@เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ได้ประกาศ”รับรอง”สส.ครบ 500 คน ก็เท่ากับว่าได้มีการ”ปลดล็อค” การจัดตั้ง”รัฐบาลใหม่”ก้าวหน้าไปแล้วอีกเปลาะหนึ่ง ถ้าก้าวต่อไปคือรอการ “เปิดสภาผู้แทนราษฎร “ เพื่อทำการ”โหวต” ผู้ที่จะมาเป็น”นายกรัฐมนตรี” ซึ่งเป็น”ด่านสุดท้าย” ที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะได้เป็น”นายกรัฐมนตรี” หรือไม่ ก็อยู่กับ”มือ” ของ สส.ในสภา และ”มือ” ของ สว. 250 คน ว่าจะมี”ท่านผู้ทรงเกียรติ” ท่านไหนต้องการ”ปลอดปล่อย” ประเทศไทย เพื่อให้”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคการเมือง ที่ประชาชนเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งได้เป็น “นายกรัฐมนตรี”หรือไม่….. หรือถ้า สส.ฝ่ายค้าน และ สว.250 คน ไม่”ยกมือ” ให้ หรือ”ยก” แต่ไม่ถึง ตามจำนวนที่ต้องการ นอกจาก”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่ได้ตำแหน่ง”นายกคนรัฐมนตรี” คนที่ 30 ของประเทศไทยแล้ว  ยังเป็นการ”ขึงพืด” ประเทศไทย เพื่อมิให้เดินไปตาม”คัลลอง” ของระบอบประชาธิปไตย ที่ผู้มาจากการเลือกตั้งตาม”มติประชาชน” ที่เลือกพรรคการเมืองที่มีคะแนนอันดับหนึ่งให้เป็น”นายกรัฐมนตรี” เพื่อการ”จัดตั้งรัฐบาล” เพื่อเข้ามา”บริหารประเทศ” อีกไม่นานเกินรอ ก็จะได้เห็น”พฤติกรรม” ของท่าน”ผู้ทรงเกียรติ” ทั้งที่มาจาก”สภาล่าง” และ”สภาบน” ว่าต้องการเห็น”ประเทศไทย” เดินหน้า หรือถึง”ขึงพืด”…..ส่วน สส.ที่ถูก”ร้องเรียนจำนวน 81 คน ก็ต้องเข้าสู่ “ขบวนการ”ของการ “ตรวจสอบ” ว่ามีการ”ทำผิด” ตามที่มีการ”ร้องเรียน” หรือไม่  แต่เชื่อว่า ผู้ที่อยู่ใน”บัญชี”ผู้ถูก”ร้องเรียน” ต้องมีการ”วิ่งเต้น” กัน”ฝุ่นตลบ”อีกครั้ง เพื่อให้พ้นจาก”ข้อกล่าวหา” เพราะประเทศนี้ สามารถ”ฟอกขาว” ตัวเองได้ด้วยการ”วิ่งเต้น,เส้นสาย”…..

@ส่วนถ้า”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ผ่านการ”โหวต” จาก” สภาผู้แทนราษฎร”  แล้วจะเกิดอะไรขึ้น” กลุ่มด้อนส้ม” ที่เป็น”กองเชียร์” กับกลุ่ม”เสื้อเหลือง” ที่เป็น”กองแช่ง”จะมีการ”ลงถนน” คงต้องเกิดขึ้นอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งเชื่อว่า” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผบ.ตร. คงจะ”สำเหนียก”ได้ถึง “ สถานการณ์”ของการ”ประจัญหน้า” ระหว่าง”สองม็อบ” และ”มือที่สาม” จึงมีการ”สั่งการ” ให้ตำรวจภูธรทั้ง 9 ภาค ทำการ”เตรียมพร้อม” เจ้าหน้าที่”ตำรวจควบคุมฝูงชน” เพื่อ รับสถานการณ์ ถ้า”บานปลาย”….ก็น่าเห็นใจ”ตำรวจ” ส่วนใหญ่ที่ วันนี้ ถูก”สังคมตราหน้า” ว่าเป็นหน่วยงานที่มีการ”ทุจริต” ประพฤติมิชอบ ที่”สูงสุด” ในหน่วยราชการด้วยกันของประเทศไทย”ส่วยทางหลวง” ยังอยู่ระหว่าง”สืบสวนสอบสวน” ขยายผล เพื่อหา”คนผิด”เพิ่มเติม ก็เกิด”ส่วยพนันออนไลน์” ที่ เที่ยวนี้”วลีเด็ด”เกิดขึ้นคือ ”เป้รักผู้การเท่าไหร่” และ”เนียน กริ๊บๆ” เกิดขึ้น ใน กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี จนกลายเป็น”อุจาระกองโต” อีกกองหนึ่งของ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” มีคนที่ถูก”กล่าวหา” ว่าเป็นผู้เรียก”รับส่วย” ตั้งแต่” ผู้บังคับการจังหวัด” ลงมาถึงระดับ พ.ต.ต. จำนวน 10 กว่านาย และ ถ้า”สืบสวนราวเรื่อง” ให้ลึกลงไปอาจจะมีมากกว่าที่ถูกตั้งข้อหา เรื่องความ”ล้มเหลว” และความ”เละเทะ” ของ วงการตำรวจไทย ซึ่ง”หนักหนาสาหัส” ที่สุดเท่าที่เคยมีมาจะกล่าวโทษใครไม่ได้ นอกจาก”รัฐบาล” ที่ผ่านมา ซึ่ง 4 ปีแรก มี” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ”  รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ กำกับดูแล และ 4 ปี หลัง ที่รัฐบาลมาจากการ”เลือกตั้ง” ผู้ทำหน้าที่”กำกับดูแล” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” คือ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ที่ทั้ง “สองท่าน” ต้องถามตนเอง เพื่อให้คำตอบกับ”ประชาชน”ว่า ทั้ง “สองท่าน” ทำอย่างไรที่ทำให้” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ตกต่ำ ล้มเหลว และ”เละเทะ” ได้ขนาดนี้ ก็ขอให้”ประชาชน” อย่าได้”เหมารวม”ว่า ตำรวจไทย”เลวร้าย”ทุกนาย เพราะเชื่อว่า “ตำรวจส่วนใหญ่” ไม่ได้เป็นอย่างที่”เป็นข่าว” แต่นั้นแหละ “ปลาข้องเดียว” มี”ปลาเน่า” เพียง”ตัวเดียว” ก็เหม็นเสมอกันทั้งข้อง….

@ก็ได้แต่”คาดหวังว่า “รัฐบาลใหม่” ที่จะเข้ามา”บริหารประเทศ” ไม่ว่าเป็น”พรรคการเมืองไหน” ปัญหา”เร่งด่วน” คือเรื่องการ”สังคายนา” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นอันดับแรกๆ   แต่ นั่นแหละ ได้แต่หวัง เพราะลึกๆ ก็”หวั่นๆ” ว่า หลังจากเป็น”รัฐบาล”  นักการเมือง ที่เข้ามา”กำกับดูแล” สำนักการตำรวจแห่งชาติ  ก็จะถูก”ผลประโยชน์ ทำการ”กลืนกิน” เหมือนกับทุกรัฐบาล เห็นได้จากการ”ปฏิรูปตำรวจ” ที่ทุก”รัฐบาล”ทำไม่เคยสำเร็จ…..ส่วนที่”ภาคใต้” ที่มีหลายจังหวัดเป็น”หัวเมืองเศรษฐกิจ” และหลายจังหวัดที่มี”ชายแดน”ติดต่อกับ”ประเทศมาเลเซีย” ซึ่งนอกจาก”ส่วยทางหลวง” ที่เป็นเหมือนกันทั่วประเทศ ก็ยังมี”ส่วยน้ำมันเถื่อน “ ที่ถือว่าเป็น”ส่วย” เฉพาะใน หน่วยงานของ”ตำรวจ” ที่มี”บัญชีรายชื่อ” ในการ”รับส่วย”ถึง 35 หน่วยงาน เข้าไป”ร่วมวงไพบูลย์” ด้วย ….เรื่อง”ส่วยน้ำมัน” ถ้า”หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก” แต่นี้เพราะ”หัวส่าย” ทำให้”หางกระดิก”ไปทุกหน่วยงาน  และอีกเรื่องที่มีการ”จ่ายส่วย” และ”เก็บส่วย” มาช้านาน ทั้งจาก”ตำรวจ” และจากฝ่าย”ปกครอง” นั่นคือ”ส่วย”จาก สถานบริการ สถานบันเทิง ใน”เมืองท่องเที่ยว” ในภาคใต้ เพราะห้องอาหาร ใน”เมืองท่องเที่ยว”ทุกเมือง ยกตัวอย่าง”หาดใหญ่” และ”ด่านนอก” จ.สงขลา ที่มี”ห้องอาหาร ,ผับ” ต่างๆ ที่มี”ใบอนุญาต” ให้ขายอาหาร ขายเหล้า เบียร์ ได้ แต่ไม่ อนุญาต ให้ มี นักร้อง มี ดนตรี มีการบันเทิง แต่ปรากฏว่าทุกแห่ง ทำผิดกฎหมาย ทั้งหมด มีทั้งที่อยู่นอก”โซนนิ่ง” ที่อยู่ใกล้วัด ใกล้สถานศึกษา ที่ สำคัญ “เปิดเกินเวลา” เปิดกันตั้งแต่”หัวค่ำยันสว่าง” โดยการ”จ่ายส่วย” ให้กับ เจ้าหน้าที่ …. วิธีการแก้ปัญหา”ไม่ยาก” ก็แค่ ให้ เจ้าของธุรกิจ ไปดำเนินการขอ”ใบอนุญาต” ให้ถูกต้องตามประเภทของ”ธุรกิจ” ซึ่งใน “หาดใหญ่” มีที่ขอ”อนุญาต” ถูกต้องประมาณ 10 กว่าแห่ง ทำไม่เขาทำได้ แต่ส่วนที่เหลือนับร้อยแห่งทำไม่”ทำไม่ได้” หรือ”ไม่ทำ” ผิดระเบียบตรงไหน ก็แก้ตรงนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของ”ฝ่ายปกครอง” เป็นเรื่องของ”ผู้ว่าราชการจังหวัด” ที่ต้อง”กำกับดูแล” หรือ ถ้าทำให้”ถูกต้อง”ทั้งหมด “หลวงได้ค่าใบอนุญาต” แต่ “เจ้าหน้าที่”ไม่ได้”ส่วย” จึงไม่ทำให้ถูกต้อง ใช่หรือไม่….

@เรื่องนี้ก็เป็น”การบ้าน” ที่ต้องฝากให้”รัฐบาลใหม่” ให้แต่งตั้ง “รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย” ให้”ถูกฝาถูกตัว” และทำการ”สะสาง”ส่วย”บันเทิง” ให้ “สะเด็ดน้ำ” เพื่อที่จะได้เงิน”เข้ารัฐ” แทนการ”จ่ายส่วย” ให้กับ “เจ้าหน้าที่….ฉบับที่แล้ว ก็ เขียนถึง”จ่าเฉย” แห่งพื้นที่” สภ.คอหงส์” อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ปล่อยให้”ห้องอาหาร” จำนวนมาก ทำผิดกฎหมาย ทั้ง”ไม่มีอนุญาต” และให้เปิดได้”ยันสว่าง” แต่ก็ไม่เห็นมีการ”จัดการ”ให้ถูกต้องแต่อย่างใด แสดงว่า ทั้ง”เจ้าของกิจการ” และ” ผู้กำกับ สภ.คอหงส์” เส้น”ก๊วยจั้บ”บวกเส้น”หมี่สั้ว” คือ”ใหญ่” และ”ยาว” ถึง”สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จึงไม่กลัวความผิด…. นี่แหละที่เป็นปัญหาว่าทำไม่การ”ปราบปราม” ผู้ค้า ผู้เสพ ยาเสพติด จึง”ล้มเหลว” เพราะผู้”ทำผิด” สามารถใช้เงินแลกกับ”กฎหมาย” เพราะผู้รักษา”กฎหมาย” ใช้”กฎหมาย” ในการ”หาเงิน” นั่นเอง….พลิกแพงกันไปเรื่อยๆ สำหรับ”ขบวนการค้ายาเสพติด” ที่ส่งยาเสพติดมายัง”ภาคใต้ตอนล่าง” ล่าสุด เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ภาค 9  ตรวจจับ “ยาเสพติด”ได้”ล๊อตใหญ่” ขบวนการผู้ค้า ใช้วิธีการนำ”ยาบ้า” ซุกซ่อนอยู่ในชอง”เมล็ดทานตะวัน” ฉะนั้นการ ปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ต้อง”ตื่นตัว”เพื่อให้ ตามทันความคิด และ วิธีการ ในการ”ลำเลียง” ยาเสพติดของ”ขบวนการค้า” ที่มีการ”พลิกแพลง”โดย ตลอด เช่น ทำตัวเป็นคน”เก็บขยะ”ด้วยการขับ”ซาเล้ง” หรือ รถกระบะเก่าๆ ไป ขุดคุ้ย” กองขยะ หรือ ที่”ทิ้งขยะ” ตาม ริมถนน แต่ที่แท้จริงเป็นการนำเอา”ยาบ้า” และ”ยาไอซ์” ไป ทิ้งไว้ เพื่อรอให้ “ลูกค้า” มารับยา ในคราบของคน”เก็บขยะ และหา”ของเก่า” ก็ขอ “ชื่นชม” สำหรับ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ปส. และ เจ้าหน้าที่ ปปส. ที่ทำหน้าที่”ทุ่มเท” ในการ”ปราบปราม” ขบวนการยาเสพติดรายใหญ่ ที่มี”จุดหมาย” ในการ “ลำเลียงยาเสพติด” มายัง”ปลายทาง” ที่ภาคใต้ และส่วนหนึ่งคือ “จ.นราธิวาส” เพื่อส่งผ่าน ประเทศมาเลเซีย ไปยัง”ประเทศที่สาม…..

@เรื่องของ”ภัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ยังไม่จบแค่”แผ่นดินปลายด้ามขวาน” กลายเป็น”จุดพักยาเสพติด” และเป็น”ตลาด” ซื้อ-ขาย ยาเสพติดที่ใหญ่ติดอันดับของประเทศ แต่”ภัยจากขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ก็เป็น”ภัยร้ายแรง” ที่มีต่อ”ความมั่นคงของประเทศชาติ” และที่สร้างความ”สูญเสีย” ให้กับ”ประชาชน” ในพื้นที่อย่างน่า”อเนจอนาถ” ล่าสุด ชาวบ้าน ที่มีอาชีพ “หาของป่า” ใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ก็กลายเป็น”เหยื่อ” ของ “ระเบิดแสวงเครื่อง” และ”กระสุนปืน” ของ “กองกำลังติดอาวุธ” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” เสียชีวิต 1 เจ็บ 2 หนีรอดได้ 1 นี่คือการ”เข่นฆ่า” คน”ไทยพุทธ” ในพื้นที่ เพื่อให้ “ลดจำนวนลง” และให้มีการ”ทิ้งถิ่น” มากขึ้น   19 ปี ที่ผ่านมา ที่ “สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”ต่าง”จมปลัก” อยู่กับ สถานการณ์ของความรุนแรง  จากประชากร”ชาวไทยพุทธ” จำนวน 200,000 คนเศษ ก่อนปี 2547  วันนี้ เหลือ”คนไทยพุทธ” จังหวัดละ  หนึ่งหมื่นกว่าคน รวมกัน 3 จังหวัดมี”ชาวไทยพุทธ” ที่ยัง”ยืนหยัด”อยู่ในพื้นที่ ปัตตานี,ยะลา “ และ”นราธิวาส 50,000 กว่าคน  ถามว่า เรื่องอย่างนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ วันนี้มี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 และเป็น ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) ที่มี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม “ เป็นเลขาธิการ มี นโยบาย อย่างไร กับปัญหา”ไทยพุทธถดถอย” โครงการต่างๆ ที่ใช้งบประมาณ” ในการดำเนินการ ทั้งเรื่อง”พหุวัฒนธรรม” และเรื่อง”พาไทยพุทธกลับบ้าน”ทำไมจึงไม่ประสพผลสำเร็จ…..วันนี้ หน่วยงานของรัฐ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ “ศูนย์อำนวยการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต.) ทำได้อย่างเดียวคือการ”จ่ายเงินเยียวยา” ให้กับ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บ” ซึ่งเป็นการแก้ที่”ปลายเหตุ” ส่วน”ต้นเหตุ” ไม่ได้แก้ หรือแก้แล้ว แต่ไม่”สำเร็จ” ใช่หรือไม่….ก็ได้แต่หวังว่า ใน”รัฐบาลชุดใหม่” ที่มี” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง”  เป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อ และเป็น “เลขาธิการพรรคประชาชาติ” ซึ่งเคยทำหน้าที่”เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ “รู้” และ”เข้าใจ” ปัญหาของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้”ได้ดีกว่า หลายๆคน และเป็น”ไทยพุทธ” ที่เข้าใจคน”ไทยพุทธ” ต้องได้เป็นผู้รับผิดชอบในการ”ดับไฟใต้” การแก้ปัญหาของ”ไฟใต้” จึงจะ”ถูกทิศถูกทาง”…..

@เรื่อง”ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” ที่ทำการ”จัดเสวนา” เรื่อง”การกำหนดอนาคตตนเอง” และการ”จำลองการลงประชามติ” ถามความเห็นของคนในพื้นที่เรื่องการ”แบ่งแยกดินแดน” ที่ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความเห็นว่า” ผิดกฎหมาย” วันนี้ ขบวนการในการ”ตรวจสอบ” และการ “ดำเนินการ” เพื่อการ”เอาผิด” กับ “กลุ่มผู้จัด”และกลุ่มผู้อยู่”เบื้องหลัง” ยังไม่”สะเด็ดน้ำ” ในขณะที่”องค์กรต่างๆ” มีความเห็นว่า”ไม่ผิด” และทำใน”สถานศึกษา” และเป็นแค่เรื่องของการ”จำลอง” ที่ไม่ใช่”ของจริง” ก็แล้วแต่”มุมมอง” ของแต่ละ”องค์กร” และแต่ละ”บุคคล”และที่สำคัญคือ”มองมุมไหน” และเป็น”พวกใคร” ….แต่โดยข้อเท็จจริง เรื่อง”ผิดกฎหมาย” ก็เป็นเรื่องของ”กฎหมาย” ที่ต้องทำตามกฎหมาย  ส่วนเรื่อง”ทำความเข้าใจ” ก็เป็นอีก”ประเด็นหนึ่ง” ที่ ควรมีการ”แยกแยะ”ไม่ควรเอามา”ปะปนกัน” เพราะไม่อย่างนั้น จะมีการ”เอาอย่าง” และจะ”ยุ่งเหยิง” ไม่จบไม่สิ้น ส่วนที่มี”ตัวแทน”ที่เป็น”ไทยพุทธ” ไป แจ้งความให้ดำเนินการกับ การจัด”จำลองการลงประชามติเพื่อการแบ่งแยกดินแดน” ที่ สภ.เมืองปัตตานี ก็เป็นเรื่อง”สิทธิ” ที่สามารถทำได้ ตาม ขบวนการของ”กฎหมาย” พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ต้อง “กำชับ” พนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการด้วยความ”เที่ยงธรรม” และมีความ”รวดเร็ว”…..

@อีกเรื่อง ที่มี “เจ้าทุกข์” ที่เป็น สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดปัตตานี ร้องทุกข์กันมาถึงความ”ล่าช้า” ของ ขบวนการสืบสวนสอบสวน ในการ”เอาผิด”กับ”คนโกง” ที่มีการ”โกงเงิน”ด้วยการ”ยักย้ายถ่ายเท” ออกจากบัญชี ของ “ผู้ฝาก” ถึง 900 กว่าล้าน  แจ้งความไว้เป็นปี คดีคืบหน้าแบบ”หอยทาก” เรื่องนี้เป็นความ”เสียหาย” และเป็น”ความทุกข์” ของคนหมู่มาก ที่ “ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดปัตตานี” ต้องเร่งให้มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว…..ที่ จ.สตูล ผู้ทำประมงปลากะตัก ไม่พอใจการแก้ปัญหา พื้นที่ทำการประมง และนำเรือมา”ปิดร่องน้ำ” เพื่อ”กีดขวาง” การ”เข้า-ออก”ของเรือทัวร์ เรือโดยสาร ที่นำ”นักท่องเที่ยว” ไปยัง “เกาะแก่ง” เช่น “เกาะหลีเปะ”,เกาะตะรุเตา” และ อื่นๆ เพื่อให้”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ( สส ) มาทำการ”เจรจา” เมื่อ”บิ๊กโจ๊ก” ไม่มี กอ.รมน. จว.สตูล จึงกลายเป็นผู้ “เจรจา” แทน แต่ปัญหา”ไม่จบ”  และสุดท้าย ก็คงจะใช้วิธี”อนุโลม” ให้ทำผิด”กฎหมาย” ได้”พลางๆ” ก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกัน นี่คือ”ทางออก” ของการ”หมักหมม” ปัญหาจนกลายเป็น”ดินพอกหางหมู” ของประเทศไทย….และที่กลายเป็น”ปัญหา” คือ ณ วันนี้ คดีๆอะไรๆก็ต้องรอ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้เป็นผู้”แก้ไข” และ”รับผิดชอบ”  แต่ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่ใช่”นารายณ์สี่กร” จะได้รับผิดชอบได้ทั้งหมดทุกเรื่อง ทั้งประเทศ วันนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ต้องมอบหมายให้ “รอง ผบ.ตร. คนอื่นๆ  เข้ามารับผิดชอบบ้าง ถ้าทำไม่ได้ก็สร้าง”บิ๊กโจ๊ก” ให้เกิดขึ้นหลายๆคน จะได้”วิ่งรอก” เหนือ ,ใต้ ,ตก,ออก” ได้ทั้งประเทศ ไม่ ฮา นะ…..

@เรื่อง งานล่าช้า เรื่องทิ้งงาน  ของ”ผู้รับเหมาก่อสร้าง” อย่างที่เป็นข่าวที่ จ.สตูล ไม่ได้มี เฉพาะที่ จ.สตูล แต่มี”กลาดเกลื่อน” ไปประเทศไทย เช่น โครงการก่อสร้าง”บ้านเอื้ออาทร” ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส “อความเรี่ยม” ที่ จ.สงขลา ซึ่งทุกแห่งต่าง”ยืนประจาน” ถึงความ”ไม่เอาไหน” ของ หน่วยงานที่รับผิดชอบ รัฐบาลมนตรี เจ้าของกระทรวง ที่มาจาก” สส. หรือ “นักการเมือง” นั่นแหละ…..แต่ที่สร้างเสร็จแล้ว และเป็นการ”สูญเปล่า” เพราะไม่มีการ”ใช้งาน” เช่น “ อาคารแสงดงสินค้าขายสินค้าโอท็อป” ที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่”ทิ้งร้าง”กว่า 10 ปี   “ตลาดกลางการเกษตร” ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่กลายเป็นที่”เลี้ยงวัว” ไปหลายสิบปีแล้ว และ อาคารแสดงสินค้าโอท็อป ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี “ตลาดประชารัฐ และ “ตลาดกลางปศุสัตว์” ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ที่ยืน”อวดโฉม” ของความ”อัปยศ” ของความ”สูญเปล่า” ของ”งบประมาณ” ที่การก่อสร้างโครงการเหล่านี้เป็นเพียง”สนองตัณหา” ของ”ผู้มีอำนาจ” ที่เป็นผู้”เสนอโครงการ” และ”อนุมัติโครงการ” เพื่อการได้”เงินทอน”  เท่านั้น สำรวจให้ดีจะพบว่า”สิ่งก่อสร้าง” ที่เกิดขึ้นและ”สูญเปล่า” มีทุกอำเภอของทุกจังหวัด  เป็นทั้งของ “จังหวัด “ของ”ท้องถิ่น” และ หน่วยงาน กระทรวงอื่นๆ  ปัญหานี้ แก้อย่างไร และ ใครจะเป็นคนแก้ เพราะ”รัฐบาล”ชุดแล้วๆมาไม่เคยคิด…..

@เรื่องการ”ทุจริต” การ”คอรัปชั่น” ในประเทศไทย วันนี้ “แฝงตัว” อยู่ในทุก”หนแห่ง” มี สส.หลายราย ที่มาจาก”ผู้รับเหมาก่อสร้าง” ที่ ต้องการเข้าไปเป็น สส. เพื่อที่จะได้”หยิบชิ้นปลามัน” ใช้ “คอนเนกชั่น” ในการเป็น”นักการเมือง” เพื่องานรับเหมาโครงการใหญ่ๆ แต่ น่าจะ”ผิดหวัง” เพราะการ”ซื้องาน” จาก”กระทรวงที่มี”เม็ดเงิน” ในการ “ก่อสร้าง” มีการ”นินทา” ว่าต้องจ่าย” เงินทอน”ถึง 37 %  นี่คือ”หายนะ” ของประเทศไทย ถ้าไม่มีการแก้ไข….เช่นเดียวกับการที่มีการออก “กฎระเบียบ” ในการ”ล็อคสะเปค” ของงานก่อสร้าง โครงการใหญ่ๆ ให้กับ บริษัทผู้รับเหมา ที่เป็น”พรรคพวก” ยกตัวอย่างการ”ซ่อมถนน”ด้วยระบบ”รีไซนกิ้ง” ที่”ผู้รับเหมา” ต้องมี”เครื่องจักร” ที่ใช้ในการ”ครูดถนน” ราคาคันละ 30 ล้านบาท เป็นของบริษัทเอง เป็นการ”ปิดตาย” บริษัทผู้รับเหมารายอื่นๆ และที่เป็นปัญหาคือ” การ”ซ่อมถนน”ในแบบ”รีไซน์กิ้ง” ไม่ตอบโจทย์ของการซ่อมแซมถนน เพราะถนนที่ ทรุด ที่ พัง เกิดจาก โครงสร้างด้านล่าง คือ ดิน ทรุดตัว แต่การ”รีไชน์กิ้ง”คือการ “ครูดหน้าถนนที่เป็นแอสฟัลล์หรือ “ยางมะตอย”ทิ้ง และ ทำใหม่ ซึ่งการซ่อมถนนแบบ”รีไซน์กิ้ง” มีการ”นินทา” จาก “ผู้รับเหมา”ว่าส่วนใหญ่”ผิดสเปค” มีการ”โกงปูน” ทำเสร็จไม่นาน ก็พังอีก และ”ซ่อมอีก” ใครจะได้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ของ รัฐบาลใหม่ ก็ลองไป”ตรวจสอบ” ว่าจริงตามที่มีการ”นินทา” หรือไม่ เพราะมีผู้บอกว่า ถ้ามีการ”ตรวจสอบ”กันอย่าง”จริงจัง” เรื่องของการ สร้าง และ ซ่อม ถนน ”นอกจาก”ผู้รับเหมา” จะติดคุก”แล้ว เจ้าหน้าที่อาจะต้องไป”กินข้าวแดง” กันเป็น”ทิวแถว …..

@นี่ก็เดือดร้อนจาก มาตรการของรัฐ ประชาชนใน ต.โคกหล่อ ,ควนปริง” อ.เมือง ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง  กว่า 100 ครัวเรือน ร้องขอความเป็นธรรม เพราะถูก เวนคืน ที่ดิน เพื่อขยายสนามบินตรัง ในราคาที่ไม่เป็นธรรม  เพราะราคาที่ดิน ปัจจุบันไร่ละเกือบ 1 ล้าน แต่ได้ค่าเวนคืนไร่ละ 80,000 บาท

@พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์ การฝึกปฏิบัติการร่วมศรชล. ประจำปี 2566 โดยมีพลเรือเอกชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. พลเรือโทประวิณ จิตตินันทน์ รองเลขาธิการ ศรชล. พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลเรือโท จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานหลัก 7 ศรชล. ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมชมการฝึก ณ ลานวัฒนธรรมหาดชลาทัศน์ และพื้นที่ทางทะเล จังหวัดสงขลา 

    @พลเรือตรี ไชยนันท์ ชูใหม่ ผู้อำนวยการสำนักการฝึกและฝึกอบรม ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กล่าวว่า การฝึกในครั้งนี้ เป็นการฝึกปฏิบัติการร่วม ศรชล.ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ การค้นหาและช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในทะเล (Sea SAR) และการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันในทะเล (Oil Spill) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ โดยใช้กำลังหลักของ ศรชล.ภาค2 ดำเนินการฝึก เพื่อทดสอบการบัญชาการเหตุการณ์ การอำนวยการตามสถานการณ์ ระบบติดตามสถานการณ์ การสื่อสาร การบูรณาการการปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางเรือของหน่วยงานหลักในศรชล.ภาค 2 รวมถึงหน่วยงานของรัฐและเอกชนในพื้นที่ ในการเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการและตอบสนองให้ทันต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงจากภัยคุกคามทางทะเลที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 

   @สำหรับสถานการณ์ฝึกในครั้งนี้ สมมติให้เรือท่องเที่ยว VIKER OCEAN เกิดอุบัติเหตุโดนกันกับเรือบรรทุกน้ำมัน Sea Giant กำลังมุ่งหน้าเข้าท่าเรือน้ำลึกสงขลา ทำให้มีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลกว่า 200,000 ลิตร และมีผู้โดยสารของเรือท่องเที่ยวตกน้ำลอยอยู่ในทะเล จำนวน 40 คน มีนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บรุนแรง ต้องส่งกลับสายแพทย์เร่งด่วน รัฐบาลมอบหมายให้ ศรชล. บูรณาการจัดหน่วยเผชิญเหตุตามระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS) สั่งการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลเพื่อส่งกลับสายแพทย์ ตลอดจนการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลแก้ไขสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด 

   @ปัจจุบัน ศรชล. นับเป็นหน่วยงานหลักและเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาล และรับผิดชอบการดำเนินการที่มีเอกภาพ สามารถบูรณาการการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ศรชล.ทุกนายมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ ด้วยความรัก ความสามัคคี เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่นในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ เท็จ-จริง อย่างไร ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วย….  

@ประชาชนใน จ.พัทลุง บ่นกันจน”ปากเปียกปากแฉะ” เรื่องการ”ระบาดของยาเสพติด” ที่มีอยู่ทุก”หย่อมย่าน” มีการ”เดินยา” กันใน”ชุมชน” เหมือกับการขาย”อาหารเสริม” และ”ผู้เสพ” ก็ ก่ออาชญากรรม ด้วยการ”หยิบฉวย” ทุกอย่าง โดยเฉพาะ “พืชผลทางการเกษตร” นำไปขายเพื่อ”ซื้อยาเสพติด” ก็ฝากถึง พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์” ผบก.ภ.จว. พัทลุง  ให้สั่ง”กำชับ” เจ้าหน้าที่ทุก สภ. ให้มีแผนในการ ป้องกัน ปราบปราม “ผู้ค้า” อย่างต่อเนื่อง ก็ไหนว่า “ทุกข์ของประชาชน เป็นทุกข์ของแผ่นดิน” ไม่ใช่เหรอ และไหนว่า”ตำรวจ” มีหน้าที่”บำรุงสุข บำบัดทุกข์” ให้กับประชาชน ยังไงเล่า…..

@ทุเรียน พืช”เศรษฐกิจ” ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังทยอยออกสู่ตลาด ปีนี้ตลาดมีความต้องการสูง เกษตรกรยิ้มออกเพราะขายได้ราคา แต่ข่าวว่า”ล้งต่างชาติ” หรือ”ล้งจีน” ที่ ยึดกุมตลาด”ส่งออก” อยู่ในมือ วางแผนในการ”กดราคา” ก็คงต้องฝากถึง “หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ กระทรวงเกษตร ,เกษตรจังหวัด และ อื่นๆ เข้าไป ติดตามดูแล อย่างใกล้ชิด” โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง”ตัดทุเรียนอ่อน” เพื่อ”ส่งขาย” ต้องไม่ให้เกิดขึ้น และสุดท้ายเรื่องอย่างนี้ “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) ต้องยื่นมือเข้าไป”บูรณาการ” กับหน่วยงานภาครัฐและ”เอกชน”ในขณะที่”พล.ต.ท. นันเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ก็ต้องมีการ “กำชับ” เจ้าหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัย ในจุดที่มีการ”ซื้อ-ขาย” ทุเรียน” เพราะทุกปี จะมีการก่อเหตุร้ายเกิดขึ้น ทั้งจาก”แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน และมาจากปัญหาการ”ขัดแย้ง” ของ กลุ่ม พ่อค้าทุเรียน”ในพื้นที่กับ”ต่างถิ่น”…..ไหน ใครว่า สถานบริการ สถานบันเทิง ที่”เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย” ที่ “บ้านด่านนอก” อ. สะเดา จ.สงขลา”ซบเซา” เพราะนักท่องเที่ยวจาก”มาเลเซีย” ไม่เข้ามาเหมือนก่อน ก็เห็น”ผู้เกี่ยวข้อง”ที่เป็นเจ้าของ”ธุรกิจบันเทิง” เตรียม”ยื่นหนังสือถึง”รัฐบาลใหม่” เพื่อขอให้เปิด”สถานบันเทิง”ที่ “บ้านด่านนอก”ได้จนถึง ตี 4  เรื่องจริงของ”เมืองด่านนอก” วันนี้ สถานบันเทิงเปิดตั้งแต่”กลางวัน”ยัน”สว่าง” ทุกคืน แต่ที่ขอเปิดให้”ถูกกฎหมาย” เพราะไม่ต้องการ”จ่ายส่วย” เท่านั้นเอง  “กลุ่มทุนสีเทา” กำลังทนไม่ไหวกับการที่ต้อง”จ่ายส่วย” ให้หน่วยงานต่างๆถึง 35 หน่วยต่อเดือน ใช่หรือไม่….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า ครับ

………………………………………………………………………………………… 

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

//////////////////////////////////////////////////// 

รายอกีตอ.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานและลงข่าวจัดกิจกรรม “รายอกีตอ” ตอน 100 ปีหลักรัฐประศาสโนบาย ล้นเกล้าราชดารที่ 6 ณ ห้องประชุมชั้น  2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา 

////////////////////////////////////////// 

กำลังใจ.  พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)นำคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมงายสวดะระอภิธรรมศพ เด่น หลีเหล็ม ชาวบ้านที่หาของป่า และถูก กลุ่มคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนวางระเบิดและซุ่มโจมตีเสียชีวิต พร้อมมอบเงินเยียวยา ณ วัดลำภู ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส 

/////////////////////////////////////////// 

ประชุมสุดยอด.    ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้รับเชิญจาก ผู้บริหารมณฑลหูเป่ย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 4ภาคพื้นตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน เพื่อจะได้นำประโยชน์จากการประชุมมาเชื่อมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

/////////////////////////////////////////////////////// 

ทอดผ้าป่า.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการ ศอ.บต. สส.บัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ณ วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส มีประชาชนไทยพุทธร่วมงานคับคั่ง 

////////////////////////////////////////////// 

ร่วมกิจกรรม.    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ พล.ต.ท.พัฒนาวุฒิ อังคนาวิน กรรมการบริหารพรรค ร่วมกิจกรรม ตาดีกาสัมพันธ์ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ครั้งที่ 24 ณ ศูนย์ศึกษาอิสลาม ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 

/////////////////////////////////////////////////////// 

ดันสงขลาเป็นเมืองทุเรียน.   นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย ร่วมงานฟิลด์เดย์ฝึดอบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องปลูกทุเรียน ที่มี ดร.ถาวร เรืองวรุณวัฒนา เป็นประธาน เพื่อดันให้ จ.สงขลา เป็นเมืองทุเรียน ณ.สวนสี่พันไร่ บ้านทับโกบ อ.สะเดา จ.สงขลา 

/////////////////////////////////////////// 

ประชุมระดมความคิด.  ดร.วรภาพ  ไมตรีพันธุ์  ผู้ช่วย อธิการบดี มอ.ปัตตานี (ฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม)​  เป็นประธานประชุม  ชุมชนนักปฏิบัติสื่อสารองค์กร มอ.ปัตตานี เพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกับนักประชาสัมพันธ์ และผู้ปฏิบัติงานสื่อสาร  เพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนสื่อสารองค์กร ของ มอ.ปัตตานี ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

//////////////////////////////////////////////// 

มอบเสื้อ.    เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ คหบดี เจ้าของกิจการโรงโม่หิน อ.บางกล่ำ จ.สงขลา มอบเสื้อ 500 ตัว เพื่อให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นำไปจำหน่าย มอบรายได้ให้กับศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ โดยมี รศ.ดร.พญ.มณฑิรา ตัณฑนุช ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นตัวแทนในการรับมอบ ณ รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 

//////////////////////////////////////////////////////// 

มอบโล่เกียรติคุณ.   ฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้และผู้บริหารสมาคม เข้ามอบโล่เกียรติคุณให้กับ พล.ต.ธนัช ฉิมพาลี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เพื่อเชิดชูเกียรติ ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม สนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนใต้ด้วย สันติวิธี การบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความสันติสุขพื้นที่ชายแดนใต้ ณ ห้องประชุม บก.ฉก.ยะลา ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 

///////////////////////////////////////////////// 

ครัวเรือนเปราะบาง.  ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รอง ผวจ.ยะลา พร้อมด้วย ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ยะลา เพื่อให้ความ ช่วยเหลือด้านสวัสดิการ มอบเงิน ถุงยังชีพ ให้ครอบครัวเปราะบาง  ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 

///////////////////////////////////////////////////////// 

ใบขับขี่   สมมาตร บารา นายอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี ลงพื้นที่ เปิดโครงการคนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดปัตตานี สาขาสายบุรี เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบการใช้รถใช้ถนน  แก่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนศาสน์ (กะลาพอ) ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 

/////////////////////////////////////////////////////// 

คลีนิกเกษตร.   พุทธ กฤชคงพันธุ์ รอง ผวจ.สงขลา เป็นประธานเปิดงานโครงการคลีนิคเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ฯไตรมาสที่ 3 โดยมี วุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี เกษตรจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน ณ ศูนย์เรียนรู้สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จ.สงขลา 

///////////////////////////////////////////////////// 

มหกรรมกีฬา.   นิพนธ์ บุญญมณี อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬามหกรรมประจำอำเภอ  ประจำปีงบประมาณ 2566  ซึ่งจัดโดย อบจ.สงขลา ณ สนามกีฬากลาง อ.นาทวี จ.สงขลา โดยมี ไพเจน  มากสุวรรณ นายก อบสงขลา และ ส.อบจ.ร่วมงาน 

/////////////////////////////////////////////////// 

มอบเงิน.   สมนึก ศรีนอง  ประธานตัวแทนชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดบ่อแดงได้เป็นตัวแทนมอบเงิน 200,000 บาทจากการจัดงานวิ่งรันร่วมรักและคอนเสิร์ตคาราบาวให้กับ นสุภาพร เพชรทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ่อแดง ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลาเพื่อใช้จัดจ้างครูสอนภาษาต่างประเทศให้กับโรงเรียนวัดบ่อแดงต่อไป 

/////////////////////////////////////////////////////////////// 

มอบรางวัล.   ชัยเดช ปาละวงค์  นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา ได้มอบรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันการแกงคั่วหัวโหนดเพื่อเป็นกำลังใจกับผู้ที่เข้าแข่ง  ในงาน วัดลูกโหนด ที่จัดขึ้นณ สนามที่วว่าการ อ.สทิงพระ จ.สงขลา 

//////////////////////////////////////////////// 

อนุรักษ์.  ณ บ้านเกาะมุกด์ หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง  ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีกิจกรรมวางแนวทุ่นตามแนวหญ้าทะเล ชะลอความเร็วเรือ เพื่ออนุรักษ์พะยูน และแหล่งหญ้าทะเล โดยมา  อรรถพล เจริญชันษา รักษาการแทน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน 

////////////////////////////////////////////////////// 

กลุ่มเปราะบาง.   ณ ห้องภัชรัตน์ โรงแรมวัฒนาพาร์ค  อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง  โสพิญฐ์  สุวรรณหงส์  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง  เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ  อาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โดยมี ภมร  กลิ่นหอม ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัดตรัง  กล่าวรายงาน 

///////////////////////////////////////////////// 

ท่าธงเกมส์.    มัสตูรี วาแมดีซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา นำคณะผู้บริหารฯ สมาชิก พนักงานและลูกจ้าง ร่วมกันปิดพิธีการแข่งขันกีฬาท่าธง เกมส์ ประจำปี 2566 “ชาวท่าธง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไม่พึ่งพาสิ่งเสพติด” พร้อมมอบรางวัล ให้กับนักกีฬา ทั้ง 3 ชนิด ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ ณ สนามกีฬาบ้านจะรังตาดง ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา 

/////////////////////////////////////////////////// 

ปล่อยพันธุ์ปลา.    กฤติกา ธรรมสโร ผู้ช่วยผู้อำนวยการประปาส่วนภูมิภาคพร้อมด้วย นายกิตติ โบว์พัฒนากูล ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาระโนด และ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน พนักงานและลูกจ้างในสังกัด เข้าร่วมโครงการปล่อยพันธุ์ปลา ลงสู่ทะเลสาบสงขลา ณ หาดปากบาง ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา 

//////////////////////////////////////////////////////////////