@”การเมือง” ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เรื่องที่”นักการเมือง” พูดวันนี้” กับวัน”พรุ่งนี้” อาจจะแตกต่างกันแบบ”หน้ามือเป็นหลังมือ” ทุกอย่างที่เป็นเรื่องของ”นักการเมือง” เปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ ดังนั้น”ประชาชน”อย่าง”เราๆท่านๆ” จึงต้อง”ทำใจ” กันล่วงหน้า เพราะ”สุดท้ายแล้ว” รูปร่าง หน้าตา ของ”รัฐบาลชุดใหม่” ที่จะเข้ามาทำหน้าที่”บริหารประเทศ” อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่”ประชาชน” อย่าง”เราๆท่านๆ” คาดหวัง และ”ต้องการ” อาจจะมีทั้ง”เทพ ทั้ง มาร” ปะปนกัน โดยเฉพาะผู้ที่คาดหวังว่า “นายกรัฐมนตรี “ คนที่ 30 ของประเทศไทยจะชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ต้อง”ทำใจ” ล่วงหน้า เพราะอาจจะไม่เป็นอย่างที่”คาดหวัง” เพราะการที่จะโน้มน้าว” สมาชิกรัฐสภา” และ”สส.ฝ่ายค้าน” ให้ยกมือ”โหวต” ให้”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้”ก้าว” ไปถึง” ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” อ่านเกม ในวันนี้แล้ว บอกได้คำเดียวว่า”เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา” และยิ่งใน”ฟาก”ของ”พรรคฝ่ายค้าน ถ้าจะให้”ยกมือโหวตให้” ก็หมายถึงต้องมี”ค่าตอบแทน” ไม่อย่างหนึ่งก็อย่างหนึ่ง เช่นขอ”เข้าร่วมรัฐบาล” ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้เลย เพราะในตอนที่”หาเสียง” ทั้ง”ก้าวไกล” และ”เพื่อไทย” บอกไม่ร่วม”ประชาธิปัตย์” และไม่ร่วมพรรคของ”2 ลุง” รวมทั้งไม่”เอาหนู” ไม่เอา”งูเห่า” และแม้ว่า”ประชาธิปัตย์” ที่ได้ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ที่จะมีการ”เลือกตั้ง” ในวันที่ 9 กรกฎาคม นี้ และได้ “หัวหน้าพรรค” ที่อยากเข้าร่วม”รัฐบาล” ก็ยังหา”ช่องทาง” ในการเข้าร่วมไม่เจอ…..
@สำหรับ”คนไทย” เชื่อว่า”ส่วนใหญ่” ต้องการเห็น”บ้านเมือง” เดินไปข้างหน้าโดยเร็ว และเห็นว่า”การเมือง” ต้องยึดใน”กติกา” ของ”รัฐธรรมนูญ” และ”ประชาธิปไตย” พรรคการเมืองที่”ชนะเลือกตั้ง” มาเป็น” ที่หนึ่ง” ต้องได้เป็น”ผู้บริหารประเทศ” ดังนั้นจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องดูการ”โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี”ในวันนั้น ซึ่งอยู่ในเดือน กรกฎาคม นี้แหละ และ “ประชาชน” ที่เป็น”เสียงข้างมาก” จะได้เห็น”ธาตุแท้”ของ”นักการเมือง” ทั้งที่มาจาก”สภาบน” และ”สภาล่าง” ว่า ระหว่าง ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความต้องการของประชาชน ( ส่วนใหญ่ ) “ผู้ทรงเกียรติ” ทุกท่านที่รับ”เงินเดือน” จาก”ภาษีของประชาชน” จะ เลือกแบบไหน….. “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จะนำ”ก้าวไกล” กลับไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อ”ฟูมฟัก” พรรคก้าวไกล อีก 1 สมัย เพื่อการ”เลือกตั้งครั้งใหม่” เพื่อให้เกิดการ”แลนด์สไลด์” ที่สามารถจัดตั้ง”รัฐบาลพรรคเดียว” ในสมัยหน้า โดยไม่ต้อง”ง้อมือ” ของพรรคการเมืองอื่นๆ โดยปล่อยให้”เพื่อไทย” ซึ่งเป็นพรรคที่”ชนะเลือกตั้ง” มาเป็น”อันดับสอง” จัดตั้งรัฐบาล กับ”พรรคการเมืองอื่น” ที่เหมือน”เพื่อไทย” ต้อง”กลืนน้ำลายตัวเอง” และเป็นการ”ขุดหลุมฝังตนเอง” หรือไม่ และที่สำคัญ”พรรคการเมืองอย่าง”ประชาชาติ” และอื่นๆ จะ”เอาด้วย” กับ”เพื่อไทย” หรือไม่ ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้อง”จับตามอง”……แต่ เอาเถอะ “สุดท้ายแล้ว” ไม่ว่า”ก้าวไกล” หรือ”เพื่อไทย” จะได้เป็น”รัฐบาลชุดใหม่” ล้วนแต่การเป็น”รัฐบาล”ชุดที่”เหนื่อยยาก” กับการ”บริหารประเทศ” ที่”สั่งสม”ปัญหาและ”ทับซ้อน” มาเป็นเวลา 8-9 ปี ที่ทุกเรื่อง ทุกปัญหา แก้ได้ไม่”สะเด็ดน้ำ”โดยเฉพาะเรื่อง”ทุจริต คอรัปชั่น” ที่มีอยู่ในทุกวงการของหน่วยงานรัฐ
@และเรื่องที่ แต่ละพรรคการเมือง ที่ร่วมกันเป็นรัฐบาล ได้”หาเสียงไว้” ทั้งเรื่องของ”พลังงาน” การ”ลดค่าไฟฟ้า” การเข้าไป”รื้อระบบ” ที่เป็น”โครงสร้าง” ของ “ทุนพลังงาน” ที่เป็นของ”เอกชน” การแก้ปัญหา “เกษตรกร” ที่ยังต้อง”ซื้อปุ๋ย-ยาปราบวัชพืช” ในราคาแพง ตั้งแต่สงคราม”รัสเซีย-ยูเครน “ เป็นต้นมา การ”ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่สุดท้ายแล้ว “รัฐบาลชุดใหม่” ไม่ว่าจะเป็น”ก้าวไกล” หรือ”เพื่อไทย” ก็ทำไม่ได้ เพราะ นโยบาย ที่คิดได้ในขณะที่”หาเสียง” เมื่อเข้าไปเป็น”รัฐบาล” จะต่างกันอย่าง”ลิบลับ” และการ ที่”รัฐบาล” จะเข้าไป”สั่งการ” กับ”กลุ่มทุน” เป็นเรื่องที่”ไม่ง่าย” เพราะ”เศรษฐกิจ” ของ”ประเทศไทย” อยู่ใน”อุ้งมือ” ของ”กลุ่มทุน” เพียง 20 ตระกูล” มาเป็นเวลานาน แม้แต่”รัฐบาลทหาร” ที่เข้ามา”ยึดอำนาจ” เพื่อ”บริหารประเทศ” กี่ยุคกี่สมัย ก็ยังต้อง”สยบยอม”ให้กับ”กลุ่มทุน”มาโดยตลอด …..และนอกจาก”กลุ่มทุน” รัฐบาลชุดใหม่ ก็ยังมี”นโยบาย” ในการ”หาเสียง”กับ”ประชาชน” ในการที่จะเข้ามา”ลิดรอน” อำนาจและผลประโยชน์ของ”ขุนศึก” ที่หมายถึง”กองทัพ” ก็ยังจะ”ยุ่งยาก” เข้าไปใหญ่ แค่เรื่องการ”ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร” ซึ่งเป็นเรื่อง”พื้นๆ” ของกองทัพ เอาเข้าจริงๆ อาจจะไม่ใช่เรื่อง”กล้วยๆ” สำหรับ “รัฐบาลใหม่” อย่าเอาถึงขั้น ที่จะลดตำแหน่ง”นายพล” จำนวน 1,500 คน และการ”ถอนทหาร” จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการ”ยกเลิก” กฎหมายพิเศษ…..
@ที่สำคัญ เรื่องที่”พรรคร่วมทุกพรรค” หาเสียง ที่เป็นเหมือน”สัญญาประชาคม” เช่นการ”ยกเลิกหนี้ กยศ” การให้ประชาชนได้รับ”บำนาญ 3,000 บาท” ฯลฯ เอาไว้จริงๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้อย่างที่”หาเสียง” หรือไม่ แต่ก็ “เอาใจช่วยนะ” ให้”ก้าวไกล”และ”เพื่อไทย” รวมทั้ง 6 พรรค ที่เป็น”พันธมิตร” ได้เป็นผู้ บริหารประเทศ และเห็นด้วยที่จะให้ “2 ลุง” คือ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ” นายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่แค่ “หัวหน้าพรรคการเมือง” รวมกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้”อนุทิน ชาญวีรกุล “ ( เสี่ยหนู ) ทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน” เก็บของเถอะ “ลุงตู่-ลุงป้อม” อย่าง”ดันทุรัง” เพราะวันนี้หมดยุคสมัยของทั้ง 2 ลุง แล้วจริงๆ และในบรรดา”นายพล 3 ป” ต้องยกนิ้วเพื่อ”ซูฮก” ให้กับ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย “ ที่ถือว่า”อยู่เป็น” และรู้ว่า”จังหวะไหนควรเดินหน้า จังหวะไหนควรถอย”.….
@หลังจากที่ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ,กอ.รมน.ภาค 4 “ชักธงรบ” ด้วยการมอบหมายให้”สำนักฝ่ายกฎหมาย” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”แจ้งความ”กล่าวโทษ เพื่อ”เอาผิด” กับ “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” และ “ผู้เกี่ยวข้อง” ที่ดำเนินการจัด”เสวนา” เรื่อง”การกำหนดอนาคตตนเองในสันติภาพปาตานี” โดยมีการจัดให้มีการ”ลงประชามติการแบ่งแยกดินแดน” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายก 2566 ที่ห้องประชุมศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี…..วันนี้องค์กรต่างๆออกมา”เคลื่อนไหว” เพื่อ”เห็นต่าง” และมีความเห็นว่า”ไม่เข้าองค์ประกอบของกฎหมาย” ในการที่จะ”เอาผิด”กับ”นักศึกษา”ที่ถูกกล่าวหา ก็เป็นเรื่อง”ต่างคนต่างคิด”และ”ต่างคนต่างความเห็น” ก็เป็น”หน้าที่”ของ”ฝ่ายกฎหมาย” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ที่ต้องหา”พยาน” และ”หลักฐาน” ที่ “หนาแน่น” และ”เพียงพอ” ในการ”เอาผิด” เพราะถ้า”หลักฐานอ่อน” และถูก”ยกฟ้อง” ผู้ที่”เสียหาย” และกลายเป็น”จำเลย”ของ”สังคม” ก็หนีไม่พ้น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ”กองทัพบก” นั่นเอง….แต่เมื่อ”ตรวจสอบแนวรบ” ทางด้าน”ไอโอ” ของฝ่าย”ภาคประชาสังคม” ที่เป็น”ปีกการเมืองของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” มองเห็นความ”เพลี่ยงพล้ำ” ในการทำสงคราม”ไอโอ” ระหว่าง “กอ.รมน.ภาค ภ 4 ส่วนหน้า” อย่างชัดเจน เพราะ “คนในพื้นที่” เลือกที่จะเชื่อ”ข้อมูล” ของฝ่าย”บีอาร์เอ็น” มากกว่า”ข่าวสาร” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นั่นเอง เรื่องนี้ ถ้า “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” มองว่า”ไม่สำคัญ” ก็ไม่ต้องหวังที่จะ”ชนะ”ในด้านของการ”แย่งชิงมวลชน”…..
@ล่าสุด “พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค “ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ออกมาให้”สัมภาษณ์สื่อ” ถึงแผนการ”ถอนทหาร” จากพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถ้า “สถานการณ์” การก่อการร้าย ลดน้อยลงจนเข้าสู่ความเป็น”ปกติ” ของพื้นที่ ภายในปี 2570 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า จะ”ถอนทหาร” ออกจากพื้นที่ทั้งหมด และมอบหน้าที่ให้ “กองกำลังท้องถิ่น” ทำหน้าที่ ดูแลความ”สงบเรียบร้อย” รวมทั้งการ”ยกเลิก” การใช้”กฎหมายพิเศษ” ที่ใช้อยู่ ….แต่ เชื่อเถอะ “สถานการณ์”ของ”สงครามกองโจร” ใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่”สงบ” อย่างที่”ทหาร” คาดหวัง เพราะ”บีอาร์เอ็น” ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ” และนอกจากไม่สงบแล้ว อาจะมีความ”รุนแรง” ที่เพิ่มขึ้น เพราะ”บีอาร์เอ็น” ต้องการให้”ทหารคงอยู่” ในพื้นที่ และต้องการให้”ทหาร” ออกมา” ปิดล้อม ตรวจค้น” และ”วิสามัญ” กองกำลังติดอาวุธของ”บีอาร์เอ็น” เพราะ”บีอาร์เอ็น” ต้องสร้างสถานการณ์เพื่อ”หล่อเลี้ยงความรุนแรง” เอาไว้จนกว่าจะ”บรรลุ” ข้อตกลงในการ”เจรจาสันติภาพ” ตามที่”บีอาร์เอ็น”ต้องการ…..การ”เข่นฆ่า” คน”ไทยพุทธ” ที่มีอาชีพ”หาของป่า-ล่าสัตว์” ใน อ.รือเสาะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส คือตัวอย่างที่”บีอาร์เอ็น” ต้องการให้” ทหาร” ทำการ”ปิดล้อม-ตรวจค้น” และจบลงด้วยการ”วิสามัญ” กองกำลังติดอาวุธของ”บีอาร์เอ็น” แต่เป็นเพราะ” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค “แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ไม่เดินเข้า”หลุมพราง”ของ”บีอาร์เอ็น” ทน”กล้ำกลืน” ให้”คนไทยพุทธ” ที่”เจ็บแค้น” กับความ”สูญเสีย” มองว่า”ทหาร”ในพื้นที่”ไม่มีน้ำยา” คุ้มครอง”ประชาชน”ไม่ได้ และหลังเกิดเหตุยังเอา”คนผิด” มาลงโทษไม่ได้อีก…..ดังนั้นทั้งเรื่องการ”แจ้งจับ” ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ และเรื่อง “สถานการณ์” ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงกลายเป็น”เผือกร้อน” ที่ “รัฐบาลชุดใหม่” จะต้องเป็นผู้”แก้ปัญหา” ต่อไป และนี่ก็เป็น”งานยาก” สำหรับ ผู้ที่จะมาเป็น”รมว.มหาดไทย และ รมว.ยุติธรรม” ที่ยังไม่รู้ว่า ตำแหน่งนี้จะเป็นของพรรคการเมืองไหน ระหว่าง”ก้าวไกล,เพื่อไทย” และ”ประชาชาติ”…..
@รวมทั้งต้อง”จับตา” รัฐบาลใหม่จะมีการ”แต่งตั้ง” ให้ใครมาเป็น “แม่ทัพภาคที่ 4 “เพราะ”รัฐบาลใหม่” อาจจะมีคนของตนเองที่ “เชื่อมั่น” และ”ไว้ใจ” ซึ่งตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก” พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค” ผู้มีฉายาว่า”นักรบหน้าขาว” เป็น “นายทหาร” คนอื่นก็เป็นไปได้สูง…..รวมทั้ง 30 กันยายน นี้ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) ก็จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งต้องติดตามดูว่า ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น” เลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ จะเป็นใคร เพราะ ตำแหน่งนี้ มีความสำคัญกับงานใน”มิติ”ของการ”พัฒนา”และ”สังคมจิตวิทยา”ของพื้นที่”อ่อนไหว” อย่าง “จังหวัดชายแดนภาคใต้…..สำหรับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. หลัง เกษียณอายุราชการ คงจะไม่”เงียบเหงา” เพราะด้วย”ความรู้” และ”ความ”สามารถ” ในเรื่องงาน”การข่าว” ทั้งในและนอกประเทศถือว่า”สุดยอด” เชื่อว่า “รัฐบาลใหม่” จะต้องมี”ตำแหน่ง” เพื่อทำหน้าที่ในการ”ดับไฟใต้” อย่างแน่นอน…..เช่นเดียวกับในวงการ”สีกากี” ที่ประชาชนผู้”เสพสื่อ” ต่าง”เอือมระอา” ตื่นขึ้นมา หยิบหนังสือพิมพ์ เปิดดู ทีวี มีแต่เรื่อง” ฉ่าวโฉ่” ของ “ตำรวจ” ในเรื่อง”ผลประโยชน์” การใช้”อำนาจ” ที่ไม่เป็นธรรม สำหรับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ปีนี้” พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล “นายตำรวจ”น้ำดี” อีกคนหนึ่งที่ รับราชการอยู่ในภาคใต้ยาวนาน ก็จะเกษียณอายุราชการ “รองนายกรัฐมนตรี “ ที่จะได้มี”อำนาจวาสนา” มากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้อง”เฟ้นหา” นายตำรวจ”มือดี”มาทำหน้าที่ ผบช.ภ.9 .เพราะ เป็นพื้นที่ซึ่งนอกจากต้อง”รับมือ” กับเรื่อง”การก่อการร้าย” ที่เป็นเรื่อง”ความมั่นคง” แล้ว วันนี้ พื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 9 ยังเป็นพื้นที่” ของเถื่อน” ทั้งเรื่องของ”บุหรี่, สุรา, น้ำมันเถื่อน” ที่”กลุ่มทุน” มี “ขบวนการใหญ่โต” ในการทำลายเศรษฐกิจของชาติ ที่สำคัญเรื่อง”ยาเสพติด” ที่ ภาคใต้ โดยเฉพาะ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือแหล่งค้ายาเสพติดเพื่อการ”ส่งออก” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และยังเป็น”ปากประตู” ของการ”ค้ามนุษย์” ที่ ขบวนการลักลอบนำเข้า”คนเถื่อน” ต้องใช้”เส้นทางของ “จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการ”ส่งออก” ดังนั้น “ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 “ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และต้องเป็น”คนดี” ที่ทนทานต่อการ”เสียดทาน”ของผลประโยชน์ ที่”ล่อตาล่อใจ”ได้ด้วย…..
@เมื่อหลักฐาน”มัดแน่น” มาตั้งแต่ ขบวนการ”จับกุม”และ”สอบสวน”ของ “ตำรวจ” และการ”สั่งสอบเพิ่ม” ในประเด็นต่างๆของ”พนักงานอัยการ” ในที่สุด คดีการ”บุกรุกขุดดินในสถานที่โบราณสถานเขาแดง” อ.สิงหนคร จ.สงขลา ผู้ต้องหาที่เป็น” พ่อ,แม่,ลูก” ครอบครัว”นักการเมืองท้องถิ่น” ที่ถูกเรียกว่า”คนโต” แห่ง “สิงหนคร” ก็ต้องเดินเดินเข้าสู่ “ขบวนการยุติธรรม” ถูก”พนักงานอัยการ” ส่ง”ฟ้องศาล” เป็นที่เรียบร้อย เป็นไปตามความ”ต้องการ”ของคนในจังหวัดสงขลา ที่ติดตามคดีนี้มาถึง 2 ปี และนี่คือ”บทพิสูจน์”ที่ว่า ถ้าผู้รักษา”กฎหมาย” ทำหน้าที่อย่าง”ตรงไปตรงมา” คนผิดก็ต้อง”รับผิด” ตาม บทบัญญัติของกฎหมาย….และ เมื่อวันที่ 14 มิ.ถุนายน ที่ผ่านมา”สุดใจ ไข่เสน ผอ.ปปช. สงขลา ก็มี หนังสือ ถึง พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก.สภ.สิงหนคร เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ขอรายละเอียดของเหตุแห่งคดี เพื่อที่ ปปช.จะได้”เอาผิด” ในเรื่องของการ”ทุจริต” อีก ข้อหาหนึ่ง…..
@หลังจากที่”เดลินิวส์”ออกมา”แฉเส้นทางน้ำมันเถื่อน” และมีการจับกุม” น้ำมันเถื่อน 4 แสนลิตร ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์” ของเจ้าแม่น้ำมันเถื่อนใน”ภาคกลาง” ที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่รับ”น้ำมันเถื่อน”จากภาคใต้” ซึ่งวันนี้มีการ”จับกุม” อย่างต่อเนื่อง ทำให้”ขบวนการน้ำมันทางบก”หยุดการขนถ่าย” แต่น้ำมันเถื่อน”กลางทะเล”ยังไม่ยอมหยุด”ใน”อ่าวไทย”ของภาคใต้” ขบวนการยังคุยโม้คุยโต ว่า”เคลียร์”กับ” ตร.ปนม.” ที่มี”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รอง ผบ.ตร. ได้หมด เท็จจริงอย่างไร ต้องตรวจสอบ เพราะอาจจะเป็นการ”อ้างชื่อ” และ”จ่ายส่วย” ให้กับ “ตร.ปนม. ในพื้นที่ โดยที่”บิ๊กโจ๊ก” ไม่รู้ไม่เห็น…. ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.สอบสวนกลาง ที่ต้องสั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญ ปานแก้ว ผบก.ทล. เข้มงวดกวดขัน”ทางหลวง” ให้มั่นคง เพราะ”น้ำมันเรือ” เมื่อขึ้นฝั่งต้องลำเลียงโดย”รถยนต์” และที่สำคัญ”ตำรวจทางหลวง” รู้หมดว่า บริษัทที่บรรทุกน้ำมันเถื่อนมีกี่แห่ง เป็นของใคร เพราะที่ผ่านมาทุก”บริษัท” ทุก”ขบวนการต่าง”จ่ายส่วย” ทั้งสิ้น ก็ได้แต่หวังว่า การ”ปราบปรามน้ำมันเถื่อน” ครั้งนี้จะเห็นผลงานที่”เป็นชิ้นเป็นอัน”……
@ส่วนที่ จ.สตูล หลังจากมีข่าวเรื่อง”น้ำมันเถื่อนทางทะเล”พล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้ว “ ผอ.ศรชล ภาค 3 ก็นำเรือลาดตระเวนใน”น่านน้ำ” ที่รับผิดชอบ เพื่อ ป้องกันการ ขนน้ำมันเถื่อน ที่”น่านน้ำอันดามัน” นอกจาก “น้ำมันเถื่อน” ยังเป็นเส้นทางลำเลียง”บุหรี่และเหล้า” หนีภาษี รวมทั้ง”คนเถื่อน” อีกต่างหาก ถ้า”ลาดตระเวน”กันจริงจัง”ขบวนการ”สินค้าเถื่อน” ก็คงจะลักลอบลำบากขึ้น แต่โดยข้อเท็จจริง เส้นทางลำเลียง”สินค้าเถื่อน” ทั้ง” น้ำมันเถื่อน-หัวหอมหัวกระเทียม” จากประเทศมาเลเซียมี”รายใหญ่” เพียงไม่กี่ราย ที่นำ”ของเถื่อน”ออกจาก มาเลเซียทางรถยนต์ผ่านด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งต้องเรียกว่าทำกัน”เป็นล่ำเป็นสัน” นายด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล จะเห็นหรือไม่ไม่รู้…..ที่ จ.สตูล วันก่อน ฝนตกน้ำท่วมถึง 5 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 12 ตำบล 64 หมู่บ้าน “ไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่ ประสานกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเต็มความสามารถ หลังจากนี้ “ชาตรี ณ ถลาง” รักษาการ ผวจ.สตูล ต้อง กำชับให้ นายอำเภอแต่ละอำเภอ สำรวจความเสียหายเพื่อให้ช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็ว….
@ที่”หาดชลาทัศน์สงขลา” มีการปักป้ายป้องกัน”แมงกระพรุนพิษ” ยาวตลอดชายหาด เพื่อมิให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ ก็ต้องชื่นชม “ วันชัย ปริญญาศิริ” นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา ที่”เอาใสใส่” ทำการ”ล้อมคอกก่อนวัวหาย” และหวังว่า ปีนี้จะไม่มี “นักท่องเที่ยว” ต้อง”เสียชีวิต” จากการลงเล่นน้ำทะเล เหมือนที่ผ่านมา กำชับ เจ้าหน้าที่ต้อง”ปักป้ายเตือน” และต้องเตรียมพร้อม ทั้ง”เจ้าหน้าที่” และ”ยานพาหนะ” ในการ”กู้ภัย” ให้ทันท่วงทีเมื่อมีเหตุ…..”ขายขี้หน้า” ป้ายบอกทาง สี่แยกคลองหวะ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็น”ถนนสายหลัก” จาก สงขลาไปยังประเทศมาเลเซีย เขียนว่า”ห้ามรถยนต์” ตงแต 6 ล้อข้นไป” คนที่”สัญจร”ผ่านไปมาอ่านแล้ว”ขบขัน” สงสัยว่า “แขวงทางหลวงสงขลา” คงจะจ้างให้”พม่าเขียน” ภาษาไทยจึงได้”วิบัติ”ได้ขนาดนี้” สมคะเณ เสมทัพพระ “ ผอ.แขวงทางหลวงสงขลา” ทราบแล้วเปลี่ยน” อายเขานะ…..
@ที่ “ด่านนอก” เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย เทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มี”อาคารหลังใหญ่เป็นที่ตั้งของบ่อนการพนันออนไลน์” ที่ ตำรวจไม่กล้า”แตะต้อง” เพราะเจ้าของนอกจาก”จ่ายส่วยหนัก”แล้วยังเป็นพวก”เส้นก๊วยจั๊บ” ก็ฝากไปถึง” พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.กมค “ ส่งทีมงานมาตรวจสอบ และจับกุมด้วย……ที่ กรุงเทพ “ผับเถื่อน” ที่มีการเปิด”ร้านอาหารบังหน้า” ยังไม่รอดสายตาของ” ชุดเฉพาะกิจฝ่ายปกครอง” แต่ที่”หาดใหญ่ จ.สงขลา” “ผับเถื่อน” หรือร้านอาหารที่ไม่มี”ใบอนุญาต” และยัง”เปิดเกินเวลา” มีเป็น สิบๆ แห่ง ทั้งที่อยู่”ใกล้วัด” และ”สถานศึกษา” ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แสดงว่าที่เปิดได้ และไม่”ถูกจับ” ไม่ถูก”ตรวจฉี่” ถ้า”เจ้าของ” เส้นไม่ใหญ่ “ เจ้าหน้าที่ เจ้าของพื้นที่ก็ต้อง”เส้นก๊วยจั๊บ” เพราะแม้แต่”ชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย” ก็ยังไม่กล้าแตะต้อง ประชาชน ที่มี”บ้านเรือน” ใน”ละแวกนั้น” ที่”ร้องเรียน”กันมา ก็”อดทน อดกลั้น” กับเสียง”หนวกหนู” ให้ได้นะ เพราะ “ร้องเรียน” อย่างไร ก็ไม่มี”เจ้าหน้าที่”หน่วยไหนสนใจ….
@เมื่อ”เพื่อนบ้าน” อย่าง”เมียนมาร์” ประสพภัยสงคราม ก็”หนีตาย” มาเป็นแรงงานเถื่อนใน”ไทย” และ”มาเลเซีย” เมื่อ”ประเทศ สปป.ลาว” เศรษฐกิจย่ำแย่ “คนลาว” ก็ เดินทางมา”ไทย” เพื่อหางานทำ มีทั้งที่เข้ามา”ถูกต้อง” และที่”หลบหนีเข้าเมือง” แถมยังมี”โรฮิงยา” ที่ “ลี้ภัย” จาก”เมียนมาร์” มาสมทบ โดยส่วนหนึ่งมี”จุดหมายปลายทาง” ที่ภาคใต้ของไทย และที่ “มาเลเซีย” วันนี้ จังหวัดชายแดนภาคใต้จึง”คลาคล่ำ”ไปด้วย”คนเถื่อน-แรงงานเถื่อน” จับทุกวัน ก็ไม่หมด เพราะการนำ”คนเถื่อนข้ามประเทศ” กลายเป็น”อาชีพของคนไทย” ที่ยอมเสี่ยงกับ”ค่าหัว”ในประเทศไทยในการส่งถึงชายแดน”มาเลเซีย” หัวละ 15,000 บาท ถ้ารวม”ค่าจ้าง” ในการ”นำหลบหนีเข้าเมือง ตั้งแต่”ต้นทาง”จนถึง”ปลายทาง”หัวละ 150,000 บาท เรื่องนี้ถ้าไม่มีการ”แก้กฎหมาย” เพื่อ”เอาผิด” กับผู้ที่”นำพา” คนเถื่อน”ข้ามประเทศ” ให้มี”โทษหนัก” คงจะแก้ไขไม่ได้ และการ”ปราบปรามจับกุมคนเถื่อน” ก็จะกลายเป็นภาระหนักของประเทศไทย ลำพัง พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม. 6 จับอย่างไรก็ไม่มีทางหมด แถมยังเปลือง”งบประมาณ” ในการเลี้ยงดูอีกต่างหาก….
@.เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งขอสงสัย และถามมาว่า ในเมื่อสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ไม่มีการสู้รบไม่มีสงคราม” ที่เข้า”เงื่อนไข” ให้หน่วยงานกาชาดสากล หรือ”ไอซีอาร์ซี” เข้ามา ทำหน้าที่ ในการ ช่วยเหลือ”เชลยศึก” และแจก”ข้าวปลาอาหาร” แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สงคราม แล้ว ทำไม่”ไอซีอาร์ซี” จึงไม่ยอมที่จะ ออกจากพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่มาตั้งแต่ปี 2559 และ วันนี้”ไอซีอาร์ซี” ก็เข้าพบ หน่วยงานของรัฐ ให้วุ่นวายไปหมด และต้องให้การ”ต้อนรับ” เพราะความ”เกรงใจ” ในฐานะที่เป็น”องค์กรในสหประชาชาติ” เรื่องนี้ “พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) และ “ดอน ปรมัตถ์วินัย “ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศต้อง ดำเนินการ ให้”ไอซีอาร์ซี” ออกจากพื้นที่ของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโน่น สถานที่ควรไปคือ”เมียนมา” เพราะที่นั้นมี”สงคราม” และ”ประชาชน” เดือดร้อน…..
@วันที่ 9 ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่”ประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองเก่าแก่ที่”ยกย่องตนเอง” ว่าเป็น”สถาบันทางการเมือง” จะมีการ เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะเป็นการ”ชี้ชะตา” ว่าจะเป็นยุค ”ประชาธิปัตย์ผลัดใบ” หรือการเดินทางไปสู่”สุสาน” ที่เป็น”จุดจบทางการเมือง” ก็ให้ดูจาก ผู้ที่จะมาเป็น”หัวหน้าพรรค” วันนี้มีชื่อของหลายคน เช่น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” (เจ้าเก่า) “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่ เสนอตัว ให้เป็น”ทางเลือก” และใครต่อใครอีกหลายคน รวมทั้ง”เดชอิศม์ ขาวทอง” ( นายกชาย) ถูก”จับจ้อง” ในฐานะที่มี”สส.ภาคใต้” อยู่ในมือมากที่สุด….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
—————————————————————-
ไชยยงค์ มณีพิลึก
/////////////////////////////////////////////////

ติดตามผล. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการทำลายเรือประมง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ณ ท่าเรือคานเบอร์ 5 บริษัทอุสาหกรรมประมงจังหวัดปัตตานี
///////////////////////////////////////

ประชุมวิชาการ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.อัตชัย เอื้ออนันตสันต์ รองอธิการบดี วิทยาเขตปัตตานี, รศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ และ H.E. Jyri Järviaho เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมในพิธีเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติศึกษาศาสตร์วิจัย ครั้งที่ 10 และนานาชาติ ครั้งที่ 6 (The National and International Conference on Education 2023 (NICE) ภายใต้หัวข้อ “ความงอกงามทางการศึกษาที่ยั่งยืนและเสมอภาคสำหรับทุกคน: Cultivating Sustainable and Equitable Education for All” ณ โรงแรมเซ็นทารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////

สู้ชนะความจน. รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกิจกรรมสัมมนาพหุพาคี”สู้ชนะความจน”และลงนาม เอ็มโอยู กับ จ.พัทลุง โดย นิศากร วิศิษฎ์สรอรรถ ผวจ.พัทลุง ณ ห้องประชุม ร.ร.เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ
////////////////////////////////////////////

ตั้งศูนย์ภาษา ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.)พบหารือกับ มูฮัมมัดนาเซร์ หะบาแย ผอ.สถาบันอิสลาม มหาวิทยาลัยฟาตอนีและคณะ เพื่อหารือความร่วมมือในการยกระดับการศึกษาตั้งศูนย์ทดสอบภาษาสำหรับนักศึกษาไทยใน จชต.
/////////////////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ. เชิดเกียรติ เมธีลักษณ์ ที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา ให้การต้อนรับข้าราชการ และพนักงานท้องถิ่นอื่น ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งมาทำหน้าที่ใน อบจ.สงขลา ณ ห้องประชุมชั้น 2 อบจ.สงขลา
////////////////////////////////////////////////////////

กำลังใจ. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล อะมีรุลฮัจย์ไทย.พร้อมคณะ ได้มาเยี่ยมและให้กำลังใจ คณะแพทย์และพยาบาล และคนไข้ที่่ได้รับการบริการ ณ ศูนย์แพทย์ไทย บ้าน Dahla Makkah. นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย
//////////////////////////////////////////////////

แสดงความยินดี. นราศักดิ์ ชุมแก้ว เกษตรอำเภอสทิงพระได้ร่วมถ่ายรูปแสดงความยินดีกับเกษตกรทั้งรุ่นใหญ่และยุวเกษตรของ อ.สทิงพระ ที่ประสพความสำเร็จเข้ารับรางวัลในงานเกษตรแฟร์สงขลา ซึ่ง อบจ.สงชลา จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะ เทศบาลนครสงขลา
////////////////////////////////////////////////

มอบถ้วย. ปรีชา บูลพิไชย ปลัด อบต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา มอบถ้วยรางวัลให้กับ ดร.จำรูญ วงค์กระจ่าง กรรมการวัดใหม่เพื่อนำไปมอบรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันก่อเจดีย์ทรายที่ ชนะเลิศ ณ วัดใหม่ ต.บ่อดาน อ.สทิงพระ จ.สงขลา
///////////////////////////////////////////////////

เยี่ยมบู๊ธ. ไพเจน มากสุวรรณ นายก อบจ.สงขลา เยี่ยมชมบู๊ธวิสาหกิจชุมชน อ.กระแสสินธ์ จ.สงขลา ในงานเกษตรแฟร์สงขลา โดยมี ปัญญา แก้วทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกระแสสินธุ์ให้การต้อนรับ
//////////////////////////////////////////////////////

ประชุม. ชาริบ หลีหนุด นายกสมาคมกีฬาเทนนิสลีกอาวุโสเพื่ออาชีพและสุขภาพจัดประชุมสมาชิกนักกีฬาเทนนิสอาวุโสอาชีพเพื่อแนะนำการสมัครเป็นนักกีฬาเทนนิสอาวุโสแบบอาชีพและสิทธิบัตรผลประโยชน์ต่างของนักกีฬาณโรงแรมเอซีสปอร์ต เซ็นเตอร์หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////////////////////////////////////////////////////

กาแฟยามเช้า. พงศ์เพชร มากเกื้อ นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส ร่วมกิจกรรมเสวนายามเช้า และประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนกรกฎาคม 2566 ณ อบต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
/////////////////////////////////////////////////

แข่งขันจับปลาไหล. มาเรียม จอหวัง พัฒนาการ อ.เบตง จ.ยะลา จัดกิจกรรมแข่งขันจับปลาไหล ในงานวัฒนธรรมของดีเมืองเบตง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ณ ลานวัฒนธรรม เทศบาลเมืองเบตง มีผู้เข้าร่วมแข่งขันอย่างสนุกสนาน
////////////////////////////////////////////////////

ยินดีด้วย. อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย / ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.ยะลา พร้อมด้วยทีมงาน เข้าแสดงความยินดี กับ นสุมัยย๊ะ ดามะยะ นิติกรชำนาญการ สำนักปลัดเทศบาลตําบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง นิติกรชำนาญการ สำนักปลัดเทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ณ อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลเมืองตะลุบัน ริมหาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
//////////////////////////////////////////////

นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอยะหา จังหวัดยะลา เปิดโครงการแข่งขันทักษะทางวิชาการนักเรียนศูนย์อบรมคุณธรรมจริยธรรมในตำบล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมี ดร.ระเด่น สะมะแอ รอง นายก อบจ.ยะลา นายอัมรัล สะแต นายก อบต.สะแต ร่วมพิธีเปิด ณ หมู่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา
///////////////////////////////////////////////////

ฝายมีชีวิต. มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ติดความคืบหน้าการสร้างฝายมีชีวิต พร้อมพบปะพี่น้องประชาชน และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมอย่างดียิ่ง ทำให้เกิดความสำเร็จเป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าฝ่ายสาธารณภัย สำนักปลัด อบจ.ยะลา ณ บ้านซีเซ๊ะใน ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา
/////////////////////////////////////////////////////////

จับกุม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส และตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ยี่งอ ติดตามจับกุม ขบวนการนำต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ต้องหาที่เป็นต่างด้าว 20 คน และคนขับรถตู้ที่เป็นคนไทยอีก 2 คน แถลงข่าว ณ. สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส
//////////////////////////////////////////////////////////////

กวาดล้าง เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วย รอง ผบก.ตรัง หน.สภ.ตำรวจในสังกัดได้แถลงข่าว ดำเนินการทำลายอาวุธปืนของกลางที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบเป็นของกลาง ที่คดีถึงที่สุดแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามแนวทาง ขั้นตอน และวิธีการทำลายอาวุธปืนของกลาง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมจาก สภ. ในสังกัด นำไปทำลาย ณ ห้องประชุม บก.ภ.จว.ตรัง
////////////////////////////////////////////

พัฒนาข้าราชการ. ฐกฤต อัชณาพิพัฒ รอง ผอ.สพป.ตรัง เขต 1 เป็นประธาน การประชุมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มโรงเรียนสุโสะบ้านนา ในการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ทักษะและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ทบทวน PLC สู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรปะเหลียน
//////////////////////////////////////////////////////////

แข่งกีฬา. แอศฮัม เฮ็งปิยา รอง นายก อบต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา และ
ชารีฟ วาเย็ง เลขานุการ ได้รับมอบหมายจาก มัสตูรี วาแมดีซา นายก อบต.ท่าธง ทำหน้าที่ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์พี่น้องบ้านป่าบอน ครั้งที่ 2 ปี 66 ณ บ้านป่าบอน ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา



