ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ข้างต้นเป็นสิ่งหนึ่งที่กำหนดนิยามความสัมพันธ์ในศตวรรษที่ 21 ส่วนนางเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐ เรียกความสัมพันธ์อินเดีย-สหรัฐ ว่าเป็น “พันธมิตรตามธรรมชาติ” ด้วย
อย่างไรก็ดี ในบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่โมดีไปเยือนนั้น ฝรั่งเศสอาจเป็นประเทศที่อินเดียเห็นพ้องต้องกันมากที่สุด โดยสังเกตได้จากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเดียพยายามกระจายการจัดหาด้านกลาโหมของตนเอง จากเดิมที่พึ่งพารัสเซียเป็นหลัก ซึ่งแม้รัฐบาลนิวเดลีจะทำเช่นนั้น ทว่าผู้ชนะกลับไม่ใช่สหรัฐ แต่เป็นฝรั่งเศส
ตามรายงานของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) ก่อนปี 2559 ฝรั่งเศสมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของการนำเข้าอาวุธรายปีของอินเดีย แต่ในระหว่างปี 2561-2565 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 30% และในปัจจุบัน ฝรั่งเศสกลายเป็นผู้จัดส่งอาวุธรายใหญ่อันดับสองของอินเดีย รองจากรัสเซีย
ส่วนหนึ่งของแนวโน้มเป็นเพราะว่า ฝรั่งเศสมีความสามารถและความเต็มใจมากกว่าสหรัฐ ในการแบ่งปันเทคโนโลยีขั้นสูงในราคาที่เหมาะสม ดังที่รายงานฉบับหนึ่งของศูนย์สติมสัน ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า สหรัฐถูกมองว่าเป็นหุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีอันดับสอง รองจากรัสเซีย, อิสราเอล และฝรั่งเศส ในแง่ของความสะดวกในการทำงานกับบริษัทสหรัฐ, การแบ่งปันเทคโนโลยี และต้นทุน
แต่สิ่งที่อาจมีความสำคัญมากกว่านั้น ในฐานะประเทศอำนาจปานกลางที่มีอิทธิพลในมหาสมุทรอินเดีย ฝรั่งเศสมีการผสมผสานระหว่างจุดแข็งและจุดอ่อนที่ลงตัว ในการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันที่สำคัญของอินเดีย เพราะขณะที่สหรัฐกับประเทศคู่แข่งมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น รัฐบาลนิวเดลีกังวลว่า รัฐบาลวอชิงตันอาจเรียกร้องความร่วมมือทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหากปฏิเสธ สหรัฐก็อาจยกเลิกสนับสนุนอินเดีย
ยิ่งไปกว่านั้น โมดียังมีบางสิ่งที่เหมือนกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส มากกว่าไบเดน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน นอกจากนี้ ความกังวลของฝรั่งเศสเกี่ยวกับรัฐบาลปักกิ่ง ยังมีขีดจำกัดและสอดคล้องกับความกังวลของอินเดียมากกว่าด้วย ซึ่งตรงข้ามกับการแข่งขันทางยุทธศาสตร์รอบด้านของอเมริกากับจีน ในระบบระหว่างประเทศ
เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันมองว่า การผงาดขึ้นของจีนเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อระเบียบโลก รวมถึงบรรทัดฐานและค่านิยมในธรรมาภิบาลโลก ขณะที่โมดีและมาครง ไม่ค่อยให้ความสนใจกับความกังวลดังกล่าวเท่าไหร่นัก
สำหรับมาตรง การบรรจบกันทางยุทธศาสตร์กับจีน, ภูมิรัฐศาสตร์โลก และการค้าขายด้านกลาโหม มีความสำคัญเหนือความกังวลอื่นใด ซึ่งหากอินเดียมีพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ตามธรรมชาติในขณะนี้ ประเทศนั้นก็น่าจะเป็นฝรั่งเศส.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



