ปัจจุบัน ยาสเซม วัย 37 ปี ซึ่งสูญเสียสามีของเธอ ในช่วงที่เมืองแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มไอเอส คือหนึ่งในพนักงานราว 30 คน ของบริษัท “เทสต์ ออฟ โมซุล” ซึ่งให้บริการอาหารพื้นเมือง และก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 ภายหลังเมืองโมซุลได้รับการปลดปล่อยจากกลุ่มไอเอส โดยคนงานส่วนใหญ่ รวมถึงแม่ครัวและผู้หญิงส่งของอีก 2 คน เป็นม่าย หรือหย่าร้างกับคู่รักของพวกเธอแล้ว

สำหรับยาสเซม ธุรกิจจัดเลี้ยงเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเธอไว้ แม้ครอบครัวปฏิเสธ ไม่ให้เธอทำงานในพื้นที่ซึ่งต้องอยู่ร่วมกับคนต่างเพศ แต่ยาสเซมต้องการทำงานเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร และในตอนนี้ เธอมีรายได้ 15,000 ดีนาร์อิรักต่อวัน (ราว 413 บาท) จากการทำอาหารและส่งให้กับลูกค้า

ตามรายงานในเดือน ก.ค. 2565 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ผู้หญิงวัยทำงานในอิรัก มีประมาณ 13 ล้านคน ทว่าผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงาน กลับมีสัดส่วนมากกว่า 10% เพียงเล็กน้อย

Islam Channel

ขณะที่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ประมาณการว่า “ผู้หญิงม่ายสงคราม” ในอิรัก มีจำนวนหลายพันคน เมื่อสงครามในเมืองโมซุล ยุติลงในช่วงฤดูร้อนของปี 2560

“สามีของพวกเธอมักจะเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว นั่นหมายความว่า หากหญิงม่ายสงครามในเมืองโมซุล ไม่มีรายได้ และต้องเลี้ยงดูบุตร พวกเธอจึงอยู่ในกลุ่มเปราะบางที่สุดที่จะถูกพลัดถิ่น ในช่วงการสู้รบนานหลายเดือน

นางมาฮิญา ยูสเซฟ วัย 58 ปี เปิดบริษัท เทสต์ ออฟ โมซุล โดยมีแม่ครัวแค่ 2 คน จนเพิ่มการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในเมืองที่เสียหายจากสงคราม

ทั้งนี้ อาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารจานหลักในเมนูของบริษัท มีราคาเทียบเท่า 1-10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36-360 บาท) และทางบริษัทมีผลกำไรต่อเดือนสูงถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 108,000 บาท) ซึ่งยูสเซฟ ระบุเสริมว่า เธอมีแผนที่จะขยายธุรกิจ และหวังว่าจะเปิดร้านอาหาร หรือสร้างโครงการที่คล้ายคลึงกัน ในพื้นที่ส่วนอื่นของอิรัก

บริษัทของยูสเซฟ มีผลประกอบการที่ดี เนื่องจากลูกค้าหลายรายสั่งอาหารกับพวกเธอซ้ำหลายครั้ง และดูเหมือนว่ามีบางคนกลายเป็นลูกค้าประจำด้วย ดังเช่นเจ้าของคาเฟ่คนหนึ่ง วัย 28 ปี ที่สั่งอาหารกลางวันจาก เทสต์ ออฟ โมซุล เป็นจำนวน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ มานานกว่า 2 ปีแล้ว

“พวกเราทำงานไกลจากบ้าน แม้บางครั้งเราคิดถึงการทำอาหารที่บ้าน แต่พวกเรามีบริการนี้” เจ้าของคาเฟ่ กล่าวพร้อมยกย่อง “รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์” ของอาหารในเมืองโมซุล.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP