เมื่อไม่นานมานี้ ซูแน็ก ปลดนางซูเอลลา บราเวอร์แมน พ้นตำแหน่ง รมว.มหาดไทย หลังนักวิจารณ์จำนวนมากกล่าวหาว่า เธอเขียนบทความ ที่มีเนื้อหาเพิ่มความตึงเครียดให้กับการประท้วง ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ กับกลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอล ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลังบราเวอร์แมนพ้นจากตำแหน่ง ซูแน็กย้ายนายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี จาก รมว.การต่างประเทศ ให้มาทำหน้าที่รมว.มหากดไทยแทน ก่อนประกาศให้คาเมรอน ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ แทนเคลฟเวอร์ลี ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนจำนวนมาก

Guardian News

คาเมรอน วัย 57 ปี ลากออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2559 ภายหลังการลงประชามติเบร็กซิต ซึ่งนำไปสู่การที่สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรก ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)

อดีตผู้นำสหราชอาณาจักรคนนี้ เผชิญกับเรื่องอื้อฉาวในปี 2564 หลังเขาล็อบบี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรในนามตัวแทนของบริษัท กรีนซิล แคปิตอล ซึ่งประสบปัญหาขาดทุน และล่มสลายในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ คาเมรอนกล่าวว่า เขายอมรับตำแหน่งนี้ “ด้วยความยินดี” เนื่องจากสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับ “ความท้าทายระหว่างประเทศอันน่าหวาดหวั่น”

อนึ่ง การเปลี่ยนแปลงข้างต้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ซูแน็กรับตำแหน่งผู้นำสหราชอาณาจักร เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว โดยพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจมาเกือบ 14 ปี ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ทีมรัฐบาลของซูแน็กเข้มแข็งกว่าเดิม ในการดำเนินการตัดสินใจในระยะยาว เพื่ออนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งคาเมรอนอาจไม่สามารถพิสูจน์ถึง การเรียกคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แม้เขามีชื่อเสียง, มีผลงานมากมาย และมีคนรู้จักทั่วโลกก็ตาม เนื่องจากผลสำรวจในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ชาวสหราชอาณาจักรในสัดส่วน 45% ไม่ชอบคาเมรอน และมีประชาชนเพียงประมาณ 25% เท่านั้น ที่มีทัศนคติที่ดีต่อเขา

ด้านศ.ทิม เบล ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยควีนแมรี ในกรุงลอนดอน กล่าวว่า ซูแน็กมีแนวโน้มที่จะเข้าหา “อิทธิพลบนเวทีระหว่างประเทศ” ของคาเมรอน และหวังที่จะดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายกลางและกลางขวา ที่มีความไม่พอใจมากขึ้นได้

“ผมสงสัยมากว่า มันจะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด เพราะมันดูสิ้นหวัง และนั่นคือสิ่งที่เป็นอยู่” เบล กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP