แต่ในขณะที่บรรดาผู้นำเฉลิมฉลองในการประชุมสุดยอดของนาโต ที่กรุงวอชิงตัน มันกลับมีความรู้สึกที่ชัดเจนว่า การใช้จ่ายดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะรับมือกับความท้าทายที่กลุ่มเผชิญอยู่

“แม้ในอดีต ประเทศต่าง ๆ ลังเลที่จะใช้จ่ายด้านกลาโหมมากขึ้น แต่ในปัจจุบัน การรับรู้ถึงความสำคัญของการกระทำข้างต้น เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งผมคิดว่าในปีต่อ ๆ ไป เราน่าจะได้เห็นการใช้จ่ายด้านกลาโหมในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงสงครามเย็น” นายเอียน เลสเซอร์ จากกองทุนเยอรมัน มาร์แชลล์ (จีเอ็มเอฟ) ซึ่งเป็นคลังสมองในสหรัฐ กล่าว

10 ปีหลังจากการกำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายไว้ที่ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะนี้คาดว่า 2 ใน 3 ของประเทศสมาชิกนาโต จากทั้งหมด 32 ประเทศ จะมีการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่บรรลุ หรือเกินเป้าหมายดังกล่าวในปีนี้

อนึ่ง เป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหม ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งข้อความถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งกำลังทำสงครามในยูเครน และคุกคามนาโตจากทางตะวันออก

นอกจากนี้ มันยังเป็นการส่งข้อความถึงทรัมป์ ซึ่งพยายามทวงคืนอำนาจจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ในการเลือกตั้งเดือน พ.ย. นี้ เนื่องจากทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลวอชิงตัน แบกรับภาระมากเกินไปในส่วนของงบประมาณด้านกลาโหม และเรียกร้องให้ประเทศในยุโรป ดำเนินการมากกว่านี้

หนึ่งปีหลังการเปลี่ยนเป้าหมายการใช้จ่ายเป็น 2% ในการประชุมสุดยอดที่กรุงวิลนีอุส ประเทศสมาชิกนาโต ต่างผลักดันการใช้จ่ายของตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกลุ่มประเทศบอลติก และโปแลนด์ อยู่ในกลุ่มประเทศที่เต็มใจเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมโดยไม่มีปัญหาอะไร โดยรัฐบาลวอร์ซอ มีการใช้จ่ายสูงถึง 4% ของจีดีพี

ทั้งนี้ แรงจูงใจหลักในการเพิ่มการใช้จ่าย คือ การทำให้แน่ใจว่าประเทศสมาชิกนาโต สามารถปฏิบัติตามแผนการป้องกันประเทศแบบใหม่ ตามที่ตกลงไว้ในปีที่แล้ว เพื่อป้องกันการโจมตีจากรัสเซียที่อาจเกิดขึ้น

ด้านนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า สมาชิกนาโตแต่ละประเทศมีเป้าหมายความสามารถในการใช้จ่ายเฉพาะเจาะจง ซึ่งสำหรับหลายประเทศ นั่นหมายถึง 3% ของจีดีพี หรือมากกว่า 2% ของจีดีพีเป็นอย่างน้อย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเป้าหมายการใช้จ่ายเงินออกจากประเด็นต่าง ๆ เช่น สวัสดิการ, การศึกษา และสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรัฐบาลในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา, อิตาลี และสเปน ซึ่งยังคงตามหลังเป้าหมายของนาโต และไม่เต็มใจที่จะทำตามเป้าหมายต่อไป แม้นักการทูตนาโตหลายคนชี้ว่า เป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมจะเพิ่มขึ้นในที่สุดก็ตาม.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES