านรอบข้างทำได้เพียงส่งเสียงร้องระงับความตื่นตระหนกและโทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพ

ระหว่างที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติและรอคอยเจ้าหน้าที่อย่างใจจดใจจ่อ รถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ส่งอาหารคันหนึ่งได้แล่นผ่านมา ชายหนุ่มคนขับสังเกตเห็นความผิดปกติและความวุ่นวายในบ้านหลังนั้น ทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างของหญิงวัยป้าที่หมดสติอยู่บนต้นไม้ สัญชาตญาณความต้องการช่วยเหลือก็พุ่งพล่าน
ชายหนุ่มไม่ได้ส่งเสียงตะโกนถาม (เพราะเขาเป็นผู้พิการทางการพูด) แต่เขาเลือกที่จะ “ลงมือทำ” ทันที

ไรเดอร์หนุ่มจอดรถ ทิ้งมาดคนส่งอาหาร แล้วปีนข้ามรั้วบ้านเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาไต่บันไดที่ชาวบ้านนำมาพาดไว้ พุ่งตรงขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยความคล่องแคล่ว ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแกะสายรัดเซฟตี้ออก แล้วใช้สองแขนอันแข็งแกร่งโอบอุ้มร่างที่หมดสติของนางสาวเกศราลงมาจากต้นไม้ได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย ท่ามกลางสายตาและเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของชาวบ้านในระแวกนั้น

ไม่นานหลังจากนั้น ทีมกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็มาถึง พร้อมกับเร่งปฐมพยาบาล นำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าเธอเกิดอาการ ‘ฮีทสโตรก’ หรือโรคลมแดดเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดเกินไป
หลังจากร่างของหญิงเจ้าของบ้านปลอดภัย ไรเดอร์หนุ่มคนเดิมก็กลับไปขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจเพื่อส่งอาหารตามหน้าที่ของตนเองต่อไป ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มและความตื้นตันใจของคนในพื้นที่ที่ได้เห็นเหตุการณ์
เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงอันตรายของภัยเงียบอย่าง “ฮีทสโตรก” ในยุคที่โลกเดือดขึ้นทุกวันเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์อันงดงามว่า “เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์และจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ” นั้น ไม่ได้วัดกันที่ฐานะ อาชีพ หรือความสมบูรณ์แบบของร่างกาย เพราะต่อให้ปากจะไม่สามารถเปล่งเสียงพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว แต่น้ำใจและการกระทำที่ยิ่งใหญ่ของไรเดอร์หนุ่มคนนี้ ได้ส่งเสียงดังก้องเข้าไปในหัวใจของผู้คนทั้งสมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ ศราวุธ คงสินธ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.สมุทรปราการ
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..



