ผู้ว่าฯ ชวนทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรม “อยุธยาเมืองสะอาด” เพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์และเก็บขยะบริเวณริมทางรถไฟอยุธยา กว่า 5 กม. ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมา รวมทั้งมาตามรอยน้องลิซ่า แบล็คพิงค์

วันที่ 14 มิถุนายน 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมกิจกรรม “อยุธยาเมืองสะอาด” ร่วมกันเก็บขยะ ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมทางรถไฟอยุธยา โดยมี คณะรองผู้ว่าฯ ทั้ง 4 ท่าน กำกับโซน A – D นำทีมส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกิจกรรมกว่า 800 คน ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมารวมทั้งที่มาตามรอยน้องลิซ่า แบล็คพิงค์ และทุกคนที่มาเยือน ให้มีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามองอย่างยั่งยืน

โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า ทุกวันพุธที่สองของเดือน เราจะทำความสะอาดใหญ่ โดยเชิญชวนส่วนราชการทุกส่วนทุกหน่วยงาน รวมทั้งภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา มาร่วมมือกันทำ ซึ่งสถานีรถไฟ เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีขยะหมักหมมอยู่นาน และยากแก่การจัดเก็บเพราะมีต้นไม้ขึ้น ทางเทศบาลได้มาเคลียร์พื้นที่ตัดหญ้าออกแล้ว จึงพบว่าด้านล่างเป็นขยะทั้งนั้น ได้นำเครื่องจักรเก็บไปแล้วส่วนหนึ่ง วันนี้เราจึงมาเก็บด้วยมือ หลังจากนี้ ทางท่านนายกเทศมนตรีฯ จะมาช่วยตัดหญ้าริมทางรถไฟเพิ่ม เพื่อจะทำให้ทัศนียภาพบริเวณริมทางรถไฟนี้สวยงามขึ้น เพราะเป็นจุดรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากคนมาเที่ยวจะมาลงที่สถานีนี้ วันนี้ จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่เราอาศัยช่วงหลังเลิกการทำงานกันแล้ว มารวมตัวกันทำประโยชน์สาธารณะให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ที่เรามาอาศัยทำงานอยู่กัน

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกๆ คนมาร่วมช่วยกันรักษาความสะอาดความเป็นเมืองมรดกโลก พร้อมที่จะต้อนรับทุกคนที่มาเยือน มีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามองอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” ซึ่งทำเพื่อพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกคน นอกจากนี้ เรากำลังต่อยอดไปสู่ “โครงการ 1 คน 1 ต้น เพื่อคนอยุธยา” เพื่อจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับคนอยุธยา เป้าหมาย 1 ปี จะปลูกต้นไม้ให้ได้อย่างน้อย 8 แสนต้น ตามจำนวนประชากร โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยดูแลต่อไป (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อุทัยธานี จัดงานการแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2566 ในระหว่าง วันที่ 17-18 มิถุนายน 2566

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2566 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์อ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันเรือยาวจังหวัดอุทัยธานี ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2566 เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของภาคอีสาน เนื่องจากในเขต อ.ลานสัก อ.ทัพทัน และอ.สว่างอารมณ์ ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวของจังหวัดอุทัยธานี มีประชาชนอพยพย้ายถิ่นจากภาคอีสานมาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมงาน

งานการแข่งขันเรือยาวจังหวัดอุทัยธานี ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดอุทัยธานี ประจำปี 2566 ได้จัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 17-18 มิถุนายน 2566 ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันเรือยาวขนาด 55 ฝีพาย 40 ฝีพายและ 30 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ การแข่งขันจุดบั้งไฟ 2 ประเภท คือการแข่งขันบั้งไฟภายใน และการแข่งขันบั้งไฟภายนอก การประกวดธิดา ผาแดง-นางไอ่ ตามตำนานประเพณีบุญบั้งไฟ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และการแสดงดนตรีจากศิลปินดังในภาคกลางคืน (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

พัฒนาประสิทธิภาพเสริมความรู้ขับเคลื่อนงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิด โครงการพัฒนาประสิทธิภาพเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยมี นายเชาวลิต แย้มประสงค์ อัยการจังหวัดลพบุรี นายมานพ วงษ์พรไพโรจน์ รองอัยการจังหวัดชัยบาดาล นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าที่ ร.ต.ทรงพล แป้นแก้ว ปลัดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทั้ง 11 อำเภอ ปลัดอำเภอ พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม กว่า 150 คน ณ ห้องเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ โรงแรมลพบุรีอินน์ รีสอร์ท ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ตระหนัก เข้าใจบทบาท และสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้อง และสามารถอำนวยความเป็นธรรม คุ้มครองประชาชนทุกคน จากการกระทำทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพต่อไป (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ก.ธ.จ.อยุธยา จับมือ ป.ป.ช.และ ป.ป.ท. ติดตามสอดส่องท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท  ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล  และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

วันที่ 20 มิ.ย. 66 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บูรณาการกับ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดฯ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ เขต 1 สอดส่องโครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนน  เช่น เทศบาลตำบลตลาดเกรียบ อำเภอบางปะอิน  เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรวม 2 โครงการ  คือบ้านตลาดเกรียบ-บ้านโรงอ้อ  หมู่ที่ 1-8 ตำบลตลาดเกรียบ  งบ 9,956,000 บาท และสายบ้านตลาดเกรียบใต้-บ้านตลาดเกรียบเหนือ หมู่ที่ 4-5   งบ 2,932,000 บาท  โดยคณะกรรมการฯ ได้ชื่นชมว่าการดำเนินการเป็นไปตามสัญญา และประชาชนได้รับประโยชน์  ขณะที่ เทศบาลตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน ปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตพร้อมวางท่อระบายน้ำ สายหมู่บ้านลาง -บ้านตาป้อม หมู่ที่ 7  งบกว่า 8 ล้านบาท พร้อมปรับปรุงสนามฟุตบอลหญ้าเทียม บริเวณหมู่ที่ 2 งบกว่า 1 ล้านบาท  ซึ่งทั้ง 2 โครงการ คณะกรรมการฯ จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือไม่คุ้มค่า  เช่นเดียวกับ อบต.โพสาวหาญ อำเภออุทัย เป็นโครงการซ่อมแซมผิวจราจร หมู่ที่ 4 ตำบลโพสาวหาญ งบเกือบ 3 ล้านบาท หลังจากตรวจสอบพบว่าการปูยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน  และสุดท้าย โครงการของ อบต.เสนา อำเภออุทัย เป็นการขอคืนงบที่ได้รับจัดสรรกว่า 2 ล้านบาท เพื่อขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมก่อสร้างถังประปาและเดินท่อเมนต์ประปา  พบว่า การจัดทำเอกสารข้อมูลผิดพลาด  จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการได้   ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้เสนอแนะ  ต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนดำเนินการ พร้อมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

ผู้ว่าฯ “นิวัฒน์” พร้อมนายกเหล่ากาชาด ต้อนรับคณะผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2023 ทั่วโลก หวังผลักดัน Soft Power แหล่งท่องเที่ยวอยุธยาสู่สากล

เย็นวันที่ 16 มิ.ย.66 ที่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2023 จาก 22 ประเทศทั่วโลก นำโดย คุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด ที่นำผู้เข้าประกวดเดินทางมาเก็บตัว และ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดย คุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน เปิดเผยว่า ในการประกวดปี 2566 ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับการเปิดตัวผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2023 จาก 22 ประเทศทั่วโลก ที่มาในรูปแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิดฯ สไตล์โมเดิร์น ผ่าน 6 โชว์ จาก 6 แบรนด์ดีไซน์เนอร์ระดับประเทศ พร้อมนางแบบกิตติมศักดิ์ผู้ครองมงกุฎปีต่างๆ โดยใช้รันเวย์ยาวทอดขนานไปกับฉากหลังอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก ณ วัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อลังการด้วยแสงสีเสียงจัดเต็มตระการตา เป็นเปิดตัวเวทีสาวทรานส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมทั้งประกาศ Soft Power ประเทศไทยให้ทั่วโลกได้รับชม และเข้าพักที่โรงแรมแคนทารีอยุธยา

ด้าน นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณกองประกวด Miss International Queen 2023 ที่เลือกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่เปิดตัวผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2023 จาก 22 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันและเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกสู่สายตาชาวโลก นับเป็น Soft Power ในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จะทำให้นานาชาติเข้าใจชื่นชอบ และจะมาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้พาผู้เข้าประกวดเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งวัดพระราม วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ และพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา

ในปีนี้ กองประกวดฯ ได้กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสาธารณชนและผู้สนใจ ในวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 13.00 น. ณ Central World บริเวณลิฟท์แก้ว ห้ามพลาดกับงานตั้งวงเสวนา หัวข้อ Pride for All ไฮไลต์ประเด็นความเท่าเทียม ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุยกันอย่างเปิดใจ สร้างสรรค์ช่องทางพัฒนาเพื่อสังคมที่เปิดกว้าง อบอุ่นสำหรับผู้อยู่ไม่ว่าจะเป็น LGBTQI+ จากไทยหรือเป็นนักท่องเที่ยวมาจากที่ต่างๆ ทั่วโลก และสำหรับกิจกรรม ที่เรียกเสียงเชียร์ห้างแตกกันมาทุกปีไม่เคยผิดหวัง สัมผัสวัฒนธรรมประจำชาติทั้ง 22 ประเทศทั่วโลกผ่านผู้เข้าประกวด นั่นคือ รอบการประกวดชุดประจำชาติที่ขนมาโชว์กันอย่างอลังการ และรอบความสามารถพิเศษ วันที่ 19 มิถุนายน ณ Central World บริเวณลิฟต์แก้ว เช่นกัน (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ชัยนาท เตรียมจัดใหญ่ “สราญรมย์ชมวิถีลุ่มเจ้าพระยา – ป่าสัก @ชัยนาท”กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสและสร้างรายได้ให้ผู้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวิสาหกิจชุมชนสวนยางกลางนา ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย นางฉลอม สงล่า ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท (ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มภาคกลางตอนบน และประธานเขตพื้นที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) พ.ต.อ.นรากร บุญครอบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท และ นางสาวบุนรดา ปัญญารักษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “สราญรมย์ชมวิถีลุ่มเจ้าพระยา – ป่าสัก @ชัยนาท” สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคม กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและบริการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนร่วมกันจัดขึ้น โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2566 ณ เขื่อนเรียงหินหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท

โดยกิจกรรมภายในงานสราญรมย์ชมวิถีลุ่มเจ้าพระยา – ป่าสัก @ชัยนาท ในครั้งนี้ ได้มีการ จัดแสดงนิทรรศการการจัดงาน สราญรมย์ชมวิถีลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก @ชัยนาท การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของ 6 จังหวัด การแสดงน้ำพุประกอบเสียงเพลงและม่านน้ำ มินิคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง กิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) กว่า 120 ร้านค้า จาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน คือ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พลาดไม่ได้กับกิจกรรม “สราญรมย์ชมวิถีลุ่มเจ้าพระยา – ป่าสัก @ชัยนาท” ระหว่างวันที่แต่วันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2566 เวลา 11.00 น – 21.00 น. ณ เขื่อนเรียงหินหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท

ด้าน นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่าถึงที่มาและภาพรวมของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล สร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวที่อนุรักษ์วิถีชีวิตลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนให้คงอยู่สืบไป กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการสู่ตลาดสากลเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าภาคการเกษตรและสินค้าภาคอุตสาหกรรมของจังหวัด ในการนำผลิตภัณฑ์ของตนเข้าสู่ตลาดดิจิตอลและเพิ่มช่องทางการตลาดของสินค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนทั้งในและต่างประเทศ (สุรพล บำรุงศรี วรชล ฟักขาว / ชัยนาท

จังหวัดชัยนาท จัดทำธนาคารน้ำใต้ดินแก้ปัญหาภัยแล้งและปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ป่าชุมชนบ้านเขาแหลม หมู่ที่ 5 ตำบลไร่พัฒนา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเปิดโครงการ ทสม.ชัยนาท ร่วมใจฟื้นฟูและเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาทและคณะกรรมการเครือข่าย ทสม.จังหวัดชัยนาท จัดโครงการ ทสม.ชัยนาท ร่วมใจฟื้นฟูและเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ทสม.จังหวัดชัยนาท ในการฟื้นฟูและเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปรากฏการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งมีผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมด้วย แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สามารถบูรณาการร่วมกันได้ คือ การป้องกัน , การแก้ไขและฟื้นฟูและการอนุรักษ์ โครงการ ทสม.ชัยนาท ร่วมใจฟื้นฟูและเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นการบูรราการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชน ในการปกป้อง คุ้มครองและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นายอดิศักดิ์ จันทรังษี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกครั้งนี้ มีการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ขนาด 2 ตารางเมตร จำนวน 2 บ่อและปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว จำนวน 200 ต้น และลดปริมาณเชื้อเพลิง ที่ทำให้ เกิดไฟป่า ด้วยวิธี “ชิงเก็บใบไม้” และ “ทำแนวกันไฟ” พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จัดทำแนวกันไฟและควบคุมไฟป่าให้กับผู้แทนเครือข่าย ทสม.และเครือข่ายป่าชุมชนบ้านเขาแหลม โดยมีเครือข่าย ทสม.จังหวัดชัยนาท, เครือข่ายป่าชุมชนบ้านเขาแหลม, ผู้นำชุมชน, ประชาชนตำบลคุ้งสำเภาและตำบลไร่พัฒนา ศูนย์ป่าไม้ชัยนาทและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท จำนวน 80 คน (สุรพล บำรุงศรี วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

กฟภ.ภาค 1 ทอดผ้าป่าต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ “พระราชินี “

นายชีวิน พัฒนคูหะ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าภาค 1 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานกิจกรรม “ปลูกป่า ปลูกธรรม ปลูกปัญญา” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ด้วยการร่วมทอดผ้าป่าต้นไม้ ณ วัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล (วัดหลวงตามหาบัว) ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีพระอาจารย์สมชาย จิตตกาโร เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยนายสุรพงศ์ ไชยมงคล ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด นายจรูญศักดิ์ นาคคล้าม ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา นายธรรมนูญ สุวรรณพฤกษ์ ผอ.ฝ่ายบัญชีและพลังงานไฟฟ้า นายปริญญา เชื้อปรางค์ ผอ.ฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี นายสุพจน์ มูลจวง ผอ.ฝ่ายอำนวยการภูมิภาค ภาค 1 นายอโณทัย ลิ่มวรพันธ์ ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนคณะผู้บริหารและพนักงานจาก กฟภ.เขต 1 (ภาคเหนือ)จังหวัดเชียงใหม่ เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก เขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย กลุ่มญาติธรรม เข้าร่วมกิจกรรม (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพครู

วันที่ 16 มิถุนายน 2566 ที่วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา โดย นางสาวมยุรี ศรีระบุตร ร่วมกับ ดร.มงคล เฟื่องขจร และ ดร.ภาราดา วงษ์สมบัติ ได้ประสานการจัดกิจกรรมฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพครูของวิทยาลัยฯ จำนวน 46 ท่าน โดยประสานความร่วมมือกับคุณธนา คล่องณรงค์ ผู้จัดการบริษัทศูนย์เทคโนโลยีไฮเทคอยุธยา จำกัด ในการจัดฝึกอบรมโครงการพัฒนาทักษะครู อาจารย์ระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย หลักสูตร “การจัดทำสื่อการสอนด้วยโปรแกรม CANVA”

ซึ่งจากการอบรมในครั้งนี้ทำให้ครูสายอาชีพได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสื่อออนไลน์ รูปแบบสื่อแบบต่างๆ การสร้างและเผยแพร่สื่อประเภทมัลติมีเดีย การประยุกต์ใช้ระบบ AI ร่วมกับการพัฒนาสื่อรวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานโปรแกรม CANVA เพื่อการสร้างสื่อในลักษณะสื่อ Online ที่จัดเก็บสื่อต่างๆ ไว้บนระบบ Cloud ทำให้สามารถนำสื่อไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ยังมีผลให้ครูผู้สอนสายอาชีวศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา มีความเข้าใจและเกิดทักษะในการนำเสนอสื่อที่หลากหลาย กระตุ้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อการเรียนรู้ทั้งในระบบชั้นเรียนและระบบออนไลน์ จากการอบรมในครั้งนี้ส่งผลให้ครูได้สร้างสรรค์สื่อประเภทงานนำเสนอและวิดีโอได้ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว นับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอน ถือเป็นโครงการที่ดีเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาครูในยุคปัจจุบันที่ต้องก้าวให้ทันต่อการพัฒนาด้านเทคโนโลยี

ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณทางบริษัท ศูนย์เทคโนโลยีไฮเทคอยุธยา จำกัด เป็นอย่างยิ่งที่เปิดโอกาสนำโครงการดีๆ มาพัฒนาเพื่อนพี่น้องครูอาชีวศึกษาในวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยาเป็นอย่างสูง….นายสุดวีระ ชินจรัสศรี หัวหน้าแผนกช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ (เผอิญ วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผอ.โรงพยาบาลเสนา ประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข

วันที่ 16 มิถุนายน 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอเมืองเสนา (คปสอ.) ครั้งที่ 2/2566 เพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลเสนา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตอำเภอเสนา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมทับทิมสยาม โรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา ย้ายที่ทำการสาขาแห่งใหม่

นารีรัตน์ มีมุข ผู้จัดการอาวุโสบริหารธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางธนาคารฯ ได้ย้ายสาขาจากศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ไป ณ เลขที่ 199/449 หมู่ที่ 3 หมู่บ้านกรุงศรี ซิตี้ ซอย 10 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 7.00 น – 8.30 น. เพื่อความสะดวกในการใช้บริการ และในวันเปิดได้มีลูกค้าที่เป็นลูกค้าประจำหลายรายยังติดตามมาใช้บริการ คุณวิทยา ภิรมย์พานิช เจ้าของธุรกิจ ได้มาใช้บริการเงินฝาก อีกด้วย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

จเรตำรวจตรวจราชการโรงพักเมืองสระบุรี

พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.กต.1จต. พร้อมคณะกรรมการจเรตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2566 ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี โดยมี พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาล ผกก.สภ.เมืองสระบุรี นำข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.เมืองสระบุรี รอรับการตรวจ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 66 ที่ผ่านมา (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

คล้ายวันเกิด “นายกคล้าย” มอบสิ่งของผู้ด้อยโอกาส

ในโอกาสวันคล้ายวันเกิด “นายกคล้าย” ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นำคณะสมาชิกทีมรักเมืองเพรียว ประธานชุมชน และ (อสม.) ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน น้ำดื่ม เครื่อง อุปโภค บริโภค แก่ ผู้ด้อยโอกาส/ผู้ป่วยติดเตียง ในชุมชน ป่าสัก และ ชุมชนแก่งขนุน เขตเทศบาลเมืองสระบุรี รวมจำนวน 5 รายเมื่อวันก่อน (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

การจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียกในครัวเรือน

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด เป็นประธานเปิด โครงการอบรมพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรเทศบาล หลักสูตร “การจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียกในครัวเรือน” โดย งานพัฒนาบุคลากร ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร กองการเจ้าหน้าที่ จัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอินทรีย์และขยะเปียกในครัวเรือน รวมถึงสามารถลด คัดแยก และนําขยะมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวสุขุมาล เมฆิน นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ และ นายจารุวัฒน์ วัชรนันทพงศ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี เป็นวิทยากรในการอบรม ณ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด (สมคิด สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

จังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย (อสก.)

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 เวลา 9.30 น.นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย (อสก.) จังหวัดสิงห์บุรีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดย นายสุธน วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา ร่วมกับ นายสานนท์ เพ็ญแสง ท่องเที่ยและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี จัดโครงการส่งเสริมอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกาย (อสก.) ให้ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จัดอบรม ระหว่างวันที่ 20 – 21มิถุนายน2566 ณ โรงแรมไชยแสงพาเลส อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับอาสาสมัครกีฬาและผู้นำการออกกำลังกายให้นำความรู้ไปเสริมสร้างให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในระดับท้องถิ่น มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 6 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองสิงห์บุรีอำเภอบางระจัน อำเภอพรหมบุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภออินทร์บุรี และอำเภอท่าช้างรวมทั้งสิ้น 173 คน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

สระบุรีจัดกิจกรรม “สภากาแฟ” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ของทุกภาคส่วน

ผู้สื่อข่าวรายงายมาว่าที่ห้องประชุมโรงแรมปาร์คอิน ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานกิจกรรมสภากาแฟ ประจำเดือน มิถุนายน 2566 ซึ่งมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยงานดำเนินการจัดกิจกรรม เพื่อปรึกษาหารือการทำงานแบบไม่เป็นทางการในลักษณะสภากาแฟ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน รวมไปถึงสื่อมวลชนทุกแขนง

การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมนอกรูปแบบที่จัดขึ้นเดือนละครั้ง โดยใช้ชื่อกิจกรรม “สภากาแฟ” โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามหน่วยงานต่างๆ ในการเป็นเจ้าภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ของทุกภาคส่วนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่การประสานงานและเสริมสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาความต้องการพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการและพัฒนาจังหวัดสระบุรีให้สอดคล้องกับความต้องการและสถานการณ์ (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

จังหวัดสระบุรีคณะกรรมการคัดเลือกหมู่บ้านประชาธิปไตยดีเด่นประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ ปลัดจังหวัดสระบุรี เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกหมู่บ้านประชาธิปไตยดีเด่น ตามโครงการส่งเสริมวิถีชีวิตประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ณ บ้านโคกกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลหรเทพ อำเภอบ้านหมอ จ.สระบุรี และผู้นำชุมชนในนามคณะทำงานบริหารอาสาสมัครต้นแบบประชาธิปไตยประจำหมู่บ้าน.(อสปช.) นำเสนอแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในหมู่บ้านของตน ซึ่งจังหวัดสระบุรี โดยที่ทำการปกครองจังหวัดสระบุรี จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกหมู่บ้านที่สมควรได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ในระดับจังหวัดตามโครงการฯ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ที่กรมการปกครองกำหนด (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)