เมื่อไม่นานมานี้ เทสลาเพิ่งตั้งบริษัทย่อยในไทย โดยเริ่มทำการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคท้องถิ่น ซึ่งหากพิจารณาจากแบรนด์ของเทสลาแล้ว มันจึงน่าประหลาดใจที่บางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย กลับถูกมองข้าม ทั้งที่รัฐบาลจาการ์ตาพยายามตามตื๊อ นายอีลอน มัสก์ ผู้บริหารสูงสุดของเทสลา อย่างเอาเป็นเอาตาย
ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่กำลังมองหาตลาดค้าปลีกที่มีอนาคตดีในภูมิภาคนี้ โดยมีสถิติเข้ารถยนต์มูลค่ารวม 1,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43,300 ล้านบาท) เมื่อปี 2563 และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่า ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีแหล่งเงินทุนในการซื้อรถยนต์ของเทสลา มากกว่าคนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีจีดีพีต่อหัวต่ำกว่า
วันหนึ่ง เทสลาอาจเริ่มการผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในมาเลเซีย เช่น แบตเตอรี่ แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต เพราะสำหรับตอนนี้ การเข้าสู่ตลาดมาเลเซียของเทสลา มุ่งเป้าไปที่ปลายห่วงโซ่อุปทานเป็นส่วนใหญ่ เมื่อรถยนต์ถูกขายให้ผู้บริโภค ซึ่งสิ่งนั้นจะเป็นจุดประสงค์หลักของสำนักงานแห่งใหม่ในมาเลเซีย เช่นเดียวกับการช่วยเหลือและบริการหลังการขาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อินโดนีเซียต้องการจากเทสลานั้น “แตกต่างกันโดยพื้นฐาน” เพราะอินโดนีเซียไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นตลาดค้าปลีกสำหรับการบริโภครถยนต์เทสลานำเข้าที่ประกอบในจีนเป็นหลัก แต่อินโดนีเซียต้องการผลิตรถยนต์เทสลา หรือส่วนประกอบหลักอย่างแบตเตอรี่ เป็นอย่างน้อยในประเทศ นั่นจึงเป็นไปได้อย่างมากว่า รัฐบาลจาการ์ตาไม่ได้ต้องการให้เทสลาเข้าสู่ตลาดของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่มันยังเป็นการทำตามเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อความทะเยอทะยานด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียด้วย
อนึ่ง มาเลเซียไม่เป็นที่รู้จักในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันในระดับสากล ดังนั้นสำหรับมัสก์ มาเลเซียเป็นตลาดที่ดีในการขายรถยนต์เทสลา แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดในการเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งอินโดนีเซียและไทยต่างมีจีดีพีต่อหัวต่ำกว่ามาเลเซีย ซึ่งจากมุมมองของเทสลา หากเป้าหมายคือการเพิ่มยอดขายรถยนต์นำเข้าให้ได้สูงสุดในตอนนี้ มาเลเซียมีข้อได้เปรียบบางอย่างที่เห็นได้ชัด เหนือตลาดแห่งอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทว่าอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อินโดนีเซียกับไทย กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อครองการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เทสลาจะย้ายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคนี้หรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้น เทสลาจะย้ายไปอยู่ที่ไหน และมีเงื่อนไขอะไร ซึ่งแม้หลายคนไม่สามารถคาดการณ์ว่ามัสก์จะทำหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า การไม่เห็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในไทยหรืออินโดนีเซียในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะทั้งสองประเทศต้องการผลิตรถยนต์เทสลา มากกว่าที่จะซื้อมัน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



