ตัวเลขจากกระทรวงเกษตรเยอรมนีเผยให้เห็นว่า การบริโภคเนื้อสัตว์ของประเทศลดเหลือ 52 กิโลกรัมต่อคน เมื่อปี 2565 ซึ่งถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่มีการเริ่มคำนวณในปี 2532 สวนทางกับจำนวนชาวเยอรมันที่เป็นมังสวิรัติ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นราว 10% ของประชากรในประเทศ

ความกังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์, การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และราคาสินค้าที่สูงขึ้น ต่างทำให้ผู้บริโภคมองหาทางเลือกอื่นแทนเนื้อสัตว์ในอาหารของพวกเขา

ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา เยอรมนีมีรมว.เกษตร ซึ่งเป็นมังสวิรัติ คือนายเซม เอิซเดเมียร์ จากพรรคกรีน ซึ่งสำหรับเขาแล้ว กุญแจสำคัญคือการปฏิรูปการผลิตเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

“การเลี้ยงสัตว์ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยคาร์บอนในภาคส่วนการเกษตร ดังนั้นจึงต้องมีการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้แนวทางปฏิบัติเป็นมิตรกับสภาพอากาศมากขึ้น” เอิซเดเมียร์ กล่าว

เอิซเดเมียร์เชื่อว่า การที่ชาวเยอรมันรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลงเป็น “แนวโน้มระยะยาว” ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวเขาเลย เพราะผู้คนต่างกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และต้องการสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น แถมยังให้ความสำคัญกับสุขภาพของพวกเขาด้วย ซึ่งเอิซเดเมียร์คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี

กระทรวงเกษตรเยอรมนีกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้านโภชนาการ เพื่อช่วยให้ชาวเยอรมันรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และวางแผนที่จะนำเสนอมันภายในช่วงสิ้นปีนี้ แผนการดังกล่าวคือ การสนับสนุนประชาชนให้ปฏิบัติตาม “การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ, มีผักเป็นหลักมากขึ้น และยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ชาวเยอรมันทุกคนที่รู้สึกดีกับอนาคตที่มีเนื้อสัตว์น้อยลง โดยในช่วงไม่นานมานี้ สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานว่า สมาคมโภชนาการแห่งเยอรมนี (ดีจีอี) ซึ่งให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กำลังวางแผนที่จะแนะนำการบริโภคเนื้อสัตว์เพียง 10 กรัมต่อวัน

รายงานดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ส่งผลให้ดีจีอีต้องออกมากล่าวในภายหลังว่า เรื่องทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิด แต่การอภิปรายไม่ได้ทำให้สถานการณ์สงบลงแต่อย่างใด

ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ชาวเยอรมัน 57% ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ดำเนินมาตรการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์แห่งเยอรมนี (วีดีเอฟ) กล่าวว่า รัฐไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับอาหารการกินของประชาชน ส่วนการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 นั้น วีดีเอฟเชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากราคาเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อผู้บริโภคจากภาวะเงินเฟ้อ

กระนั้น เอิซเดเมียร์ กล่าวว่า เขาไม่มีเจตนาที่จะกำหนดว่า ชาวเยอรมันควรซื้อและรับประทานอะไร “ทุกคนสามารถตัดสินใจได้เองว่า จะรับประทานอะไร และรับประทานมากแค่ไหน” เขากล่าว “งานของผมคือ การเสนออาหารที่สมดุล และดีต่อสุขภาพ ซึ่งผมต้องการให้ตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพ กลายเป็นตัวเลือกที่ง่าย”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES