แม้เคราะห์ดีชอนไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ 17 คน รวมถึงรมว.การต่างประเทศ และชาวเมียนมา 4 คน เสียชีวิต ส่วนมือระเบิดอาศัยความสับสนวุ่นวาย หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ

นางดาร์ ซาน เย สาวเสิร์ฟชาวเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 87 ปี กล่าวว่า ตอนนั้น เธอได้ยินเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น และรู้ว่ามือระเบิดยังลอยนวลอยู่ ซึ่งเธอบอกกับลูกค้าในบาร์ว่า มือระเบิดคนนั้นจะถูกจับ ทว่ามันกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีคาดคิดในเวลาต่อมา เพราะคนที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ก็คือ เธอ นั่นเอง

ดาร์ ซาน เย เดินบนถนนสายหนึ่ง ในเมืองย่างกุ้ง

หลังจากดาร์ ซาน เย เลิกงาน และเดินทางกลับบ้านในตอนเย็น ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า “มีโจรอยู่ในแม่น้ำ” ซึ่งเธอรีบวิ่งไปยังต้นทางของเสียง และเห็นฝูงชนประมาณ 100 คน รวมตัวกันริมฝั่ง จากนั้นเธอก็เดินลุยน้ำเข้าไปหาชายคนหนึ่งที่อยู่กลางแม่น้ำ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นใคร

เธอเรียกเขาให้กลับเข้าฝั่ง แต่อีกฝ่ายจ้องมองกลับมาเพราะไม่เข้าใจภาษาพม่า นั่นจึงทำให้ดาร์ ซาน เย นึกถึงประโยคภาษาอังกฤษที่เธอใช้ล้อเลียนคนอังกฤษ และถามไปว่า “คุณเป็นเพื่อนของฉันหรือเปล่า?” ซึ่งดูเหมือนเขาเข้าใจ และคิดว่าเธอเป็นชาวจีน

แต่ในจังหวะที่ชายปริศนาพยายามจับมือดาร์ ซาน เย ชาย 3 คนจากฝูงชนเข้ามาช่วยเหลือเธอ นั่นทำให้อีกฝ่ายเริ่มสู้กลับ บุคคลนั้นคือ นายคิม จิน-ซู สมาชิกในทีมมือสังหาร 3 คนจากเกาหลีเหนือ จึงถูกทางการเมียนมาจับกุม และถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

ดาร์ ซาน เย แสดงภาพสมัยยังเป็นวัยรุ่น ระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าวของเอเอฟพี ที่เมืองย่างกุ้ง

ขณะที่ผู้ก่อเหตุอีก 2 คน ถูกกองกำลังรักษาความปลอดของเมียนมาตามตัวจนเจอ นอกเมืองย่างกุ้ง คนหนึ่งเสียชีวิตจากการยิงต่อสู้ ส่วนอีกคนถูกจับเป็นและรับโทษจำคุกตลอดชีวิต และเสียชีวิตในอีกเกือบ 25 ปีต่อมา ในห้องขัง

แม้เหตุอุกอาจดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลทหารเมียนมาในเวลานั้น ตัดขาดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลเปียงยาง แต่ในปี 2550 เมียนมาสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองประเทศตกอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และถูกสหรัฐตราหน้าว่าเป็น “ด่านหน้าของเผด็จการ”

ดาร์ ซาน เย ยังคงเป็นบุคคลมีชื่อเสียงของเมืองย่างกุ้ง อีกทั้งเธอยังปรากฏในสารคดีหลายเรื่อง และบทความเชิงสารคดีหลายฉบับในสื่อของเมียนมา ซึ่งเธอกล่าวว่า ไม่เคยเสียใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญที่แม่น้ำในวันนั้นเลย

“ฉันพยายามจับเขาเพียงเพื่อประเทศของฉัน เพราะครั้งหนึ่ง นายพลออง ซาน ถูกลอบสังหาร จากนั้นหลุมศพของเขาก็ถูกทำลายอีกครั้ง เพราะเหตุนี้ ฉันจึงลงไปจับเขา เพราะฉันปล่อยให้พวกเขามาดูถูกประเทศของฉันไม่ได้” ดาร์ ซาน เย กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP