“ฉนวนกาซา ประสบกับการด้อยพัฒนา รวมถึงการยับยั้งศักยภาพของมนุษย์ และสิทธิในการพัฒนา มานาน 16 ปี” อังค์ถัด ระบุในรายงานประจำปี เกี่ยวกับเศรษฐกิจของปาเลสไตน์

ด้านนายริชาร์ด โคซุล-ไรต์ ผู้อำนวยการแผนกยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์และการพัฒนา ของอังค์ถัด กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ซึ่งกำลังดำเนินอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถระบุได้ แม้ต้องใช้เงิน “หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ” เพื่อฟื้นฟูก็ตาม

“สิ่งที่ระบุไว้ในรายงาน คือ ความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ชุมชนภายใต้การยึดครองต้องเผชิญ โดยในกรณีของฉนวนกาซานั้น ประกอบด้วยการขัดขวางทางเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2550 ควบคู่กับปฏิบัติการทางทหารเป็นระยะ ๆ” โคซุล-ไรต์ กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง รายงานเกี่ยวกับสถานะเศรษฐกิจของปาเลสไตน์ในปี 2565 ระบุว่า ความตึงเครียดทางการเมืองที่สูงขึ้น และกระบวนการสันติภาพที่ยืดเยื้อยาวนาน ทำให้ปีนี้ กลายเป็นปีเลวร้ายที่สุดสำหรับชาวปาเลสไตน์ ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ขณะที่ นายมูตาซิม เอลากรา ผู้ประสานงานในการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ของอังค์ถัด กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ในปี 2566 จะเลวร้ายยิ่งขึ้นอีก เพราะความช่วยเหลือจากต่างประเทศต่อเศรษฐกิจปาเลสไตน์ ลดลงจาก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72,400 ล้านบาท) เมื่อปี 2551 เหลือ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,000 ล้านบาท) ในปี 2565 ซึ่งสิ่งนี้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงจริง ๆ

นอกจากนี้ เศรษฐกิจปาเลสไตน์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นกัน แม้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของปาเลสไตน์ เพิ่มขึ้น 3.9% ในปี 2565 แต่จีดีพีที่แท้จริงต่อหัว ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนการระบาดใหญ่ในปี 2562 ถึง 8.6% ส่วนในฉนวนกาซา จีดีพีที่แท้จริงต่อหัว อยู่ต่ำกว่าระดับในปี 2562 มากถึง 11.7% และใกล้เคียงระดับต่ำสุด นับตั้งแต่ปี 2537

อังค์ถัด ระบุในรายงานว่า จีดีพีต่อหัวของปาเลสไตน์ในปัจจุบัน อยู่ที่ 8% ของจีดีพีของอิสราเอล นั่นจึงทำให้เศรษฐกิจปาเลสไตน์อยู่ในสภาวะที่ “ถูกบังคับให้พึ่งพาเศรษฐกิจของอิสราเอล”

อีกด้านหนึ่ง อัตรการการว่างในฉนวนกาซาอยู่ที่ 45% ส่วนเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ อยู่ที่ 13% ซึ่งตัวเลขจริงจะสูงกว่านี้ เนื่องจากการบันทึกอัตราการว่างงาน จะนับเฉพาะผู้ที่กำลังมองหางานทำ ไม่ใช่คนที่ “สิ้นหวัง” และเลิกหางานไปแล้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้น วงจรอุบาทว์ของการทำลายล้าง และการฟื้นฟูบางส่วน จำเป็นต้องถูกทำลายด้วยการเจรจาอย่างสันติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ และมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพื่อยุติสงคราม ตลอดจนความช่วยเหลือของผู้บริจาค สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจากสงคราม.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP