กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวว่า อนาคตของอาชีพของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง แต่บรรดาผู้บริหารสตูดิโอกลับมองว่า ข้อเรียกร้องของพวกเขา “ไม่สมเหตุสมผล” ซึ่งความขัดแย้งนี้ทำให้ฮอลลีวูด และอุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ของสหรัฐชะงักงัน

ทั้งนี้ ผู้มีบทบาทต่อการเจรจามีด้วยกัน 3 กลุ่ม ได้แก่ สมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ SAG-AFTRA ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกนักแสดง, ผู้ประสานงานนักแสดงแทน, นักพากย์ และนักแสดงประกอบ มากกว่า 160,000 คน

สำหรับกลุ่มที่ 2 คือ สมาชิกสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา (ดับเบิลยูจีเอ) ที่เป็นตัวแทนของผู้เขียนบทให้กับภาพยนตร์, รายการโทรทัศน์, รายการวิทยุ และรายการออนไลน์ และกลุ่มสุดท้ายคือ สมาพันธ์ผู้ผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ (เอเอ็มพีทีพี) ซึ่งเป็นตัวแทนของสตูดิโอภาพยนตร์รายใหญ่ เช่น ดิสนีย์ และพาราเมาต์ รวมถึงเครือข่ายโทรทัศน์ของอเมริกา เช่น ฟ็อกซ์ และเอ็นบีซี ตลอดจนยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่งอย่าง เน็ตฟลิกซ์ และแอมะซอน

ตามปกติแล้ว นักแสดงและนักเขียนบทได้รับค่าจ้างล่วงหน้าสำหรับผลงานของพวกเขา แต่หลายคนรักษารายได้ของตัวเองจาก “เงินส่วนเกิน” ซึ่งเป็นค่าตอบแทนคงที่ตามการฉายซ้ำของรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ อีกทั้งเช็กเงินส่วนเกินนี้ยังสามารถค้ำจุนนักแสดงรุ่นเก๋า ตลอดอาชีพการงานของพวกเขาได้

SAG-AFTRA ระบุว่า สมาชิกของสมาคมประท้วงเพื่อการแบ่งผลกำไรจากภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ที่เท่าเทียมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เอเอ็มพีทีพี กล่าวว่า ทีมผู้เจรจาของ SAG เลือกที่จะละทิ้ง “ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 35 ปี” และสนับสนุนการหยุดงานประท้วงแทน

CBS Sunday Morning

ประเด็นถัดมาคือ การบริการดูแลสุขภาพ ซึ่งสำหรับนักแสดงจำนวนมาก การเข้าร่วม SAG-AFTRA เป็นหนทางเดียวในการได้รับประกันสุขภาพ แต่การประเมินบ่งชี้ว่า จากสมาชิกราว 160,000 คน มีเพียง 15% ที่สามารถทำเงินได้ 26,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 900,000 บาท) และมีสิทธิได้รับหลักประกันสุขภาพ ยิ่งไปกว่านั้น นักแสดงสูงอายุยังถูกยกเลิกแผนประกันสุขภาพเมื่อพวกเขามีอายุ 65 ปีอีกด้วย

อีกประเด็นหนึ่งคือ ความอันตรายของเอไอ แม้เอเอ็มพีทีพี ยื่นข้อเสนอด้านเอไอท ซึ่งปกป้องความคล้ายคลึงทางดิจิทัลของนักแสดง รวมถึงข้อกำหนดสำหรับการยินยอมของนักแสดง ในการสร้างและใช้แบบจำลองดิจิทัล หรือการเปลี่ยนแปลงการแสดงทางดิจิทัล แต่ SAG-AFTRA ปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เอเอ็มพีทีพีอยากเป็นเจ้าของผลงานดิจิทัล และใช้มันในโปรเจกต์ที่ต้องการโดยไม่ได้รับความยินยอม และไม่มีค่าตอบแทนให้กับนักแสดงและคนเขียนบท

ทั้งนี้ทั้งนั้น การสไตรก์มักสื่อความว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เต็มใจพร้อมที่จะเจรจา และอาจจะต้องใช้เวลาสักพักในการกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบัน กลุ่มนักเขียนรวมตัวประท้วงผ่านมานาน 3 เดือน โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง อีกทั้งยังมีกลุ่มนักแสดงเข้าร่วมเมื่อไม่นานมานี้ จนกลายเป็น “การสไตรก์สองทบ” ครั้งแรกของฮอลลีวูด นับตั้งแต่ปี 2503.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES